วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทหารเรียกเตือน! โชเฟอร์รถตู้ซิ่งไม่หลบรถพยาบาล

3จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพรถตู้โดยสาร สายวังน้ำเย็น-คลองหาด ไม่ยอมหลบทางให้รถฉุกเฉินของโรงพยาบาล นอกจากนี้ เมื่อติดไฟแดงยังขับตามไปปาดหน้าอีก ซึ่งผู้ที่ได้ชมภาพดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าคนขับตู้โดยสาร ไร้น้ำใจ พร้อมฝากร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลจัดการนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. พ.อ.ชวการ คมคาย เสนาธิการจังหวัดทหารบกสระแก้ว ได้เรียกคนขับรถตู้และหัวหน้าวินรถตู้สายวังน้ำเย็น-คลองหาด ให้เข้ารายงานตัวแล้ว พร้อมทำการตักเตือนและให้งดวิ่งรถไว้ก่อน

Source: ทหารเรียกเตือน! โชเฟอร์รถตู้ซิ่งไม่หลบรถพยาบาล

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

news03-1เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นายศร (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ซึ่งพาลูกสาววัย 12 ปี เข้ามาร้องทุกข์ด้วย โดยระบุว่าลูกสาวถูกพระลูกวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมกับข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร จนเกิดกระทบกระทั่งกับผู้เป็นพ่อ เมื่อทราบความจากลูกและบุกไปเอาเรื่องถึงในวัด

จากการสอบถาม นายศร ให้การว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทกล้องวงจรปิด ตนสังเกตเห็นว่าลูกสาว ด.ญ.ขวัญ (นามสมมติ) มีการซึมเศร้าและไม่ร่าเริงอย่างผิดปกติ จึงได้เค้นสอบถามกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น จนยอมเล่าให้ฟังว่า หลวงตาที่เป็นพระลูกวัดในหมู่บ้าน อายุประมาณ 65 ปี ทำการข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง แลกกับขนมและเงินจำนวหนึ่ง พร้อมกับขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

นายศร ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อตนทราบเรื่องว่าลูกสาวถูกข่มขืน จึงได้เดินทางไปสอบถามถึงที่กุฏิวัด แต่ปรากฏว่าหลวงตารูปดังกล่าวได้ปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ตนรู้สึกโมโหจัดจึงกำหมัดชกใส่หน้าหลวงตาไป ก่อนจะมีลูกศิษย์วัดเข้ามาห้าม

ต่อมาหลวงตารูปดังกล่าวจึงได้ส่งผู้ใหญ่บ้านมาเจรจากับตน ยืนยันว่าหลวงตาไม่ได้ข่มขืนลูกสาวตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมกับเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้เรื่องดังกล่าวจบลงแต่โดยดี ตนจึงไม่ยินยอมรับเงินและเดินทางมาแจ้งความเอาเพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยทราบว่าพระรูปนี้มีประวัติลวนลามสีกาบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.ขวัญ ไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราและนำมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี พร้อมกับเตรียมสอบปากคำ ด.ญ.ขวัญ กับผู้ปกครองอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

อ้างอิงจาก:sanook.com

Source: พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คดีพลทหารถูกรุมทำร้ายดับในค่ายทหาร

news08-1

"อยากให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกชายและครอบครัว และให้ผู้ก่อเหตุมาขอขมาศพลูกชาย ตนและภรรยาไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก" นายประจวบ กล่าว

นายประจวบกล่าวอีกว่า พลทหารชนะชนเป็นลูกชายคนเดียว และเป็นความหวังเดียวของครอบครัว แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ตนและภรรยายังทำใจไม่ได้ เพราะอีกเพียง 3 เดือน ลูกก็จะปลดกระจำการแล้ว และลูกยังเคยบอกไว้ว่าอยากทำงานรับใช้ชาติ ที่ผ่านมาลูกเคยไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว หลังปลดประจำการก็ตั้งใจว่าจะไปสอบเข้ารับราชการทหาร แต่กลับมาเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก่อน จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายเรื่องความกระจ่างในคดี และช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ ที่ควรจะได้รับด้วย

"แต่ถ้ายังไม่ได้รับความกระจ่างเรื่องคดี กล้องวงจรปิด หรือยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะยังไม่เผาศพลูกชาย จากเดิมได้กำหนดจะฌาปนกิจในวันที่ 27 ก.ค. นี้ อาจจะเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด" นายประจวบ กล่าว - สำนักข่าวไทย

26 ก.ค. - พ่อแม่พล ทหารชาวบุรีรัมย์ที่ถูกทหารรุ่นพี่รุมทำร้ายเสียชีวิตในค่ายที่ จ.ชลบุรี ร้องขอความเป็นธรรมให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งอยากให้ต้นสังกัดช่วยเหลือด้านสวัสดิการ เพราะลูกชายเป็นความหวังเดียวของครอบครัว เผยหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะยังไม่เผาศพลูกชาย

นายประจวบ เหลื่อมพิมาย อายุ 47 ปี และนางสมหวัง เหลื่อมพิมาย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.13 บ.โนนดินแดง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พ่อแม่ของพลทหารชนะชน เหลื่อมพิมาย อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพลทหารกองประจำการสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกพลทหารรุ่นพี่ในค่ายเดียวกันรุมทำร้ายจนเสียชีวิตบนเรือนนอน ภายในค่ายทหาร

นายประจวบเล่าว่า จากคำบอกเล่าของเพื่อนพลทหารด้วยกันทราบว่าวันเกิดเหตุคือ วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการจัดงานเลี้ยง ส่งพลทหารรุ่นพี่ที่จะปลดประจำการในวันที่ 1 ส.ค. และมีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันในงานเลี้ยง หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันขึ้นไปนอนตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พลทหารรุ่นพี่ได้ขึ้นไปรุมทำร้ายพลทหารชนะชนบนเรือนนอนขณะกำลังนอนหลับ โดยที่ลูกชายไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ขัดขืนหรือปกป้องตัวเอง จนทำให้เสียชีวิต มีร่องรอยฟกช้ำตามใบหน้าและร่างกาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนและภรรยายังทำใจไม่ได้ จึงอยากให้ต้นสังกัดออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และอยากทราบความกระจ่างเรื่องคดี

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

 

Source: คดีพลทหารถูกรุมทำร้ายดับในค่ายทหาร

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านเจ็บแค้นคนบาปพังศาลปู่โล่ เผาพริกเผาเกลือจุดธูปสาปแช่ง

9ชาวลับแลรุมสาปแช่งคนบาป บุกพังศาลองค์ปู่โล่จนเสียหาย ชาวบ้านร่วมกันจุดธูปขอขมาและเร่งหาตัวคนทำผิด

(25 ก.ค.) นายสมศักดิ์ หอมเพียร กำนันตำบลป่าเซ่า พร้อมชาวบ้านต่างพากันมาดูความเสียหายของศาลปู่โล่ที่ กล้องcctv ถูกคนบาปไม่ทราบจำนวนบุกเข้าทำลายจนได้รับความเสียหาย รูปปั้นขององค์ปู่โล่บริเวณใบหน้าเป็นรอยยุบจนเป็นรูโบ๋ นอกจากนี้ของไหว้ที่ชาวบ้านนำมาสักการะต่างกระจัดกระจายเกลื่อนศาล สร้างความเสียใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก บางคนถึงร้องไห้เมื่อภาพดังกล่าว

ด้าน นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ศาลปู่โล่หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากคือ องค์ปู่โล เป็นบรรพบุรุษของความอุดมสมบูรณ์ ศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องการทำเกษตรกรรม ทำนาให้น้ำท่ามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นองค์ที่ถูกปั้นและสร้างเป็นศาลให้ชาวบ้านมาสักการะมานาน แต่วันนี้มาถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนร้ายถือเป็นการทำร้ายจิตใจชาวบ้านเป็น อย่างมาก

รายงานข่าวแจ้ง ว่า การกระทำของคนร้ายกลุ่มนี้สร้างความเจ็บแค้นให้กับชาวบ้านหลายคน มีการทำพิธีกรรมสาปแช่ง เผาพริกเผาเกลือขอให้คนร้ายพบกับความฉิบหายวายวอด มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน พร้อมกับเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ศาลปู่โล่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งตั้งอยู่ข้างถนนทางเข้าสู่บึงกะโล่ แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของ จังหวัดอุตรดิตถ์

Source: ชาวบ้านเจ็บแค้นคนบาปพังศาลปู่โล่ เผาพริกเผาเกลือจุดธูปสาปแช่ง

เจ้าหน้าที่ปภ.ซิ่งชนเด็ก ดับคาทางม้าลายหน้าโรงเรียน

dewfeweผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น เกิดเหตุรถปิกอัพชนเด็กนักเรียนเสียชีวิตบนถนนสายปราณบุรี-รพช. หน้าโรงเรียนบ้านหนองกา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุพบร่างเด็กนักเรียนชาย อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้นป.4 ของโรงเรียนดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน สวมชุดนักเรียน กล้องวงจรปิด ตามร่างกายพบบาดแผลหลายแห่ง

ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานสีฟ้าของเด็กนักเรียนตกอยู่ในป่าหญ้าริมข้างทาง สภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยถูกชนแล้วกระเด็นมาข้างทาง ห่างออกไป พบรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน บล 7550 ราชบุรี จอดอยู่ โดยบริเวณด้านไฟหน้าซ้ายและบังโคลนมีร่องรอยชนและมีคราบเลือดติดอยู่ มีนายณรงค์ ใกล้ชิด เป็นคนขับ ยืนรอเจ้าหน้าที่

จากการสอบถามพยาน ทราบว่าเด็กชายเอ ได้ขี่จักรยานออกมาจากบ้านเพื่อจะมาโรงเรียน ขณะมาถึงหน้าโรงเรียน ซึ่งมีทางม้าลาย เด็กชายเอขี่รถจักรยานข้ามทางม้าลาย จู่ๆ ก็มีรถปิกอัพวิ่งข้ามเลนมาชนเข้าอย่างจัง จนร่างเด็กนักเรียนกระเด็นไปคนละทิศละทางกับรถจักรยาน

สอบสวนนายณรงค์ คนขับรถยนต์ ทราบว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ออกจากเวรกำลังขับรถไปซื้อของที่ตลาดปราณบุรี เพื่อกลับไปขาย เมื่อมาใกล้หน้าโรงเรียน ตนขับมาด้วยความเร็ว สังเกตเห็นรถยนต์ที่กำลังจอดรับส่งนักเรียนอยู่หน้าโรงเรียนเปิดสัญญาณไฟ เพื่อจะเลี้ยวเข้าโรงเรียน ตนจึงได้ขับแซงขวาขึ้นไป ก็เห็นเด็กนักเรียนกำลังขี่รถจักรยาน อยู่บนทางม้าลาย แต่ไม่ทันระวังจึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง

เหตุการณ์ครั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เขตหน้าโรงเรียนผู้ใช้รถจะต้อง ขับช้าๆและระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อนโรงเรียนเข้าจะมีนักเรียนมาโรงเรียนเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเด็กก็ใช้ทางม้าลายเป็นทางข้ามอยู่เป็นประจำ

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

Source: เจ้าหน้าที่ปภ.ซิ่งชนเด็ก ดับคาทางม้าลายหน้าโรงเรียน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

“จรัมพร” เสนอตั้ง รอง ผบช.ภ.7 สอบเหตุ นรต.สลิงร่มขาด

557000008682201ที่ปรึกษา (สบ10) เผยคดี นรต. สลิงร่มขาดมีความคืบหน้า แต่เห็นควรว่าต้องมีการสอบเพิ่ม เสนอตั้งคณะพนักงานสอบสวน มี รอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้า

วันนี้ (24 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีนักเรียนนายร้อยตำรวจเสียชีวิตในการฝึกกระโดดร่ม เนื่องจากร่มไม่กาง เพราะสายสลิงขาด ว่า เบื้องต้นในทางคดี พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทำการสอบสวนมีความคืบหน้าระดับหนึ่ง แต่ตนได้อ่านสำนวนแล้ว ขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมอีก เนื่องจากคดีนี้จำเป็นต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน คือ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด หรือ ทีเอไอ ที่รับซ่อมบำรุงเครื่องบินให้กองบินตำรวจ บริษัท สไปก้า ที่รับจ้างจากทีเอไอในการผลิตสลิง และกองบินตำรวจ ที่ต้องตรวจรับหลังการซ่อมบำรุง โดยต้องสอบสวนทั้งในฐานะนิติบุคคล และตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอันเป็นเหตุให้สายสลิงขาดนำมาสู่อุบัติเหตุดัง กล่าว ต้องสอบผู้ทำ ผลิตสลิง เจ้าหน้าที่ผู้ผลิตของสไปก้า เจ้าหน้าที่ส่วนติดตั้งของทีเอไอ และตำรวจกองบินตำรวจที่ตรวจรับ รวมถึงช่างอากาศยานของเครื่องบินกาซ่าดังกล่าวที่เกี่ยวข้อง

“คดีนี้ต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องการติดตั้งสลิง ทั้งส่วนผลิต ส่วนที่ดัดแปลงสลิงก่อนติดตั้งเนื่องจากขนาดไม่พอดี ส่วนที่ติดตั้งสลิง และส่วนของการตรวจรับ การตรวจสอบสลิงก่อนทำการฝึก อาจต้องเชิญ พล.ต.ต.พรวิสุทธิ์ งามปัญญา ผู้บังคับการกองบินในฐานะหัวหน้าหน่วยมาสอบสวนด้วย” ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าว

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวด้วยว่า ล่าสุด ตนเสนอ ตร. ผ่านกองคดีอาญา ให้มีการแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดี ในระดับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.เพชรบุรี ทำคดี เพราะต้องสอบสวนหลายส่วน โดยได้เสนอตั้งพล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม เยียวยาครอบครัวนักเรียนนายร้อยตำรวจที่สูญเสียทั้งทางอาญา และทางแพ่งอย่างเหมาะสม ล่าสุด ตนได้พบผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองนายและบอกถึงความคืบหน้าการสอบสวนให้ ทราบแล้ว

อ้างอิงจาก:manager.co.th

Source: “จรัมพร” เสนอตั้ง รอง ผบช.ภ.7 สอบเหตุ นรต.สลิงร่มขาด

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลืมเด็กไว้ในรถ

111694ทำอย่างไรเมื่อจำเป็นต้องปล่อยเด็กไว้ในรถเพียงลำพัง หรือ หากพบเด็กถูกลืมไว้ในรถ ต้องรีบช่วยเหลือโดยด่วน เพราะการทิ้งเด็กไว้ในรถที่จอดตากแดดไว้แค่ 5-10 นาทีก็อาจเสียชีวิตได้ก่อนหน้านี้มีข่าวเด็กถูกลืมไว้ในรถยนต์จนเสียชีวิตมาแล้วหลายครั้ง ล่า สุด วานนี้ (21 ก.ค.) เด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกคนขับรถรับส่งนักเรียนลืมเด็กไว้ในรถตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อกลับมาที่รถอีกครั้งเพื่อเตรียมนำรถไปรับเด็กนักเรียนกลับบ้าน จึงพบศพเด็กในรถ เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น หากคนขับรถตรวจสอบให้ดีว่าเด็กลงจากรถหมดแล้วหรือไม่

เด็กที่ถูกลืมทิ้งไว้ในรถยนต์ที่จอดตากแดดไว้ ก็เหมือนถูกทิ้งไว้ในตู้อบที่ภายในรถจะค่อยๆ ทวีความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เด็กเกิดภาวะ Heat Stroke ส่งผลให้เกิดอาการชักเกร็ง เป็นลม น้ำลายฟูมปาก จนหมดสติและเสียชีวิตได้

หากจำเป็นต้องปล่อยเด็กไว้ในรถเพียงลำพัง ควรลดกระจกลงทั้ง 4 ด้านลง 1 ใน 4 เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และไม่ควรทิ้งเด็กไว้นานเกิน 10 นาที แต่ กรณีที่พบเด็กเริ่มเกิดภาวะ Heat Stroke ให้รีบนำเด็กออกมานอนในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก หรือเปิดพัดลมให้อากาศหมุนเวียน ,คลายชุดให้หลวม เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย หาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้า ศีรษะ ซอกคอ แขน ขา จากนั้นให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

อ้างอิงจาก:voicetv.co.th

Source: ลืมเด็กไว้ในรถ

ข่าวน้ำเพชร

tr08sl5ข่าวน้ำเพชร สุณัณณิการ์ รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ล่าสุด มีภาพหลุดน้ำเพชร ขับรถป้ายแดง ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม ไร้แววตกระกำลำบากอย่างที่เคยกล่าวอ้าง

          จากกรณีที่ น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ อดีตรองอันดับสอง 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ออกมาแถลงข่าวร่ำไห้เปิดใจว่าโดนกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์บีบให้สละ ตำแหน่ง หลังมีภาพที่ไม่เหมาะสมของเจ้าตัวปรากฏในโลกออนไลน์ พร้อมถามกลับว่า เป็นพริตตี้ทำเพื่อแม่มันผิดตรงไหน และลั่นวาจาคืนตำแหน่งแต่ไม่คืนมงกุฎและเงินรางวัล ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้มีการแชร์และส่งต่อภาพจากอินสตาแกรมของ น้ำเพชร กับรถป้ายแดง ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม แต่งตัวดี อยู่ในหมู่บ้านไฮโซ ท่าทางร่าเริงสดใส ไร้แววนางงามที่ต้องตกระกำลำบากอย่างที่เจ้าตัวเคยกล่าวอ้าง

          งานนี้ก็ทำเอาชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุว่า น้ำเพชร ไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งนางงามเลยแม้แต่น้อย ทั้งภาพหลุดที่ออกมาและพฤติกรรมการแฉเพื่อนนางงามคนอื่น ๆ จนเรื่องราวลุกลามบานปลาย

Source: ข่าวน้ำเพชร

จวกยับพระ

10557169_814374055262226_3219777093421007517_n จวกยับ ! พระสงฆ์นั่งเลือกหนังโป๊แบบไม่แคร์ใคร ก่อนซื้อ 3 แผ่น ฝากคนจ่ายเงินให้ เผยไม่อยากออกตัว กลัวเสียหาย 

วานนี้ (22 กรกฎาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เฟซบุ๊ก "FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย" ได้โพสต์ภาพของพระสงฆ์รูปหนึ่ง นั่งเลือกดีวีดีแบบนั่งลงกับพื้น โดยไม่แคร์สายตาใคร พร้อมหยิบดีวีดียกขึ้นมาดูแบบชัด ๆ แถมซื้อไป 3 แผ่น งานนี้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์เพียบ เนื่องจากดีวีดีที่พระสงฆ์รูปนี้เลือกซื้อนั้นไม่ใช่ดีวีดีธรรมะ หากแต่เป็นดีวีดีหนังโป๊ ! โดยใต้ภาพระบุข้อความด้วยว่า..

   "หลวงพี่ เรื่องไหน x มาก ๆ แนะนำหน่อยดิ ที่วัดมีเยอะมะ ขอยืมบ้างดิ ?" นี่คือคำพูดที่กูถามพระ ตอนที่เห็นแม่งนั่งเลือกอยู่นาน.. ไม่สนใจสายตาคนที่เฝ้ามอง บอกตรง ๆ ของขึ้น เสื่อมจริง ๆ อยากรู้มันตอบยังไง

หลังจากนั่งเลือกอยู่นาน ก็เลยนั่งพื้นแม่งเลย สมาธิเพ่งไปที่กองดีวีดี สรุปจัดได้สามเรื่อง

กูก็เสือกต่อทันที : หลวงพี่ครับ สรุปว่าสามเรื่องนี้สุด ๆ แล้วใช่ไหมครับ ?

หลวงพี่ตอบ : โห..มันละลานตามากเลยโยม เลือกไม่ถูก จะเลือกต่อก็เกรงใจคนที่เข้าจะเดินมาดู เอาแค่นี้ก่อน
กูเสือกต่ออีก : เอาปัจจัยมา เดี๋ยวผมไปจ่ายให้ ใครเห็นจะว่าหลวงพี่ไม่ดี

หลวงพี่ตอบ : เจริญพร ก็ดีเหมือนกัน หลวงพี่ไม่อยากออกตัว เดี๋ยวมันจะเสียหาย หาว่าพระอย่างโน้นอย่างนี้

กูเลยเสือกคอนตินิว เอาเงินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์  โดยที่หลวงพี่ยืนยิ้มกริ่มหลบอยู่.. หลังจากจ่ายตังค์เสร็จ กูก็เลยเสือกต่อ..(ตะโกนดัง ๆ ) "หลวงพี่ !!..หนังโป๊ที่เลือกไว้สามเรื่อง อยู่ที่นี่นะคร้าบ ส่วนถุงยางผมกำลังจะไปซื้อให้ เจอกันที่รถนะ..

"ว่าแล้วกูก็วิ่งหลบตีนไปอย่างรวดเร็ว..นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจกู...ถุย !!"


ขอบคุณแหล่งที่ม:https://www.facebook.com/FakGhost

Source: จวกยับพระ

หวั่นซ้ำรอย

11_4

หวั่นซ้ำรอย MH17 อเมริกา-ยุโรป ระงับเที่ยวบินสู่อิสราเอล


อเมริกา-ยุโรป ระงับเที่ยวบินสู่อิสราเอล หวั่นซ้ำรอย MH17 มาเลเซีย แอร์ไลน์ส หลังฮามาสยิงจรวดบึ้มใกล้สนามบินในเทลอาวีฟ

            เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 สำนักข่าวบีบีซี  รายงานว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) และหน่วยงานการบินยุโรป แนะสายการบินระงับเที่ยวบินสู่ประเทศอิสราเอล โดยเฉพาะเมืองเทลอาวีฟ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากกองกำลังฮามาสจากฉนวนกาซา ยิงจรวดมาตกเฉียดสนามบินในระยะเพียง 1.6 กิโลเมตรเท่านั้น

            รายงาน ระบุว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ได้ขอให้สายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ส, ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส และยูเอส แอร์เวย์ส ระงับการบินไปยังอิสราเอล เช่นเดียวกับหน่วยงานการบินยุโรป ที่ก็แนะนำให้ทุกสายการบินงดบินไปยังสนามบินเบน กูเรียน เมืองเทลอาวีฟ เนื่องจากมีข่าวว่ากองกำลังฮามาสยิงจรวดมาจากฉนวนกาซา เพื่อโจมตีอิสราเอล และจรวดก็ตกห่างจากสนามบินแห่งนี้เพียง 1.6 กิโลเมตรเท่านั้น สร้างความหวั่นวิตกว่าจรวดอาจจะยิงโดนเครื่องบินพาณิชย์ที่บินขึ้นลงที่สนาม บิน ซ้ำรอยโศกนาฏกรรม MH17 มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่เพิ่งถูกขีปนาวุธยิงตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ในยูเครน

            จาก คำประกาศเตือนสถานการณ์ไม่สงบในพื้นที่สงครามอิสราเอล-ฉนวนกาซา ทำให้สายการบินอีกมากมายงดการเดินทางไปยังอิสราเอล อาทิ สายการบินแอร์ฟรานซ์, เคแอลเอ็ม, อีซี่เจ็ท, แอร์ แคนาดา, อลิตาเลีย, ออสเตรียน แอร์ไลน์ส, เยอรมันวิงส์ และสายการบินสวิส

            อย่าง ไรก็ดี หลังจากมีประกาศระงับเที่ยวบิน ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็ได้ขอให้นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ช่วยแจ้งไปยังสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ ให้ยกเลิกประกาศระงับเที่ยวบินสู่เทลอาวีฟ โดยระบุว่า "สนามบินเบน กูเรียน ปลอดภัยและมีการดูแลความปลอดภัยอย่างดี ไม่มีเหตุผลที่สายการบินสหรัฐฯ จะระงับเที่ยวบิน หรือให้ค่ากับกลุ่มก่อการร้าย"

            แต่ถึงจะเป็น อย่างนั้น ทางด้านหน่วยงานความปลอดภัยการบินยุโรป (EASA) ยังคงประกาศแนะนำให้สายการบินเลี่ยงทำการบินเข้าออกเมืองเทลอาวีฟเช่นเดิม

            ทั้ง นี้ สำหรับสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มกองกำลังฮามาสในฉนวนกาซา ครั้งล่าสุด ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อิสราเอลและฮามาสได้ระดมยิงใส่กันอย่างไม่มีวี่แววจะสิ้นสุด จนทำให้ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซา เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 600 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์และเป็นเด็กไร้เดียงสานับไม่ถ้วน และตอนนี้ไม่มีที่ใดปลอดภัยให้ประชาชนได้หลบซ่อนตัวแล้ว แต่กระนั้น อิสราเอลก็ยังคงยืนยันจะโจมตีต่อกรกับฮามาสต่อไป แถมยังคุยอีกว่าทหารอิสราเอลควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในการกวาดล้างกองกำลังฮามาส ผู้ซึ่งอิสราเอลรวมถึงสหรัฐอเมริกาตราหน้าว่าเป็น "ผู้ก่อการร้ายที่ควรกำจัด"


อ้างอิงจาก:kapook.com

Source: หวั่นซ้ำรอย

รัฐธรรมนูญชั่วคราว

BtMqK1BCYAEY5N7

 

รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาดูโครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @Chu_SpringNews

รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เปิดโครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสมาชิก สนช. จำนวน 220 คน

ในที่สุด รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก็คลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมด 48 มาตรา สาระสำคัญคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงมีอำนาจควบคู่กับอำนาจรัฐบาล และหัวหน้า คสช. มีอํานาจในการกระทำต่าง ๆ โดยให้ถือว่าคําสั่งและปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและเป็นที่ สุด

ขั้นตอนหลังจากนี้ คสช. จะแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 220 คน ทําหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรวุฒิสภาและรัฐสภา จากนั้น ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ชื่อนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะรัฐมนตรี จำนวน 35 คนต่อไป จึงคาดว่าจะได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในราวเดือนกันยายน 2557

สำหรับโครงสร้างของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 220 คน มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 11 ระบุไว้ว่า สมาชิก สนช. คือผู้แทนปวงชนชาวไทย ที่ต้องอุทิศตนให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อ ประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย

ทั้งนี้ เมื่อได้สมาชิก สนช. ครบ 220 คน แล้ว ที่ประชุม สนช. จะเลือกประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 1 คน และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่เกิน 2 คน โดย หัวหน้า คสช. จะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สำหรับผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง สนช. นั้น รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ได้กำหนดคุณสมบัติไว้ดังนี้

1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี

3. ไม่ดำรงตำแหน่ง หรือเคยดำรงแหน่งในพรรคการเมืองภายใน 3 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

4. ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

5. ไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

6. ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

7. ไม่เคยต้องคําพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

8. ไม่อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเคยถูกถอดถอนจากตําแหน่ง

9. ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทําผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพนันในฐานความผิดเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสํานัก

10. ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

11. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือรัฐมนตรีในขณะเดียวกันมิได้

ทั้งนี้ ความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะสิ้นสุดลงเมื่อ...


1. ตาย

2. ลาออก

3. ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม

4. สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ ตามมาตรา 12 ที่ระบุไว้ว่า หากสมาชิกได้กระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิก หรือมีพฤติการณ์อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจํานวนไม่น้อยกว่า 25 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติให้ผู้นั้นพ้นจากสมาชิกภาพมติของสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ โดยต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด

5. ไม่แสดงตนเพื่อลงมติในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกินจํานวนที่กําหน ดไว้ในข้อบังคับการประชุม โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะเป็นผู้วินิจฉัย

ในส่วนอำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ได้กำหนดให้ สนช. มีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภารอง ประธานสภา และกรรมาธิการ วิธีการประชุมการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญการเสนอญัตติ การอภิปราย การลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การรักษาระเบียบและความเรียบร้อยและกิจการอื่นเพื่อดําเนินการตามอํานา จหน้าที่

และอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญก็คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะเป็นผู้ลงมติเลือกผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรี เพื่อให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทูลเกล้าฯ ต่อไป โดยผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนั้น จะต้องไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในระยะเวลา 3 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง และต้องไม่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษา ตุลาการ อัยการ รวมทั้งกรรมการในองค์กรอิสระต่าง ๆ ด้วย

คงต้องรอลุ้นกันว่า ใครบ้างจะมีชื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติในครั้งนี้ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะเลือกใครเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเดินหน้าตามโรดแม็ปแห่งความปรองดองต่อไป

ข้อมูลจาก:kapook.com

Source: รัฐธรรมนูญชั่วคราว

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

news07-1

ความคืบหน้ากรณีพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่จอดเอาไว้บริเวณถนนดวงพิทักษ์ ย่านคลองเตย พบเข็มฉีดยาปักคาอยู่ที่แขน เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (18 ก.ค.) เบื้องต้นน่าจะเกิดจากอาการเสพยาเกินขนาด

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์เอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น325 ไอ สี บรอนส์เทา หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 7838 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดเครื่องเอาไว้ริมถนนดวงพิทักษ์ จากการตรวจสอบพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านในทั้ง 4 ด้าน เจ้าหน้าที่จึงได้งัดเพื่อเปิดประตู

เมื่อตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว พบศพผู้ชายแต่งกายดี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่นั่งฝั่งคนขับ พบเข็มฉีดยาปักคาเอาไว้ที่แขนซ้าย อีกทั้งยังมีร่องรอยของเข็มฉีดยาอีกหลายตามแขนและขาหนีบ นอกจากนี้ยังพบเข็มฉีดยาใช้แล้วอยู่ภายในรถด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อในภายหลังคือ นายพลภัทร มหรัตนวิโรจน์ อายุ 32 ปี

ต่อมา นายสรศักดิ์ มหรัตนวิโรจน์ อายุ 36 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การว่า ผู้เสียชีวิตเป็นน้องชาย ช่วยธุรกิจผลิตและส่งออกอลูมิเนียมทุกชนิดของครอบครัว แต่ภายหลังพบว่าติดยาเสพติด ทางครอบครัวจึงพาไปเข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพลภัทร มีนัดกับแพทย์ที่สถานบำบัด หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากเสพยาเสพติดเกินขนาด ส่วนเป็นยาเสพติดหรือสารประเภทใดกำลังรอผลจากทางนิติเวช ร.พ.จุฬาลงกรณ์ คาดว่าน่าเสียชีวิตมา 2 วัน เนื่องจากมีพยานพบเห็นรถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 2 วัน ก่อนจะพบศพผู้เสียชีวิต ขณะที่ทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจเหตุการเสียชีวิต จึงมารับศพเพื่อดำเนินการพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

Source: ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สมเด็จฯ วัดปากน้ำ ยก ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯ

1.2.325-221x300

สมเด็จฯ วัดปากน้ำ เชื่อ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯ เพราะมีความเข้มแข็ง ทำความดี ชม คสช. แก้ปัญหาชาติมาถูกทาง เชื่อประเทศสงบหากคนไทยรักษาศีล 5 


สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล้องcctvในฐานะรักษาการสมเด็จพระสังฆราช ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลัง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นตัวแทนหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ถวายเครื่องสักการะ เนื่องในวันเข้าพรรษา ถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่า อยากให้คนไทยมีความปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคี และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้คนไทยต้องมีศีล 5 ซึ่งหากประชาชนทำได้บ้านเมืองก็จะมีความสงบสุขร่มเย็น

พร้อมกันนี้ขอเป็นกำลังใจให้ คสช. การทำงานแก้ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ขอให้เข้มแข็ง ทำงานให้ได้สำเร็จประโยชน์สุขสวัสดิผล ให้เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง และเห็นว่าการแก้ปัญหาประเทศเดินมาถูกทางแล้ว ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น หากดูจากการกระทำ และความเข้มแข็งของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวของหัวหน้าคสช.เอง

อ้างอิงจาก:mthai.com

Source: สมเด็จฯ วัดปากน้ำ ยก ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯ

ก.ตร.ยกเลิกโยกคำรณวิทย์ไปภ.5-สอบข่าวลือตั้งอาชีวะตาย

551811-03
มติ ก.ตร. ยกเลิกโยกคำสั่งแต่งตั้ง คำรณวิทย์ เป็น ผบช.ภ.5 - ตั้งรอง ผบ.ตร. คุมอนุกรรมการ ก.ตร. แทน ขณะที่ "พล.ต.อ.วัชรพล" ยัน ไม่หนักใจเลือก ผบ.ตร.เอง ชี้ รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจ ทุกคน มีสิทธิ์ - สั่งตรวจสอบ "ตั้ง อาชีวะ" ถูกยิงดับเขมร



พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ กล้องวงจรปิดรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ซึ่งตนได้รับมอบให้เป็นประธานการประชุม หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โครงสร้าง ก.ตร.ชุดใหม่ โดยระบุว่า ที่ประชุม ก.ตร. ได้มีมติยกเลิก คำสั่ง ก.ตร.เดิมที่เห็นชอบแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และให้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 เป็น ผบช.น. เนื่องจากไม่มีความจำเป็นแล้ว และมีมติเห็นชอบให้ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และให้ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ ขึ้นเป็นนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่รักษาราชการแทน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการแต่งตั้งประธาน อนุกรรมการ ก.ตร.ชุดใหม่ทำหน้าที่แทนชุดเดิม เนื่องจากมีการเปลี่ยนโครงสร้าง ซึ่งได้มอบหมายให้ รอง ผบ.ตร. ทั้ง 7 คน เป็นประธานอนุกรรมการ ก.ตร. ตามความเหมาะสม และจะมีการแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ตร. ให้เสร็จในการประชุม ก.ตร. ครั้งต่อไป รวมถึงมีการชี้แจงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามประกาศของ คสช. ให้ที่ประชุมรับทราบด้วย

รรท.ผบ.ตร. ไม่หนักใจเลือก ผบ.ตร.เองย้ำทุกคนมีสิทธิ์

พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ไม่รู้สึกหนักใจ หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้อำนาจ ผบ.ตร. ในการเสนอรายชื่อ ผบ.ตร. คนต่อไป ระบุ เป็นหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตาม ขณะเดียวกันยืนยันว่า ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร แต่ รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจ ซึ่งมีสิทธิ์ทั้ง 5 คน มีความเหมาะสม และมีประสบการณ์สามารถทำงานได้ ส่วนจะเลือกใครนั้น ก็ต้องพิจารณาไปตามความเหมาะสม ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ มองว่าเป็นเรื่องที่ดี หากจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ก่อนการเสนอชื่อ แต่ก็ต้องดูว่าแสดงให้ใครฟัง หากแสดงให้คนจำนวนมากฟังก็จะเป็นประโยชน์ แต่ส่วนตัวก็ยังไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าต้องมี

ส่วนกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. เป็นแคนดิเดตคนสำคัญ และมาแรงในขณะนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่นั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คงไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากทุกคนต่างมีคุณสมบัติครบ ซึ่งก็ต้องพิจารณาไปตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า นายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีหมิ่นเบื้องสูง ถูกยิงเสียชีวิตที่ประเทศกัมพูชา ว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบข้อมูล แต่เท่าที่ทราบคือไม่อยู่ในอาณาจักร แต่เคยมีข่าวหลบหนีอยู่ประเทศกัมพูชาจริง เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

จากแหล่ง:innnew.co.th

Source: ก.ตร.ยกเลิกโยกคำรณวิทย์ไปภ.5-สอบข่าวลือตั้งอาชีวะตาย

'ปลัดคมนาคม' มอบนโยบายบอร์ดรถไฟ สั่งทำแผนฟื้นฟูเรียกเชื่อมั่นกลับ

EyWwB5WU57MYnKOuFZlJUeCziXec0xgljFjcIDILHf7Y3og2NdiY4G



ปลัดคมนาคม มอบนโยบายบอร์ดรถไฟชุดใหม่ เร่งทำแผนฟื้นฟูทุกมิติ เรียกเชื่อมั่นกลับ หลังเกิดเหตุกับ ด.ญ.วัย 13 จี้แจงข้อมูล คตร.เดินหน้ารถไฟทางคู่-จัดหารถจักร แก้ปมรั่วไหลรายได้ที่ดิน ด้าน ปธ.บอร์ด ลั่นปรับปรุงความสะอาด-บริการ...

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ CCTVปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้กับคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด ร.ฟ.ท. ชุดใหม่ก่อนจะมีการประชุมนัดแรก โดยระบุว่า จากนโยบาย คสช. ที่ต้องการให้ฟื้นฟู ร.ฟ.ท.ในทุกมิติ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน องค์กรการเงิน ซึ่งจะต้องเร่งทำแผนฟื้นฟูใหม่ เพื่อให้พร้อมนำเสนอต่อ คสช.ภายใน 15 วัน หลัง คสช.มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมา

นอกจากนี้ ต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนและเร่งสร้างขวัญกำลังใจพนักงาน โดยมาตรการในการทำงานที่มีอยู่แล้วจะต้องเข้มงวดมากขึ้น และจากเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงอายุ 13 ปี จะต้องมีกระบวนการสอบสวนอย่างจริงจัง หาว่าบกพร่องตรงจุดไหนเพื่อนำไปสู่กระบวนการแก้ไข

ส่วนการ เร่งรัดโครงการต่างๆ ตามแผนลงทุนวงเงิน 1.7 แสนล้านบาท ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2553-2557 นั้น พบว่าถึงวันนี้ ทำได้เพียงรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง และซื้อหัวรถจักร 20 คันเท่านั้น โครงการอื่นๆ ไม่มีความคืบหน้า ทั้งรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ซื้อหัวรถจักร 50 คัน และปรับปรุงหัวจักร 56 คัน ซึ่งล่าสุด คสช.ให้ปรับเป็นซื้อ เพราะคุ้มค่ากว่า รวมถึงการจัดหาแคร่ 308 คัน และโบกี้โดยสาร 115 คัน ซึ่งกรณีที่ คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตั้งข้อสังเกตในแต่ละโครงการนั้น ร.ฟ.ท.ต้องเร่งชี้แจงให้ข้อมูลเพื่อให้โครงการเดินหน้า เนื่องจากการจัดหารถจักรและรถไฟทางคู่ รวมถึงการจัดหาระบบอาณัติสัญญาณ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของ ร.ฟ.ท.ในการให้บริการที่มีคุณภาพ

สำหรับ การแก้ปัญหารั่วไหล โดยเฉพาะรายได้จากทรัพย์สินที่ดินทั่วประเทศ จะต้องมีการติดตามสัญญาที่ค้างชำระ หรือสัญญาที่ไม่เคยมีการปรับค่าเช่าให้เหมาะสมหรือที่ดินที่ไม่เคยมีการจัด เก็บค่าเช่า เพื่อหารายได้มาพัฒนาบริการ และใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์ที่สุด โดยไม่ต้องสร้างโครงการใหม่ๆ

ขณะที่ปัญหาด้านบุคลากร ต้องสำรวจความต้องการพนักงานในแต่ละส่วนงานและเสนอไว้ในแผนฟื้นฟู รวมถึงสร้างตัวชี้วัดการทำงาน เพื่อให้การบริหารในแต่ละหน่วยธุรกิจ มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาภาพลักษณ์องค์กร ในเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ทั้งบนขบวนรถ สถานี ตู้เสบียง ห้องน้ำ และการแก้ปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อไม่ให้โครงการสะดุด ล่าช้าเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บอร์ด ร.ฟ.ท.ชุดใหม่ ได้มีผู้แทนจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านโลจิสติกส์ ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และผู้แทนจาก สนข.ที่ประสานกับกระทรวงคมนาคมได้  จึงฝากประธานบอร์ดคนใหม่ช่วยพัฒนาพนักงานในทุกระดับ สร้างขวัญกำลังใจ สร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อปรับปรุงฟื้นฟูการรถไฟฯ ให้เป็นไปตามที่ คสช.และกระทรวงคมนาคมคาดหวัง

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ด ร.ฟ.ท. กล่าวว่า การทำงานจะสำเร็จได้บอร์ดต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายบริหารและพนักงานทุก คน ซึ่งที่ผ่านมาเห็นว่า มีการละเลยและหย่อนยานไม่ปฎิบัติตามระเบียบที่มี ส่วนปัญหาเร่งด่วนนั้นจะต้องปรับปรุงเรื่องความละอาด และด้านการบริการ ซึ่งจากที่ได้ลงสำรวจแล้วเห็นว่ามีปัญหาจริง.

อ้างอิงจาก:thairath.co.th


Source: 'ปลัดคมนาคม' มอบนโยบายบอร์ดรถไฟ สั่งทำแผนฟื้นฟูเรียกเชื่อมั่นกลับ

ตำรวจคุมตัวคนร้ายก่อเหตุยิงเอ็ม79ทำแผนหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ

ddf

พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล้องวงจรปิดพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และพลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 คน ตามหมายจับศาลอาญา ก่อเหตุใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 40 มิลลิเมตร (M79) เข้าใส่ผู้ชุมนุมกปปส. หน้าห้างสรรพสินค้าหน้าบิ๊กซีราชดำริ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2557 โดยผู้ที่จับกุมได้ประกอบด้วย

นายทวีชัย หรือวี วิชาคำ อายุ 39 ปี

นายสุนทร หรือทร ผิผ่วนนอก อายุ 49 ปี

นายสมศรี หรือเยอะ มาฤทธิ์ อายุ 40 ปี

นายชัชวาล หรือชัช ปราบบำรุง อายุ 45 ปี

พร้อมของกลาง รถกระบะ 1 คัน รถยนต์ 2 คัน เครื่องยิงลูกระเบิด M79 1 เครื่อง ลูกกระสุนชนิด 40 มม. 25 ลูก อาวุธปืนสงครามชนิด M16 จำนวน 1 กระบอก ลูกกระสุนขนาด .576 จำนวน 70 นัด อาวุธปืนไรเฟิล 1 กระบอก และลูกระเบิดชนิดขว้างสังหารจำนวน 5 ลูก
พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมนั้น ยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนตามจับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และเพื่อความปลอดภัยของพยาน
นอกจากนี้ผู้ต้องหายังได้กราบขอขมาและกล่าวคำขอโทษพ่อแม่ของเด็กหญิงพัชรากร ยศอุบล และเด็กชายกรวิชญ์ ยศอุบล ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุระเบิดหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตร.ได้พาตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่สะพานข้ามแยกประตูน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นจุดที่ยิงM79

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

Source: ตำรวจคุมตัวคนร้ายก่อเหตุยิงเอ็ม79ทำแผนหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

'สุขุม' คาดทหารตบเท้านั่ง 'สภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป' เกินครึ่ง



"สุขุม นวลสกุล" คาดสภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป มีทหารเกินครึ่ง ด้าน "วินธัย" ปัดข่าวลือทหารนั่ง 80 คน ชี้ต้องรอธรรมนูญชั่วคราวประกาศใช้ก่อน...


EyWwB5WU57MYnKOuFZlKJ9yZ7u4CwSpRORnqWuiigWFPP1uRd9ACy6

วันที่ 14 ก.ค. นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกระแสการคัดเลือกสภานิติบัญญัติ (สนช.) และสภาปฏิรูปสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า เชื่อว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่แต่งตั้งสัดส่วนของทหารเข้ามาทำหน้าที่ในสภา สนช. เกินครึ่งหนึ่งของจำนวน 200 คน ตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ กล้องวงจรปิดในขณะที่ทราบว่าเป็นที่จับตาของสื่อมวลชน แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีสัดส่วนของทหารประมาณ 70-80 คน เพื่อให้อาจสั่งการด้านนโยบายได้ เพราะมีการถอดบทเรียนจากที่ผ่านมา ในอำนาจสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปี 2549 ที่ไม่สามารถควบคุมอำนาจใน สนช.ได้ แต่ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว

นายคมสัน กล่าวต่อว่า ที่มาของ สนช. ควรเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นพิเศษ เพราะต้องเข้ามาพิจารณากลั่นกรองกฎหมายเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ต้องมีนักเทคนิคด้านต่างๆ เช่น วิศวกร จัดสรรสิ่งแวดล้อม แรงงาน เกษตร และภาคธุรกิจ ให้มีความเหมาะสม ส่วนกระแสข่าวที่จะให้อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่มีความเป็นกลาง เข้ามาทำหน้าที่ใน สนช. นายคมสันต์ มองว่า เป็นเรื่องดี เพราะมีหลายคนที่มีความเหมาะสม

ทางด้าน นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงที่มาของ สนช. และ สปช. ว่า ขณะนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า คสช.เป็นผู้คัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติเอง มีจำนวนสองร้อยคน และไม่ห้ามข้าราชการประจำเป็น โดยน่าจะคัดเลือกบุคคลที่ คสช.ไว้วางใจ อาจเป็นทหารเกินครึ่ง เพราะจุดประสงค์ให้มาสนับสนุน คสช.เต็มที่ แต่อาจมีคนนอกเป็นไม้ประดับมาบ้าง แต่ที่มาของสภาปฏิรูปการเมือง จะคัดเลือกจากส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพ 11 กลุ่ม ที่สำคัญให้เสนอมาจังหวัดละ 5 คน และเลือกให้เหลือ 76 คน ซึ่ง คสช.ก็เป็นผู้คัดเลือกเองอีก โดยการตั้งกฎเกณฑ์ให้มีการเสนอจาก 11 กลุ่ม เพื่อทำให้ดูมีหลากกลาย ท้ายสุดเสนอมากกว่าจำนวนจริง แต่ให้เหลือแค่ 250 คน ซึ่งในท้ายสุดก็ดูว่าจะเอาใคร เป็นคนเลือกสุดท้าย

นายสุขุม กล่าวต่อว่า คสช.พยายามวางกรอบให้เหมือนมีการเสนอจากทุกๆ ฝ่าย แต่เสนอเข้ามาเพื่อดูว่า คนไหนสมควรไว้วางใจให้เป็น คนที่ได้เป็น เพราะ คมช.เห็นว่าสนองนโยบาย คสช.ได้ เหมือนกับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พูดไว้ ถ้าไม่เด็ดขาด ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จุดประสงค์นี้ทำให้เข้าใจว่า คสช.ทำไมต้องอย่างนั้น ไม่ใช่มาตั้งคนคอยคัดค้าน หรือถ่วงดุล อาจไม่ถึงขั้นสภารีโมต ซึ่ง  คสช. มั่นใจว่า ทั้ง สนช.และ สปช.ไม่มาสร้างปัญหาและสนับสนุน คสช. รับผิดชอบแก้ปัญหาบ้านเมืองในเวลาจำกัด ทำให้ทุกอย่างนิ่ง จนมีรัฐธรรมนูญประกาศปลายปี 2558 เรียบร้อย

ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. เปิดเผยถึงเรื่องมีนายทหารกว่า 80 คน จะมาดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เป็นเพียงข่าวลือ เพราะขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการสรรหาบุคคลที่มาดำรงตำแหน่ง สนช. ต้องรอให้มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวเสียก่อน

ส่วน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสัดส่วนข้าราชการในสภาปฏิรูปว่า ส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้อง ต้องรอผู้บังคับบัญชาเป็นผู้คัดเลือก.

อ้างอิงจาก:thairath.co.th


Source: 'สุขุม' คาดทหารตบเท้านั่ง 'สภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป' เกินครึ่ง

หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

news03-1

วันที่ 14 กรกฎาคม ร.ต.ท.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งจากห้องวิทยุสน.คลองตัน ว่ามีชายเมาสุราอาละวาดคลุ้มคลั่ง ภายในรอยัลคอนโดมีเนี ยม ซอยพัฒนาการ 30 แขวงและเขตสวนหลวง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ท.สุพิณส์ สุขตะโก รองสว.ป.สน.คลองตัน ร.ต.ท.สถาพร โสตถิยิ้ม รองสวป.สน.คลองตัน ร.ต.ต.จงกล สุวรรณจันทร์กล้องcctv รองสว.ป.สน.คลองตัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 23 ชั้น ประกอบกิจการเป็นห้องพักและสำนักงานให้เช่าบริเวณด้านหน้าพบรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ย5381 กทม. โดยมี นายฮาซัน บีลัน อายุ 24 ปี ชาว จ.ยะลา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล สภาพมึนเมาพูดจาวกวน อยู่ภายในรถพร้อมกับ น.ส.ดีฟูซา ซานดาโรว่า (Dilfuza Shandjalilova) อายุ 24 ปี ชาวอุซเบกิสสถาน พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง

น.ส.ดีฟูซา อยู่ในสภาพหวาดกลัวทันทีที่พบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เล่าว่าถูก นายฮาซัน ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายฮาซัน ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาถึงที่ สน.คลองตัน ก็มีอาการคลุ้มคลั่งอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยคำพูดหยาบคาย อาทิ "มึงรู้ไหมกูลูกใคร?" เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องคุมขัง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถพบขวดเหล้า 1 ขวด วางอยู่บริเวณใต้ที่นั่งด้านซ้ายและบริเวณที่นั่งฝั่งคนขับพบบุหรี่ 1 ซอง รวมทั้งกระโปรงหลังรถ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนยาวบีบีกันซุกซ้อนอยู่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวน น.ส.ดีฟูซา เล่าว่า ได้รู้จัก นายฮาซันและเคยคบหาดูใจกันมา ระหว่างที่คบกันนั้น นายฮาซันได้ทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด จึงได้บอกเลิกรากันไป แต่นายฮาซันไม่ยอมตามงอนง้อเรื่อยมา จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเดินทางมาที่คอนโดดังกล่าวเป็นที่ทำงาน นายฮาซันได้มาดักรอตนพร้อมกับฉุดกระฉากตน พร้อมขอเจรจาให้กลับมาคบกัน แต่ตนไม่ยอมจึงได้ขู่ทำร้ายตน ซึ่งขณะนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมากจึงได้แจ้งตำรวจมาควบคุมตัวไป

ต่อมาได้มี นายวิสุทธิ์ ลิ้มวัฒนา อายุ 54 ปี เจ้าของบริษัทดิจิตอล นิวเวิล์ด จำกัด ได้เดินทางมาที่ สน.คลองตัน พร้อมกับแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่าถูกรถของ นายฮาซัน ชนท้ายรถของตน เป็นรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแฮคคอร์ด สีฟ้า หมายเลขทะเบียน พห 8604 กทม. ได้รับความเสียหายที่บริเวณท้ายรถ

นายวิสุทธิ์ เล่าว่า เมื่อช่วง 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ขณะที่ตนขับรถออกมาเพื่อจะไปธุระ จนกระทั่งรถของตนมาถึงช่วงระหว่างซอยพัฒนาการ 32 รถคันดังกล่าวก็ได้พุ่งชนตนอย่างจัง หลังเกิดเหตุนายฮาซันก็ได้ลงมาเจรจาขอยอมความโดยเสนอเงินให้จำนวน 5,000 บาท แต่ตนไม่เอาเพราะจะเรียกประกัน นายฮาซันจึงได้รีบขึ้นรถและขับรถหลบหนีไปจึงได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.คลองตัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าขณะที่ น.ส.ดีฟูซา กำลังลงบันทึกประจำวันอยู่นั้น นายฮาซันได้อาละวาดส่งเสียงดัง ทุบตีทำร้ายร่างกายตนเอง โดยการเอาหัวโขกกับรั้วเหล็กและกำแพง พร้อมกับทำลายข้าวของที่อยู่ในห้องขัง อาทิ ทุบโถส้วม ปีนป่ายลูกกรงเพื่อดึงกล้องวงจรปิดและทำลายทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เจรจาเพื่อขอให้สงบสติอารมณ์ แต่นายฮาซันไม่ยอมได้ขว้างปาสิ่งก้อนอิฐใส่และด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ถ้อยคำหยาบคาย

พร้อมกล่าวว่าหากใครสามารถเดินเรื่องให้ออกจากห้องขังได้จะให้เงิน 100,000 บาท ผู้สื่อข่าวได้บอกให้นายฮาซันสงบสติอารมณ์กับถูกนายฮาซันต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมกับขว้างปาสิ่งของ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าไปในห้องควบคุมขังพร้อมกับใส่กุญแจมือและแยก ขังไว้

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายฮาซัน เป็นบุคคลไม่มีสถานภาพทางทะเบียน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งจะตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาดก่อความเดือดร้อนรำคาญ , ชนแล้วหนี, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่, ทำให้เสียทรัพย์, พกพาสิ่งเทียงอาวุธปืน ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

แหล่งข่าว:sanook.com

Source: หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ก็ไม่รู้สินะ “คสช.”จัดการระบอบทักษิณ หรือตัดตอนไม่ให้ถึงกันแน่?

557000008117801ทำไปทำมาดูเหมือนว่า “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)” ภายใต้การนำทัพของ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้ทรงอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านนี้เมืองนี้กำลังติดใจกับภารกิจ “คืนความสุขภาคบันเทิง” เข้าให้เสียแล้ว

เพราะล่าสุดเพิ่งประกาศจัดงานมหรสพกันอีกแล้วครับพี่น้อง โดยงานนี้ใช้ชื่อว่า “มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ค.57 บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวทางการขับเคลื่อนการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์และคืนความสุขให้คนในชาติ

ถามว่า สาระหลักของงานนี้คืออะไร

ตอบแบบไม่ต้องคิดว่าเลยว่า คือกล้องวงจรปิดความบันเทิง เพราะภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้ การออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก การแสดงดนตรีจากกรมประชาสัมพันธ์ วงดนตรีออร์เคสตราผสมพลเรือนตำรวจทหาร วงดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ การแสดงที่สื่อถึงความเป็นมาของชาติไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยจากทุกภาค การแสดงคนตรีจากเหล่าศิลปินจากค่ายแกรมมี่ อาร์เอส เวิร์คพอยท์ นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมฉายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร และการสวดขอพรเพื่อความสงบสุขของทุกศาสนาด้วย

ให้ตายเถอะ คสช.!!

หลายคนอุทานด้วยความปลื้มปริ่ม พร้อมสงสัยว่า กิจกรรมทำนองนี้มันจะคืนความสุขที่แท้จริงให้ประชาชนจริงหรือ แล้วก็พาลถามต่อไปอีกด้วยว่า เอ....แล้วงานนี้ใช้งบประมาณสักกี่มาน้อย

และด้วยความเคารพ คงต้องบอกว่า ความจริงไม่ใช่กรณีนี้เท่านั้น ที่สังคมกำลังตั้งคำถามกับ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแต่สังคมกำลังตั้งคำถามกับการทำงานของ คสช.ในทุกกรณีหลังให้เวลานับจากการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 มาได้พอสมควร หรือพูดง่ายๆ คือ เมื่อผ่านช่วงเวลาของ “ฮันนีมูนพีเรียด” ไปแล้ว คสช.ได้สร้างผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา คสช.ทำเรื่องต่างๆ เอาไว้มากมายจนแทบจะไล่เรียงไม่ไหว ซึ่งหลายคนก็ยกนิ้วให้ด้วยความชื่นชม โดยสามารถแบ่งภารกิจได้ 2 กลุ่มคือ หนึ่ง-กลุ่มปัญหาพื้นฐานที่ข้องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งสร้างความเอือมระอาและเป็นปัญหาหมักหมมมาเป็นเวลานาน และสอง-กลุ่มปัญหาระดับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ กลุ่มเคลื่อนไหวหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปฏิรูปประเทศในทุกองคาพยพ

กลุ่มแรกก็ไล่ตั้งแต่การเข้ามาจัดระเบียบรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ การควบคุมและแก้ปัญหามาเฟียวินมอเตอร์ไซต์ การปราบพนันฟุตบอล การแก้ปัญหาการจำหน่ายสลายกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา การจัดระเบียบแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ การจัดการกับปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย การกวาดล้างและจับกุมอาวุธสงคราม ฯลฯ

ขณะที่กลุ่มที่สองก็ประกอบไปด้วยการจับกุมอาวุธสงครามเพื่อระงับความ รุนแรงทางการเมือง การเรียกบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งมารายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติ การออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบัน การโยกย้ายข้าราชการในระบอบทักษิณ การเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูการทำงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ การจัดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปพลังงาน เป็นต้น

แต่ปัญหาของ คสช.ที่กำลังคืนความสุขให้สังคมไทยในเวลานี้ก็คือ ทำไปทำมาทุกกลุ่มปัญหาที่ คสช.เข้ามาจับดูเหมือนจะหยุดลงตรงกลางทางเสียเกือบทั้งหมดหรือจะว่าทั้งหมด ก็คงจะได้ เพราะยังไม่เห็นเรื่องไหนที่สามารถ “จับปลาตัวใหญ่” มาลงโทษให้เห็นได้สักที เห็นแต่ “ปลาซิวปลาสร้อย” ทั้งๆ ที่ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็มีข้อมูลและหลักฐานที่น่าจะเพียงพอให้สาวไปถึงตัวผู้บงการขนาดใหญ่ได้ไม่ยากเย็นนัก

ยกตัวอย่างกรณีโครงการรับจำนำข้าว เวลานี้ก็ได้ไปตรวจสต๊อก ไปตรวจสอบคุณภาพของข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนรับรู้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ที่ประชาชนอยากเห็นก็คือการลากคออ้ายอีที่โกงมาลงโทษ โดยที่มิได้หยุดและตัดตอนอยู่ที่โรงสี หากแต่ต้องไปให้ถึงตัวการใหญ่

คสช.ไม่รู้หรือว่า ใครคือมาเฟียใหญ่ที่แสวงหาผลประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าว

แน่นอน เสียเปี๋ยงเป็นแค่เพียงผู้ร่วมกระบวนการเท่านั้น เพราะ “ปลาใหญ่” ของมหกรรมการโกงที่แท้จริงคือ “เจ๊ ด.” และบรรดานักการเมืองในสังกัดที่ร่วมกันงาบ

ทั้งนี้ ตราบใดที่ไม่สามารถจับปลาใหญ่ได้ ความหลาบจำก็ยังไม่บังเกิด การคืนความสุขที่แท้จริงให้กับประเทศไทยก็จะไม่บรรลุผล เพราะอ้ายอีเหล่านี้นี่แหละที่สร้างความพินาศฉิบหายให้กับบ้านนี้เมืองนี้

หรือกรณี พล.ท.มนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อนรัก ตท.10 ของนักโทษชายหนีคดีทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลทหารออกหมายจับในคดีครอบครองอาวุธสงคราม คสช.ไม่ทราบจริงๆ หรือว่า ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง ใครคือคนที่สั่งการ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่บิ๊กหยอยจะดำเนินการเป็นการส่วนตัวกับพวกพ้องกระจิ๊บก ระจ้อยไม่กี่คน

เช่นเดียวกับกรณีการปฏิรูปพลังงานและบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่ คสช.กำลังทำให้ประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดินสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตั้ง “ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” คนของพรรคประชาธิปัตย์และลุงกำนันแห่ง กปปส.มานั่งเป็นประธานบอร์ด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรมทั้งแผ่นดินด้วยคำถามขั้นพื้นฐานว่า แล้วคนไทยจะมีโอกาสได้ใช้น้ำมันหรือพลังงานใน ราคาที่สมเหตุสมผลกับเขาบ้างหรือไม่

ไม่เพียงแต่เรื่องใหญ่ๆ เท่านั้น หากแต่ลุ่มปัญหาพื้นฐานที่ข้องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ถ้าจะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนจะหยุดลงอยู่แค่ “ปลาตัวเล็ก” เหมือนกัน เพราะมิได้เห็นว่าจะขยายผลไปสู่ “ปลาตัวใหญ่” เลยแม้แต่น้อย

กรณีการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา สุดท้าย คสช.ก็ไม่สามารถทำให้ขายได้ในราคา 80 บาทเหมือนกันทั่วประเทศ แต่มีบางจุดเท่านั้นที่ขายได้ในราคานี้ ถามว่า แล้ว คสช.ไม่รู้หรือว่า ใครคือผู้ที่ทำให้ไม่สามารถขายได้ในราคานี้ได้ ซึ่ง คสช.ก็ไม่สามารถอ้างได้ถึงเรื่องสัญญาที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำกับยี่ ปั๊ว เพราะเวลานี้ คสช.คือองค์รัฏฐาธิปัตย์ที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศ คสช.คือกฎหมายของประเทศ จะออกประกาศอะไรหรือล้มล้างอะไรก็ได้ในบ้านนี้เมืองนี้

หรือกรณีวินมอเตอร์ไซค์ บ่อน โต๊ะบอล มือปืน แท็กซี่สุวรรณภูมิ ไม้เถื่อน แรงงานเถื่อน ฯลฯ ถามจริงๆ คสช.ไม่รู้หรือว่า ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะ “คนมีสี”

ด้วยความเคารพและกริ่งเกรง สิ่งที่ คสช.ทำในเวลานี้ กำลังทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะการที่ คสช.ห้ามแม้กระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์หรือการโจมตีฝ่ายการเมืองตรงกันข้าม ย่อมทำให้สังคมโดยรวมไม่เข้าใจว่า อะไรคือปัญหาที่แท้จริงของประเทศ

เพราะ คสช.บอกเพียงแค่ว่า เหตุที่ต้องทำรัฐประหารก็เพราะเพื่อป้องกันการจลาจล การใช้ความรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ทั้งๆ ที่ต้นตอของปัญหาทั้งหลายทั้งปวงคือ “ระบอบทักษิณ”

คสช.ไม่เคยบอกว่า ระบอบทักษิณทำอะไรกับบ้านเมืองบ้าง

คสช.ไม่เคยบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีปัญหากับชาติบ้านเมืองที่ตรงไหน

หรือว่า ระบอบทักษิณไม่ใช่ปัญหาของประเทศไทยในทัศนะของ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เป็นประธาน คสช.จริงๆ

เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการถอดยศ ไม่มีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง ไม่มีหมายจับ และไม่มีคำตอบจากผู้มีอำนาจว่าทำไมจึงไม่มีอะไรกระทบระบอบบักเหลี่ยม ทุกอย่างเป็นไปเหมือนเดิม

แถมล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์รูปพ่อลงในอินสตาแกรมของตนเอง โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ยืนถ่ายรูปคู่ข้างป้ายสีดำและได้ทำมือชื่อไปที่ตัวหนังสือภาษอังกฤษคำว่า "wait" ซึ่งมีแปลว่า"รอ"

นอกจากนั้น น.ส.แพทองธาร ยังได้โพสต์ข้อความใต้ภาพอีกว่า "I′m in no rush" ซึ่งแปลว่า "ฉันไม่รีบ" ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ พร้อมทั้งคำถามว่าภาพนี้สื่อความหมายอย่างไร หรือ มีนัยยะอะไรแอบแฝงหรือไม่

รอยยิ้มของ นช.ทักษิณขณะกำลังยืนชี้ไปที่คำว่า wait และการโพสต์คำว่า “I′m in no rush” ซึ่ง แสดงความมั่นใจเต็มที่มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า พวกเขามิได้เดือดเนื้อร้อนใจกับการรัฐประหาร เพราะมั่นใจว่าในอีกไม่ช้าก็จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง และระบอบทักษิณก็จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

....ก็ไม่รู้สินะ

Source: ก็ไม่รู้สินะ “คสช.”จัดการระบอบทักษิณ หรือตัดตอนไม่ให้ถึงกันแน่?

เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์- อัยการสั่งสอบผู้อำนวยการช่องข่าวการเงินและควบดูแลฝ่ายการตลาดของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศจีน (CCTV) ข้อหารับสินบน

ผู้บริหารอาวุโสของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศ จีน ที่ดูแลค่าโฆษณา มูลค่าหลายพันล้านหยวน ถูกอัยการกักตัวเพื่อสอบสวนเหตุต้องสงสัยในการทุจริต


557000006365201นายกัว เจิ้นสี วัย 49 ปี ผู้อำนวยการช่องข่าวการเงินของCCTV และนายเถียน ลี่อู่ โปรดิวเซอร์รายการฯ ต้องสงสัยว่ารับสินบน ทั้งสองจึงถูกควบคุมตัว “เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา” สำนักอัยการประชาชนสูงสุด แถลงเมื่อคืนวาน (1 มิ.ย.)
ก่อนหน้านี้ ไฉซิน สื่อผู้ทรงอิทธิพลของแผ่นดินใหญ่ อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผย ระบุว่า นายกัวถูกอัยการจากมณฑลจี้หลิน ควบคุมตัวไปแล้ว อย่างไรก็ตามทางซีซีทีวี ก็ไม่ออกมาแสดงความเห็นแต่อย่างใด
ไฉซิน ระบุว่า หลังจากที่ นายหลี่ ตงเซิง อดีตรองรัฐมนตรีกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์ คนใกล้ชิดของอดีต “ซาร์” ความมั่นคงจีน นายโจว หย่งคัง ร่วงจากอำนาจเมื่อเดือนธ.ค. 2556 ก็มีข่าวว่า นายกัวผู้นี้เองที่คอยให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐในการสอบสวนนายหลี่
นายกัว เริ่มเข้าวงการผู้ประกาศข่าวการเงินในปี 2535 และขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดในปี 2541 ไฉซินรายงาน
ระหว่างปี 2548-2552 นายกัวควบสองตำแหน่งทั้งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของcctv และ ผู้อำนวยการช่องข่าวการเงิน ซีซีทีวี2 ทว่า ในปี 2552 เขาก็ยุติบทบาทในฝ่ายการตลาด
ไชน่า เดลี รายงานว่า มูลค่าการประมูลการโฆษณาในซีซีทีวี เพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านหยวน (ประมาณ 13,000 ล้านบาท) ในปี 2545 เป็น 15,900 ล้านหยวน หรือ ราวๆ 79,500 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา (2556)
ในฐานะผู้อำนวยการช่องข่าวการเงิน นายกัว รับดูแลรายการชื่อดังในแวดวงธุรกิจของแดนมังกร 2 รายการ คือ คนดังในแวดวงธุรกิจ และ รายการสิทธิผู้บริโภค
รายการบคนดังในแวดวงธุรกิจ ตีแผ่ชีวิตของผู้นำทางธุรกิจจำนวนมาก ส่วนรายการสิทธิผู้บริโภค หรือ 315 กาล่า ที่เริ่มออกอากาศตรงกับวันสิทธิผู้บริโภคโลก 15 มี.ค. ก็ส่งสายข่าวเข้าไปตรวจสอบการทำธุรกิจลับ
“จากตำแหน่งใหญ่โต ในองค์กรที่มีอำนาจมาก เป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐที่มีอำนาจผูกขาด คุณจะเห็นเลยว่า คนจำนวนมากต่อคิวเข้าแถวให้สินบนเขา” นายเติ้ง อี้ว์เหวิน อดีตรองบรรณาธิการ สตัดดี้ ไทมส์ กล่าว
ในขณะที่ นายจัง จี้อัน อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัย ซุน ยัต เซน ให้ความเห็นว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่เลินเล่ออย่างมาก ที่ปล่อยให้หัวหน้าบรรณาธิการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดขององค์ใหญ่ระดับซีซีทีวี เป็นคนๆ เดียวกัน
“ฝ่ายจัดทำเนื้อหาควรแยกขาดจากผู้ที่ดูแลผลประโยชน์ทางการค้า” นายจังกล่าวทิ้งท้าย
อนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด ของนโยบายปราบปรามการทุจริตของจีน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าดำรงตำแหน่งในเดือน พ.ย. 2555 เป็นต้นมา


อ้างอิงจาก:manager.co.th

Source: เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์- อัยการสั่งสอบผู้อำนวยการช่องข่าวการเงินและควบดูแลฝ่ายการตลาดของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศจีน (CCTV) ข้อหารับสินบน

ปล้นทอง4ล. โต๊ะกังในห้าง ชิง180บ. ตร.นนท์ เร่งล่าตัว

โจร บุกเดี่ยวปล้นทอง"โต๊ะกัง"หนัก 182 บาทเกือบ 4 ล้านบาทกลางห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน รปภ.วิ่งไล่ตามจับแต่หนีรอดไปได้หวุดหวิด ตร.นนทบุรีเช็กบริษัทกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายชาย สูง 170 ซ.ม. สวมเสื้อแจ๊กเกตดำ ใส่หมวกแก๊ปพรางใบหน้า ทำทีเดินเข็นรถช็อปปิ้งดูลาดเลาฉวยโอกาสขณะ รปภ.เดินไปที่อื่น ชักปืนบุกปล้นใช้เวลาเพียง 40 วินาที กวาดทองหนีลอยนวล 


เมื่อ เวลา 17.45 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.ท.เสถียร เสนผาบ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นทอง ภายในห้างขายทอง "โต๊ะกัง งามวงศ์วาน" ชั้นจี เลขที่ 30/39-50 ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติ สุขสมภักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมชาย ขำสัจจา รอง ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.นักรบ ชอบทำทาน สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

view_resizing_images.phpที่ เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบพนักงานขายสาวหน้าเคาน์เตอร์ยืนหน้าตาตื่น น.ส.สิรินยา ศิริ อายุ 16 ปี เล่าเหตุการณ์ระทึกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมพนักงานกำลังยืนรับลูกค้าอยู่ ได้มีคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซ.ม. ใส่เสื้อแจ๊กเกตดำ ใส่หมวกแก๊ป เดินตรงเข้ามาหาตนพร้อมเปิดเสื้อโชว์อาวุธปืนข่มขู่แล้วสั่งให้อยู่เฉยถ้า ไม่อยากตาย แล้วชักปืนออกจ่อพนักงานอีกคนให้หยิบทองใส่ถุงผ้าลายที่เตรียมมา แต่ไม่มีใครกล้าหยิบ คนร้ายจึงกระโดดข้ามเคาน์เตอร์เข้ามา กวาดสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 19 เส้น หนัก 2 บาท 53 เส้น รวมน้ำหนักทอง 182 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ใส่ถุงก่อนจะวิ่งหลบหนีโดยมี รปภ.ของห้างวิ่งไล่ตามคนร้ายไป

ด้าน นายวัชชิระ ทาสาด เจ้าหน้าที่ รปภ. ให้การว่า ขณะที่ตนตรวจดูความเรียบร้อยห่างจากร้านทองโต๊ะกังที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ได้ยินเสียงคนร้องและวิ่งแตกตื่นออกมาจากร้านทอง ตนจึงรีบวิ่งไปดูก็พบคนร้ายวิ่งสวนออกมาจากร้านทองดังกล่าว แล้วคนร้ายวิ่งออกไปที่ห้างโฮมโปรซึ่งอยู่ติดกันก่อนที่คนร้ายจะขึ้นรถ จยย.ไม่ทราบสี ยี่ห้อ หลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด 

ต่อ มาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายทำทีเข็นรถเข็นเดินอยู่ หน้าร้านโดยอาศัยช่วงที่ รปภ.ของห้างเดินตรวจตราไปที่ร้านอื่นก่อน จากนั้นตรงเข้ามาก่อเหตุปล้นทองทันทีโดยใช้เวลาลงมือเพียง 40 วินาที ภาพวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เร่งออกตรวจดูกล้องวงจรปิดตามจุดอื่นๆ ของห้างที่สามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน และที่ห้างโฮมโปร เพื่อใช้เป็นเบาะแสตามล่าคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


อ้างอิงจาก:khaosod.co.th

Source: ปล้นทอง4ล. โต๊ะกังในห้าง ชิง180บ. ตร.นนท์ เร่งล่าตัว

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

“ประภัสร์”อำมหิต!

“ประภัสร์”อำมหิต! ยิ่งกว่าไอ้หื่นฆาตกร คสช.จะเชือดหรืออุ้มไว้?


เหตุสะเทือนใจคนไทยทั้งชาติจากกรณีไอ้หื่นจอมโหด “วันชัย แสงขาว” สัตว์นรกในคราบมนุษย์ ข่มขืน “น้องแก้ม” บนขบวนรถไฟตู้นอนเที่ยว 174 ตู้ 3 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ และโยนเหยื่อทิ้งทั้งที่ยังมีชีวิต จนกลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณอยู่ริมทางรถไฟ

กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 117 ปีของการรถไฟไทยทำให้คนจำนวนมากถามหาความรับผิดชอบจาก ประภัสร์ จงสงวนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย

ไม่ใช่เพียงแค่เหตุเกิดบนรถไฟที่อยู่ในกำกับดูแลของประภัสร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องจรรยาบรรณและคุณธรรมของตัวผู้บริหารที่ให้ข้อมูลบิดเบือน กับสังคมด้วยการโยน “เผือกร้อน”ออกจากตัวอ้างว่า

ผู้ก่อเหตุไม่ใช่เจ้าหน้าที่การรถไฟ แต่เป็นพนักงานของบริษัทเช่าช่วงที่มารับงานจากการรถไฟซึ่งถูกจับได้ทันควัน ว่า “โกหก”โดยมีการนำหลักฐานการประกาศผลการคัดเลือกเป็นลูกจ้างเฉพาะงาน ของกองโดยสารฝ่ายการเดินรถการรถไฟฯ โดยมีชื่อ วันชัย แสงขาว อยู่ในรายชื่อลำดับที่ 43 มัดอย่างดิ้นไม่หลุดว่า

ฆาตกรอำมหิตรายนี้คือเจ้าหน้าที่ของการรถไฟฯ ไม่ใช่บริษัทกล้องวงจรปิดที่มารับงานจากการรถไฟฯ

ความจริง ประภัสร์ ควรเป็นชื่อแรกๆ ที่ คสช.ย้ายออกจากตำแหน่งเพราะประวัติชัดเจนว่าแดงแจ๋ รับใช้ระบอบทักษิณมาอย่างยาวนานโดยมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ อุกฤษ มงคลนาวิน ที่ยังปวารณาตนเป็นลิ่วล้อทักษิณแม้จะแก่เฒ่ามากแล้ว

ประภัสร์เริ่มชีวิตการทำงานในเมืองไทยที่สำนักกฎหมายของอุกฤษ กระทั่งมีโอกาสได้เข้าทำงานในการทางพิเศษแห่งประเทศไทยตามคำชวนของ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการตัดตอนคดีของ “ตระกูลชิน”ตั้งแต่การไม่ยื่นฎีกาคดีเลี่ยงภาษีกว่า 500 ล้านของ “คุณหญิงพจมาน”จนทำให้คดีสิ้นสุด ไม่ฟ้อง “พานทองแท้ ชินวัตร”คดีทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยกว่า 9 พันล้านบาท และมีผลงานทิ้งทวนก่อนเกษียณด้วยการสั่งไม่ฟ้อง “ทักษิณ ชินวัตร”ในข้อหาก่อการร้าย

ประภัสร์เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานขึ้นชั้นเป็น ผู้ว่าการ รฟม.เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2540 ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งมีทักษิณ เป็นรองนายก และกินตำแหน่งนี้ยาวนานจนถึงปี 2551 ก็ผันตัวเองออกมาสวมเสื้อพลังประชาชน พรรคการเมืองของทักษิณ ลงสมัคร ผู้ว่า กทม. แต่พ่ายแพ้ให้แก่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์

นับจากนั้นมาก็ชัดเจนว่า ประภัสร์คือหนึ่งในคนที่ทักษิณสั่งได้ โดยกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในยุคที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี ได้รับการโปรโมตให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนที่จะลาออกไปลงสมัครเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และได้รับการแต่งตั้งจากครม.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2555 จนถึงปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือการเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟฯ ของประภัสร์ ถูกแฉโดย นคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ว่า มีการทำผิดกฎหมายการรถไฟมาตรา 37 และกฎหมายคุณสมบัติพนักงานรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากประภัสร์ขาดคุณสมบัติเพราะเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองและยังไม่ใช่ ผู้บริหารองค์กรที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทตามที่กำหนดไว้ด้วย

เนื่องจากผลงานการบริหาร รฟม.พบว่าในปี 2551 มีรายได้เพียงแค่ 529 ล้านบาทเท่านั้น พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งประภัสร์เป็นผู้ว่าการรถไฟเพื่อให้มารับงานพัฒนาพื้นที่การรถไฟ มูลค่า 1.5 แสนล้านบาทและแผนพัฒนาพื้นที่มักกะสันอีก 3 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ประภัสร์ยังเป็นคนที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการผลักดันกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้าน ลากคนไทยเป็นหนี้นานครึ่งศตวรรษ โดยถือได้ว่าเป็นลูกคู่คนสำคัญของชัชชาติ สิทธิพันธ์ อดีต รมว.คมนาคม ผู้แข็งแกร่งที่สุดในสามโลก แต่เข่าอ่อนในวันที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ

ประภัสร์ร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้สองล้านล้านมีบทบาทสำคัญมากกว่ารัฐมนตรีหลายคนใน ครม.ยิ่งลักษณ์ ถึงขนาดชัชชาติตอบไม่ได้ก็จะเรียกหาประภัสร์ให้เป็นคนชี้แจงแทน

ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.สร้างหนี้ขัดรัฐธรรมนูญ ประภัสร์ เป็นหนึ่งในขี้ข้าของยิ่งลักษณ์ที่ออกมากล่าวโทษศาลรัฐธรรมนูญว่าทำให้การ พัฒนาระบบรางต้องล่าช้าออกไปอีก 20 ปีเพราะการพัฒนาต้องใช้เงินกู้ด้วยกฎหมายพิเศษไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จากระบบงบประมาณปกติ

เมื่อมีการยึดอำนาจ คสช.ตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร. มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีกองทัพบก เป็นประธาน มีการพิจารณาทบทวน 10 โครงการในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก่อนจะมีมติยกเลิกโครงการบูรณะหัวรถจักรดีเซล ของการรถไฟฯ วงเงิน 3,300 ล้านบาท เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับงบประมาณและให้นำเงินส่วนนี้ไปซื้อหัวรถจักรใหม่แต่ ให้ปรับลดวงเงินลง

หลายคนเก็งว่า ประภัสร์ น่าจะถูกเด้งเพราะการสั่งยกเลิกโครงการของการรถไฟฯ น่าจะมีกลิ่นไม่ดีเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์รวมอยู่ด้วยแต่เขาก็ “หนังเหนียว”นั่งในตำแหน่งนี้ได้ตามปกติ

ยิ่งเมื่อตรวจสอบลึกลงไปกลับพบว่าประภัสร์มีความคิดที่จะยกเลิกการ ซ่อมหัวรถจักรเพื่อจัดซื้อใหม่อยู่แล้ว มติ คตร.จึงไม่มีอะไรพลิกโผที่ประภัสร์วางแผนไว้ ไม่แตกต่างจากการยกเลิกซื้อแท็บเล็ต เพราะกระทรวงศึกษาในยุคจาตุรนต์ฉายแสงเป็น รมว. ก็ตั้งท่าจะโละทิ้งเปลี่ยนมาทำโครงการสมาร์ทคลาสรูม หรือห้องเรียนอัจฉริยะอยู่แล้ว และขณะนี้ คสช.ก็กำลังพิจารณาโครงการนี้เช่นเดียวกัน

การเก็บประภัสร์ไว้ในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟจึงทำให้ถูกตั้งข้อสงสัย ว่าเพื่อให้เดินหน้าต่อในการพัฒนาระบบรางที่จะมีการจัดสรรงบประมาณรองรับ หลายแสนล้านบาทตามแผนเดิมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์หรือไม่เพราะแม้ว่า คสช.จะไม่กล้าสวนกระแสเดินหน้ารถไฟความเร็วสูง แต่สิ่งที่จะผลักดันอย่างแน่นอนคือ ยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมวงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท โดยหลายแสนล้านบาทในงบก้อนนี้คือการพัฒนาระบบรางในความรับผิดชอบของการรถไฟ

หากไม่มีลับลมคมในก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ย้าย ประภัสร์ ออกจากตำแหน่งเพราะนอกจากเป็นขี้ข้าตัวจริงของทักษิณแล้วยังแสดงให้เห็นถึง ความไร้ซึ่งมโนธรรมอย่างยิ่งจากกรณีโกหกสังคมในเรื่องฆาตกรใจทราม ว่าไม่ใช่คนของการรถไฟฯ อีกด้วย

Source: “ประภัสร์”อำมหิต!

ธปท.ประกาศ11ส.ค.เป็นวันหยุดสถาบันการเงินกรณีพิเศษ

549842-01ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศ 11 สิงหาคม เป็นวันหยุดทำการของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษ เพื่อกระตุ้นภาคธุรกิจท่องเที่ยว ช่วย GDP

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ข่าวการกำหนดวันหยุดทำการของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษ ผ่านทางกล้องcctvเวปไซค์ www.bot.or.th โดยระบุว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีมติให้วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2557 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้มีวันหยุดกับครอบครัวในช่วงเทศกาลวันแม่ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศจากการจับจ่ายใช้สอยและการท่อง เที่ยวนั้น ธปท. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดทำการของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษเพิ่ม เติมอีก 1 วัน เป็นการสนับสนุนนโยบายกระตุ้นภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม นอกจากนี้ การประกาศวันหยุดให้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาพอสมควร ทำให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมการปรับตัวได้ จึงไม่น่าส่งผลกระทบต่อระบบการเงิน และระบบเศรษฐกิจของ
ประเทศอย่างมีนัย สำคัญ ดังนั้น ธปท. จึงกำหนดให้วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2557 เป็นวันหยุดทำการของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติมอีก 1 วัน

ทั้ง นี้ สถาบันการเงินสามารถใช้ดุลยพินิจในการเลือกเปิดสาขาบางแห่ง เช่น สาขาในห้างสรรพสินค้า เพื่อให้บริการแก่ประชาชนได้ เช่นเดียวกับกรณีเป็นวันหยุดตามปกติทั่วไป แต่ทั้งนี้ก็ควรคำนึงถึงการดูแลพนักงานของสถาบันการเงินตามสมควร

แหล่งข่าวจาก:innnews.co.th

Source: ธปท.ประกาศ11ส.ค.เป็นวันหยุดสถาบันการเงินกรณีพิเศษ

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ปตท.แจ้งซ่อมเจดีเอเสร็จพร้อมจ่ายก๊าซฯตามปกติ

549855-01ปตท. แจ้ง แหล่งก๊าซฯ เจดีเอ ซ่อมบำรุงเสร็จ พร้อมจ่ายก๊าซฯ ตามปกติแล้ว ไม่พบปัญหาบริหารจัดการพลังงาน


นาย ชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินงานหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) ประจำปี ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม 2557 รวม 28 วัน ได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ โดย ผู้ผลิตฯ ได้เริ่มจ่ายกล้องcctvไปยังก๊าซฯ เข้าสู่ระบบตั้งแต่เวลา 03.35 น. ของวันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าจะนะ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 7 อ.จะนะ เปิดวาล์วหน้าโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จ ในเวลา 04.35 น. เพื่อให้โรงไฟฟ้าจะนะเริ่มใช้ก๊าซฯ ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในเวลา 05.00 น. โดยตลอดช่วงเวลาที่แหล่งก๊าซฯ ปิดซ่อมบำรุง ไม่พบปัญหาในการบริหารจัดการพลังงาน นอกจากนี้ ในช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ดังกล่าว ทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติขาดหายจากระบบ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และปริมาณการจัดส่งก๊าซเอ็นจีวีในพื้นที่ภาคใต้มีปริมาณจำกัดในระยะเวลา หนึ่ง โดยเฉพาะ ในช่วง 10 วันแรก
ของการซ่อมบำรุงฯ (13-22 มิถุนายน 2557) ทำให้ผู้ใช้บริการเอ็นจีวีไม่ได้รับความสะดวก ซึ่ง ปตท. ได้ประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนบริหารพลังงานสำรองสำหรับโรงไฟฟ้าล่วงหน้า รวมถึงจัดทำแผนการจัดส่งเอ็นจีวีล่วงหน้า และเร่งจ่ายเอ็นจีวีจนครบตามความต้องการใช้งานได้ตามภาวะปกติ

ทั้งนี้ นายชาครีย์ กล่าวอีกว่า ผู้ผลิตแหล่งก๊าซฯ จำเป็นต้องมีการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติตามแผนงานประจำปี เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการจ่ายก๊าซฯ ซึ่งในการปิดซ่อมบำรุงแต่ละครั้ง ปตท. ได้ประสานงานล่วงหน้าร่วมกับภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนบริหารพลังงานให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ซึ่ง ปตท. จะทำหน้าที่เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ทั้งในวันนี้และในอนาคต

แหล่งที่มาของข่าว:innnews.co.th

Source: ปตท.แจ้งซ่อมเจดีเอเสร็จพร้อมจ่ายก๊าซฯตามปกติ

รถยนต์ไร้คนขับต้องสื่อสารกับคนมากกว่าเดิม

รถยนต์ไร้คนขับต้องสื่อสารกับคนมากกว่าเดิม




thumb640x360_5918592846

รถยนต์ไร้คนขับอย่างของ Google ทำให้ต่อไปเราไม่ต้องคอยบังคับพวงมาลัยอีกต่อไป แต่อย่างไรCCTVก็ตามนั่นหมายถึงการควบคุมรถรูปแบบใหม่

จาก งานวิจัยล่าสุดของ Mercedes-Benz ที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการออกเสียงที่จะทำให้รถยนต์ไร้คนขับและคนเดินถนน หรือผู้ขับสามารถสื่อสารกันด้วยการใช้ท่าทางหรือวิธีอื่นๆ

แม้ ว่างานวิจัยเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับนั้นมีมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่การควบคุมรถแทนคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการสื่อสารระหว่างคนขับและสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำสั่งเสียงหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช้เสียง เช่น ปกติเวลาที่จะมีคนรอจะข้ามถนน คนขับหลายคนมักจะชะลอรถแล้วโบกมือให้สัญญาณให้ข้ามถนนได้  ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้รถยนต์สื่อสารกันเองได้แล้ว โดยรถไร้คนขับสามารถพููดคุยกัน บอกพิกัดของรถแต่ละคัน รวมถึงแบ่งปันข้อมูลการจราจรหรืออุบัติเหตุที่อยู่ด้านหน้าให้รถคันที่ตาม หลังมาได้รู้ นอกจากนี้ยังมีการบอกว่าปั๊มไหนน้ำมันถูกได้อีก

ล่า สุดนี้ทาง Mercedes-Benz ได้จับมือกับ Ars Electronica Futurelab ทดลองปล่อย quadcopter ในการติดตามการเคื่อนไหวของสิ่งที่อยู่นอกรถ แล้วทำการแปลท่าทางต่างๆ ของคนเดินถนนให้เป็นสิ่งที่รถอัจฉริยะสามารถเข้าใจได้ ในขั้นต้นนี้มันแปลท่าทางได้แค่ ท่าทางแสดงการต้อนรับ, การหยุดและสัญญาณให้หมุนพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีอีกระบบทางเลือกที่ใช้ “haptic control object” หรือควบคุมโดยการสัมผัสกับวัตถุ ซึ่งในอนาคตอาจจะฝังมาในกุญแจรถยนต์เลย แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำระบบใดมาใช้ ซึ่งก็อาจจะผสมผสานทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน

สิ่ง ที่ต้องคิดต่อไปก็คือระดับการรับรู้ควรจะมีมากน้อยแค่ไหน รวมถึงเมื่อรับรู้แล้วจะตัดสินใจยังไงต่อเพื่อให้มีความปลอดภัย เช่น เมื่อรถรับรู้ว่ามีคนวิ่งตัดหน้า จะต้องเบรคทันทีหรือหักหลบ

ที่มา dailygizmo.tv



Source: รถยนต์ไร้คนขับต้องสื่อสารกับคนมากกว่าเดิม

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อุปกรณ์เสริมกล้องวงจรปิด

อุปกรณ์เสริมกล้องวงจรปิด


7787621646_9722a3bc3fอุปกรณ์เสริม หรือ Accessoriesเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้กล้องวงจรปิดมีความคงทนต่อสภาวะอากาศ สิ่งแวดล้อมต่างๆ สามารถ ที่จะนำกล้องวงจรปิดไปติดตั้งใช้งานได้ทุกสถานที่ตามความต้องการ เพราะว่า เครื่องหุ้มกล้อง /กล่องหุ้มกล้อง มีหลายชนิด หลายแบบ ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ เช่นบางชนิด มีพัดลมช่วยระบายอากาศ ทั้งภายในและภายนอก (ระหว่างตัวกล่องหุ้มกล้องกับแผงกันแดด Sunshield ) บางรุ่นมีที่ปัดน้ำฝนบางชนิดมีระบบการระบายความร้อนด้วยน้ำเพื่อติดตั้งกล้องบริเวณที่มีความร้อนสูงๆ เช่นหน้าเตาเผาโลหะ ฯบางชนิดมีการปิดผนึกอย่างดี สามารถป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปภายในได้บางชนิดสร้างด้วยโลหะพิเศษ เช่น Stainless-Steel เพื่อทนทานต่อการกัดกร่อนโลหะ (Corrosion proof)
บางชนิดออกแบบมาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมน้ำมันโดยเฉพาะสามารถที่จะป้องกันประกายไฟ-ไม่ให้ออกไปภายนอกกล่องหุ้มกล้องได้ เรียกว่า Flameproof หรือบางประเทศเรียก Explosion proof เพื่อป้องกันไม่ให้ประกายไฟที่อาจจะเกิดขึ้นภายในกล่องหุ้มกล้องออกไปทำความเสียหายให้กับงานอุตสาหกรรมน้ำมันซึ่ง สภาวะอากาศเต็มไปด้วยไอของน้ำมันที่พร้อมจะติดไฟการเลือกใช้กล่องหุ้มกล้องนอกจากสภาวะภายนอกแล้วจะต้องคำนึงจึงภายในตัวกล่องหุ้มกล้อง ซึ่งจะมีกล้องและเลนส์ติดตั้งอยู่จะต้องมีขนาดพอเหมาะ ควรจะให้มีขนาดใหญ่ไว้สักเล็กน้อยเพื่อให้อากาศภายในสามารถหมุนเวียนได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนให้กับกล้องได้ส่วนหนึ่ง
การเลือกใช้ระบบกล้องวงจรปิดให้เหมาะสมต่อการใช้งาน
ประเมินความต้องการของคุณเสียก่อน
• พิจารณา จากความจำเป็นในเรื่องของความชัดเจนคุณภาพ ของภาพที่คุณค้องการเช่นต้องการที่จะเห็นใบหน้า,สินค้า,ป้ายทะเบียนรถ อย่างชัดเจน หรือต้องการมองภาพรวมทั่วๆไป
• สถานที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดการวางตำแหน่งกล้อง หรือซ่อนตัวกล้อง ความจำเป็น ในระบบแบบไร้สาย หรือแบบมีสาย ทั้งในร่ม และกลางแจ้ง ช่วงเวลากลางวัน หรือการมองเห็นในช่วงเวลากลางคืน
• กำหนดจำนวนของกล้องวงจรปิดว่าจะต้องใช้ประมาณกี่ตัว และความจำเป็นในการใช้งาน
• งบประมาณที่คุณตั้งเอาไว้
เลือกประเภทของกล้องวงจรปิด
• ชนิดของกล้องวงจรปิดมีหลายชนิดหลายแบบ กล้องแบบ CS MOUNT เป็นกล้องที่ต้องใช้เลนส์ต่อกับกล้องทำให้เกิดภาพ ข้อดี คือภาพจะชัด เพราะเลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์มาตรฐานขนาดใหญ่กล้องวงจรปิดแบบโดมเหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการความสวยงามหรือไม่ต้องการให้สังเกตเห็นว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด
• ความละเอียดของภาพ Resulotionกล้องที่ให้ภาพจะชัดเจนหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของแผ่นรับภาพ CCD
• ความสามารถในการรับแสง Iluminationกล้องที่มีความสามารถในการรับแสงต่ำ (LUX) จะสามารถใช้ในสถานที่ที่มีความสว่างน้อย (ในที่มืด) ได้ และราคาจะสูงตามไปด้วย
ประเภทและคุณภาพของเซ็นเซอร์รับภาพภายในกล้องวงจรปิด
• CCDเป็น chip ที่มีคุณภาพดี สามารถใช้ได้แม้มีปริมาณแสงน้อย มี Resolution ประมาณ 512H x 582V ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น
• CMOSเป็น chip ที่ต้องใช้ปริมาณแสงมากกว่า CCD ในการที่จะให้ความคมชัดเท่า ๆ กันดังนั้น Chip แบบ CMOS จึงเหมาะที่จะใช้กับกล้องขาว-ดำที่ใช้ปริมาณแสงน้อยในการสร้างภาพ CMOS มีความคมชัดสูง มี Resolution ประมาณ 628H x 582V ( Hi-Resolution ) ผลิตที่อเมริกาและจีน

Source: อุปกรณ์เสริมกล้องวงจรปิด

ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างในระบบกล้องวงจรปิด

ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างในระบบกล้องวงจรปิด


cctv02 (Small)กล้องวงจรปิด หรือ CCTVย่อมาจาก"Close Circuit Television System"หลักการทำงานจะเป็นการส่งสัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ออกแบบติดตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ มายังเครื่องบันทึกภาพ (DVR) พร้อมการออกแบบการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์และมือถือผ่านระบบอินเทอร์เน็ตซึ่งในระบบกล้องวงจรปิดจะต้องมีอุปกรณ์พื้นฐานอย่างน้อยดังต่อไปนี้
กล้องวงจรปิด มีอยู่ทั้งหมด 3 ประเภท
Fixed Cameraหมายถึง ตัวกล้องวงจรปิดจะติดตั้งอยู่บนขากล้องหรืออื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถจะขยับหรือหมุนเปลี่ยนทิศทางในการดูได้ ถ้าต้องการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทางก็จะต้องถอดตัวกล้องแยกออกจากชากล้อง จึงจะเปลี่ยนตำแหน่งได้โดยรูปทรงของกล้อง FIX จะออกแบบเป็นรูปทรงกระบอก หรือรูปทรงโดม
Infrared Cameraเรียกย่อๆ ว่า IR เป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้ได้ดีในสถานที่ที่มีปริมาตรแสงน้อย(ที่มืด)โดยกล้องวงจรปิดอินฟราเรด จะทำหน้าที่ปล่อยแสง Infrared ไปกระทบกับวัตถุและสะท้อนกลับมายังเลนส์ ดังนั้นการปล่อยแสง Infrared จะเป็น ภาพขาว-ดำเท่านั้น
PTZ Cameraหมายถึง กล้องหมุนที่ปรับทิศทางได้ ซึ่งมีความสามารถที่จะปรับให้ หมุนซ้าย/ชวา ก้ม/เงย ได้ (Pan, Tilt and Zoom) ซึ่งการทำงานของกล้องวงจรปิดประเภทนี้ ต้องใช้อุปกรณ์ในการควบคุม (Controller)
เครื่องบันทึกภาพ หรือ DVRย่อมาจาก"Digital Video Recorder"เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในระบบกล้องวงจรปิดอย่างหนึ่งครับ โดย DVR ทำหน้าที่รับสัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดและทำการบันทึกภาพลงใน HDD ซึ่งมีลักษณะการบันทึกเหมือนเครื่อง Computer ทั่วๆ ไป สามารถบันทึกภาพได้ยาวนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับขนาดของ HDD และการตั้งค่าความละเอียดในการบันทึกนอกนี้ยังสามารถดูภาพย้อนหลังได้โดยกำหนดวันและเวลาในการเรียกดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสามารถดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจจับการบุกรุก ในขณะที่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุได้และคุณสมบัติอีกข้อที่เป็นจุดเด่นของเครื่องบันทึก DVRในปัจจุบันคือสามารถติดต่อกับระบบเครือข่ายเช่น LAN WAN หรือใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้
Digital Video Recorder การทำงานหลักๆคือการนำภาพวีดิโอมาประมวลผลแล้วทำการบันทึกภาพที่ประมวลผลในหน่วยความจำเช่น ฮาร์ดดิสก์ หรือหน่วยความจำอื่นๆ แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ
1. Analog/Digitalคือ ทำงานแบบ อนาล็อกเป็นดิจิตอล เช่นกล้องวงจรปิดที่เป็นอนาล็อกต่อเข้ากับเครื่องบันทึกภาพที่เป็นระบบดิจิตอล
2. Digital/Digitalคือการทำงานแบบ ดิจิตอลเป็นดิจิตอล เช่นกล้องวงจรปิดที่เป็นกล้อง Network Camera หรือเรียกว่ากล้องไอพีต่อเข้ากับเครื่องบันทึกภาพแบบ NVR ที่ระบบดิจิตอลผ่านทางเครือข่ายโปรโตคอล TCP/IP
อุปกรณ์บันทึกวีดีโอ ต้องพิจารณาคุณลักษณะหลักๆ คือ

1. ชนิดของอุปกรณ์บันทึกภาพแบบ PC BASE จะใช้ในโปรแกรม MS Office มีแบบเป็น CARD และแบบผลิตสำเร็จมาพร้อม Computer จะมีคุณสมบัติมากมายเหมือน Computer แบบ STANDALONE เป็นแบบที่เป็นตัวเครื่องผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงานมีคุณสมบัติครบถ้วนราคาถูก
2. ความเร็วของภาพที่ดูจากจอภาพและความเร็วในการบันทึกภาพ จะพิจารณาเป็น ความเร็วภาพ/วินาที (Frame) ถ้ามีความเร็วสูง ภาพจะดูต่อเนื่องแต่เปลือง Memory ใน Harddisk มาก
3. มาตรฐานในการบีบอัดภาพ (Compression)มาตรฐานที่เป็นที่นิยมกันหลักๆ มีดังนี้ MPEG4 , MJPEG และ H.264 MPEG4 เป็นที่นิยมสูงสุดเพราะใช้พื้นที่ในการบันทึกน้อย
4. ระบบออนไลน์ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมและใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เครื่องบันทึกจึงควรที่จะดูผ่าน Internet และมือถือได้

Source: ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างในระบบกล้องวงจรปิด

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบันทึกของกล้องวงจรปิดเป็นอย่างไร

การบันทึกของกล้องวงจรปิดเป็นอย่างไร


dvrสำหรับผู้ที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น การเลือกล้องวงจรปิดหรือยี่ห้อ ผู้ติดตั้งควรจำเป็นต้องรู้อย่างที่ได้พูดถึงไปแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ผู้ติดตั้งจะต้องรู้เอาไว้ นั้นคือตัวเก็บบันทึกภาพ อุปกรณ์ที่ใช้เก็บบันทึกภาพ เรียกว่า DVR เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับตัวกล้อง CCTV แต่ละรุ่น ละยี่ห้อ นั้นก็มีจุดที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะช่องเชื่อมต่อสัญญาณหรือที่คนทั่วไปรู้จัก Chanel ซึ่งถ้าเครื่องบันทึกกล้อง CCTV DVR มีจำนวนมากเท่าไร ราคาและคุณสมบัติของมันก็สูงขึ้นด้วยตามจำนวน Chanel
แต่การที่มีช่องต่อเข้าเครื่องบันทึกเยอะๆนั้นก็ทำให้การบันทึกของภาพแต่ละเฟรมที่มาจากกล้องวงจรปิดนั้นถูกหารลงไปด้วย ซึ่งทำให้ภาพที่ได้ออกมานั้นไม่คมชัดเท่าที่ควร แต่บางรุ่นบางยี่ห้องของเครื่อง DVR นั้น จะแยกสัญญาณจากตัวกล้องเลยทำให้ไม่ถูกหาร การเลือกซื้อกล่องบันทึก DVR นั้น มีการเลือกซื้อตามไฟล์ที่กล่องบันทึกและการเลือกซื้อตามความจุของฮาร์ดดิส
การเลือกซื้อกล่อง DVR ตามแบบไฟล์ที่ใช้บันทึก จะแบ่งออกเป็น 3 แบบให้ผู้ติดตั้งได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมของกล้อง CCTV ที่เอาไปใช้ มีอยู่ 3 แบบไฟล์คือ
แบบที่ 1 เป็นไฟล์ MPEG4 เป็นไฟล์ที่นิยมบันทึกในสมัยก่อน ภาพออกมาจะไม่ค่อยคมชัดเท่าที่ควร ยิ่งตรงขอบของภาพจะเบลอๆ
แบบที่ 2 เป็นการบันทึกไฟล์แบบ JPEG ตัวนี้เป็นการบีบอัดไฟล์ ได้เล็กกว่าไฟล์แรกแต่มีประสิทธิภาพมากกว่า ภาพที่ได้จากการบันทึกในรูปแบบไฟล์ JPEG ทำให้ภาพคมชัด แต่ตัวกล่อง DVR อาจจะมีราคาค่อนข้างแพงสักหน่อยเมื่อเทียบกับแบบแรก
แบบที่ 3 ไฟล์แบบ H.264 การบันทึกไฟล์ในนามสกุลนี้เป็นการบันทึกภาพที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไฟล์ H.264 เป็นการบีบอัดไฟล์ของภาพที่ได้จากกล้อง CCTV ให้ความละเอียดมากกว่าการบีบอัดไฟล์ในแบบ MPEG4 และยังใช้พื้นที่บนฮาร์ดดิสน้อยกว่าอีกด้วย กล่าวคือไฟล์แต่ไฟล์ที่ได้จากการบันทึกภาพในรูปแบบ H.246 นี้ จะได้ภาพมากขึ้นแต่ใช้ขนาดความจุของฮาร์ดดิสเท่าเดิม
การเลือกซื้อกล่องบันทึก DVR ตามความจุฮาร์ดดิส
การเลือกซื้อกล่อง DVR ในแบบการเลือกตามความจุของฮาร์ดดิสนั้น ผู้ติดตั้งจะต้องทำความเข้าใจสักหน่อยว่าภายในกล่อง DVR นั้น สามารถรองรับฮาร์ดดิสได้หลายลูก ซึ่งแต่ละลูกก็จะมีความจุในการใช้งานแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิดจะนำไปใช้งาน และยิ่งกล่อง DVR สามารถรองรับฮาร์ดดิสได้หลายลูกนั้นแน่นอน ราคาก็แปรผันตามการรองรับของกล่องนั้นด้วย
แต่การเลือกล่อง DVR ไม่ใช่แค่เลือกความจุได้มาก น้อย หรือมันสามารถรองรับได้กี่ตัว แต่ให้ผู้ติดตั้งเลือกจากการเชื่อมต่อฮาร์ดดิสเข้ากับตัวกล่อง DVR จุดนี้เองจะบ่งบอกว่ากล่องที่เราซื้อมานั้น เป็นรุ่นแบบไหน เก่าหรือใหม่ แล้วรองรับอะไรได้บ้าง ในปัจจุบันนี้ผู้ติดตั้งควรเลือกที่กล่อง DVR ที่สามารถเชื่อมต่อฮาร์ดดิสที่ใช้ระบบ SATA ขึ้นไป ห้ามเลือกแบบที่เชื่อมต่อ IDE เพราะเนื่องมาจากว่าฮาร์ดิสรุ่น IDE นั้นตกรุ่นและไม่มีผู้ผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว ทำให้เมื่อเวลามีปัญหาขึ้นมานั้นการเลือกซื้อมาสำรอง หรือนำไปซ่อมอาจจะไม่สะดวกอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นไปได้ให้เลือกแบบ SATA ขึ้นไป เพราะรุ่นจำพวกนี้จะรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆเอาไว้เสมอ เมื่อเวลาผู้ติดตั้งต้องการจะเพิ่มเติมอุปกรณ์เสริมตรงไหน ให้กล้อง CCTVได้บันทึกภาพออกมามีประสิทธิภาพ ก็สามารถทำได้เลย ไม่ต้องไปหาซื้อฮาร์ดดิสตัวอื่นเข้ามาเสริมอีก
การเลือกซื้อกล่อง DVR ตามความสามารถในการเชื่อมต่อ Internet
กล่อง DVR ในยุคปัจจุบันนั้นสามารถรองรับในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเอาไว้ ซึ่งราคาก็อาจจะเพิ่มขึ้นมา แต่ในสมัยนี้ฟังชั่นแบบนี้ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่คิดจะติดตั้งกล้องวงจรปิด และยิ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยอยู่ในสถานที่ติดตั้งกล้องนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเอาไว้ เพราะกล่อง DVR เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับกล้อง CCTV กับอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้ติดตั้งสามารถสั่งงานให้ส่งข้อมูลภาพที่ถ่ายจากกล้องเข้าสมาร์ทโฟนหรือมือถือ เพื่อค่อยดูเวลาไม่อยู่ได้ ในปัจจุบันนั้น น่าจะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ กับตัวเครื่อง DVR อยู่แล้วบางทีอาจจะดูการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตมากกว่าว่าสามารถรับส่งข้อมูลได้เท่าไร

การเลือกซื้อกล่อง DVR ตามความสามารถในการสำรองขอ้มูล
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าในสมัยนี้กล่อง DVR จำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเอาไว้ค่อยดูในเวลาที่เราไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นๆ หรือสำรองข้อมูลภายนอก สำหรับการสำรองข้อมูลภายนอกก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะต้องพิจารณาในการเลือกซื้อ DVR เพราะบางที่เนื่องจากฮาร์ดดิสที่เราสำรองข้อมูลเอาไว้จากภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดอาจจะเต็มหรือมีปัญหา การสำรองข้อมูลชั่วคราวอีกวิธีที่กล่อง DVR ต้องมีคือการสำรองแบบ การบันทึกเป็น CD หรือ DVD

การเลือกซื้อเครื่อง DVR หรือกล่อง DVR ที่ใช้บันทึกภาพ ผู้ติดตั้งลองอ่านบทความข้างต้นเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้ออีกทางหนึ่ง ควบคู่กับการเลือกซื้อกล้อง CCTV ไปด้วย เพราะทั้งสองอย่างนี้จะต้องสัมพันธ์กันและสามารถเชื่อมต่อเข้ากันได้ โดยไม่มีปัญหาของอุปกรณ์เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน ยิ่งถ้าฮาร์ดแวร์ทั้งสองทำงานเข้ากันได้ด้วยดีแล้วประสิทธิภาพของกล้องวงจรปิดก็จะเป็นการดึงความสามารถของทั้งสองตัวออกมาใช้งานอย่างคุ้มค่าเงินที่เสียไปเลยล่ะ

Source: การบันทึกของกล้องวงจรปิดเป็นอย่างไร

อุปกรณ์เสริมของกล้องวงจรปิดควรรู้อะไร

อุปกรณ์เสริมของกล้องวงจรปิดควรรู้อะไร


13844066275_2ea2f384e0_cเมื่อคราวที่แล้วเราได้รู้แล้วว่าก่อนการเลือกกล้องcctvมาติดตั้งใช้งานนั้นจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง และจะต้องวางแผนอย่างไรเมื่อคิดจะติดตั้งกล้องวงจรปิดมาใช้งานในบ้าน ร้านค้า หรือองค์กรของเรา แต่สำหรับมือใหม่แล้วอาจจะรู้จักคำว่ากล้องวงจรปิดและนึกภาพออกเป็นลักษณะแบบใดแต่อาจจะไม่รู้ว่ากล้องมีกี่อย่าง และอะไรบ้าง บทความนี้ผู้ที่กำลังจะติดตั้งกล้องcctvจะได้รู้ถึงอุปกรณ์เสริมชนิดของกล้องวงจรปิดและรายละเอียดต่างๆของกล้อง
แต่ก่อนที่จะไปดูว่าอุปกรณ์เสริมของกล้องวงจรปิดนั้น ผู้ติดตั้งจะต้องรู้เกี่ยวกับระบบ CCTV ของกล้องสักหน่อยว่ามันคืออะไรและทำงานอย่างไร ระบบ CCTV หรือที่เรียกกันว่า ระบบโทรทัศวงจรปิดเป็นระบบการส่งสัญญาณระหว่างจุดต่อจุดหรือที่รู้จักกันในแบบ Point to Point ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณแบบเรียลไทม์ โดยกล้องวงจรปิดที่ใช้งานทั่วไปมีอยู่สองแบบคือ แบบที่ติดตั้งตายตัวไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ อีกแบบเป็นแบบที่สามารถปรับหมุนหรือเปลี่ยนทิศทางบันทึกภาพได้ ผู้ติดตั้งที่คิดจะติดตั้งกล้องวงจรปิดมาใช้งานนั้นจะต้องรู้เรื่องความละเอียดหรือ Resolution ที่ได้กล่าวไปแล้วอีกอย่างที่ผู้ติดตั้งจะต้องรู้คือเรื่องของเลนส์กล้อง ซึ่งการเลือกกล้องวงจรปิดจะต้องคำนึงถึงการทำงานของเลนส์ที่มากับตัวกล้องด้วย ว่าชนิดของเลนส์มีอะไรบ้างและมันใช้งานอย่างไร ซึ่งเลนส์ที่ใช้กับตัวกล้องวงจรปิดนั้นมีอยู่สามแบบ คือ FIX IRIS IRIS เป็นเลนส์ที่มาสามารถปรับความสว่างได้เลสน์ตัวนี้จึงไม่เหมาะการใช้งานในที่มืด Manual Iris Iris เป็นเลนส์ที่จะต้องปรับค่าหรือตั้งค่าด้วยช่างที่ชำนาญ และเหมาะกับนำไปใช้ในสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่เท่ากัน ส่วนเลนส์สุดท้ายคือเลนส์ Auto Iris เป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนหรือปรับขนาดแสงได้เองอัตโนมัติ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับทุกสถานที่ และเหมาะที่จะนำไปตอดตั้งภายนอกอาคาร
กล้องวงจรปิดที่จะกลับมาเปิดดูย้อนหลังได้นั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องบันทึกภาพที่ค่อยรับการส่งสัญญาณภาพมาจากกล้องวงจรปิด ถ้าไม่มีอุปกรณ์ตัวนี้นั้น กล้องวงจรปิดก็อาจจะเป็นแค่กล้องทั่วไป การบันทึกภาพก็จะมีอยู่สองแบบนั้นคือแบบอนาล็อค ที่ใช้ Hard disk หรือ ตัวเก็บข้อมูลอื่นๆเข้ามาใช้ร่วมกัน และแบบที่บันทึกผ่าน Multiplexer ซึ่งการเก็บข้อมูลก็จะใช้ Hard disk เข้ามาบันทึกข้อมูลเช่นกันแต่ภายใน Hard disk นั้นจะแบ่ง Section ให้เท่ากับจำนวนของกล้องวงจรปิดที่มีการติดตั้ง อีกทั้งมันยังสามารถส่งข้อมูลผ่านเข้าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปเก็บไว้อีกที่หนึ่งได้อีกด้วย ทำให้เมื่อเกิดปัญหากับเครื่องบันทึกข้อมูล ผู้ติดตั้งก็สามารถไปนำข้อมูลจากอีกฝั่งที่มันส่งข้อมูลไปทำให้ข้อมูลที่บันทึกนั้นยังมีอยู่เสมอ อย่างไรแล้วการเลือกเครื่องบันทึกข้อมูลนั้นอาจจะต้องเลือกที่รองรับเทคโนโลยีสักหน่อย หรืออาจจะมีความจุที่มาก เพราะถ้ามีความจุน้อยแล้วผู้ติดตั้งจะต้องค่อยลบข้อมูลนั้นออกอยู่เรื่อยๆ และถ้าเกิดปัญหาย้อนหลังจะไม่สามารถดึงข้อมูลเก่าๆมาดูได้อีก
กล้องวงจรปิดเป็นอุปกรณ์ที่ไว้ช่วยบันทึกภาพบันทึกเหตุการณ์ต่างๆเอาไว้ การที่กล้องวงจรปิดจะใช้ได้นานหรือไม่นั้น อุปกรณ์เสริมก็มีส่วนช่วยให้กล้องวงปิดด้วยเช่นกัน อย่างเช่นการที่จะทำให้กล้องวงจรปิดนั้นทนต่อสภาพแวดล้อม หรือทนต่อสภาวะอากาศให้มีอายุใช้งานมากขึ้นนั้น ควรเลือกกล้องวงจรปิดที่ใช้ Stainless-steel เพื่อทนทานกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน หรือเลือกใช้กล้องวงจรปิดที่มีส่วนผสม Corrosion proof ที่จะช่วยให้กล้องวงจรปิดนั้นทนทานต่อการกัดกร่อนจากแดดและน้ำฝน เป็นต้น หรือบางรุ่นอาจจะมีระบบระบายอากาศภายในที่ระบายได้ทั้งความร้อนและความชื่น ทำให้กล้องวงจรปิดสามารถใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งคุณสมบัติพิเศษแบบนี้ผู้ติดตั้งควรสอบถามจากบริษัทที่เลือกติดตั้งว่ากล้องวงจรปิดที่ท่านเลือกนั้นมีระบบดังกล่าวหรือคุณสมบัติ หรือ อุปกรณ์เสริมอื่นๆที่จะทำให้กล้องวงจรปิดนั้นสามารถใช้งานได้นานขึ้น
อุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้การทำงานของกล้องมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ในการบันทึกภาพนั้นก็คือ ฐานที่ตั้งของตัวกล้องวงจรปิด หรือที่เรียกว่า Pan & Tilt unit เป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถให้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้หลายทิศทางทั้งภาพที่เป็นมุมต่ำ ภาพมุมสูง เป็นต้น แต่การที่จะติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้เข้าไปนั้น จะต้องติดตั้งบนเสาที่มีความสูงพอสมควรเพื่อที่จะสามารถปรับมุมกล้องให้ตรงตามความต้องการของผู้ติดตั้ง ซึ่งอาจจะเคยเห็นแล้วอย่างกล้องวงจรปิดตามสี่แยกไฟแดงที่เอาไว้บันทึกภาพตามมุมที่ตำรวจต้องการ ส่วนการเลือกใช้อุปกรณ์เสริมชนิดนี้นั้น จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมสักหน่อยเพราะเนื่องจากอุปกรณ์เสริมชนิดนี้อาจจะไม่เหมาะใช้ภายในบ้าน แต่เหมาะไปใช้กับองค์กร โรงงาน สถานที่แจ้งอย่างแยกไฟแดงต่างๆ หรืออาจจะใช้ในงานอุตสาหกรรมรม เป็นต้น เพราะเนื่องจากความสามารถของมันอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น ราคาก็สูงพอสมควรเลยทีเดียว
เมื่อผู้ติดตั้งได้รู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ของกล้องวงจรปิดแล้วไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หลักอย่างกล้องวงจรปิดหรืออุปกรณ์เสริมก็ตามการเลือกใช้งานนั้น ผู้ติดตั้งจะต้องคำนึงถึงคุณภาพให้เหมาะสมกับราคาที่จะต้องควักกระเป๋าจ่ายออกไป อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดเป็นแค่การค่อยตรวจสอบดูเท่านั้นมันไม่สามารถป้องกันทรัพย์สินของคุณได้ 100% อย่างแน่นอน

Source: อุปกรณ์เสริมของกล้องวงจรปิดควรรู้อะไร

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การเลือกเลนส์มาใช้กับกล้องวงจรปิด

การเลือกเลนส์มาใช้กับกล้องวงจรปิด


a7ssการเลือกซื้อกล้อง CCTV ผู้ติดตั้งอาจจะสนใจไปให้กับแบรนด์และตัววัสดุมากเกินไปอาจจะละเลยส่วนสำคัญของกล้องวงจรปิดไปอีกอย่างหนึ่ง สิ่งนี้เป็นเหมือนดวงตาของกล้องวงจรปิดเลยที่เดียวเพราะถ้าขาดสิ่งนี้ไป กล้องไม่สามารถบันทึกภาพได้อย่างแน่นอน เฉกเช่นเดียวกับดวงตาของมนุษย์ ถ้าขาดดวงตาไปมนุษย์ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ไม่สามารถแยกสีและ ฯลฯ ได้ ใช่ครับ อีกสิ่งที่ผู้ติดตั้งจะต้องให้ความสำคัญในการเลือกกล้องวงจรมาติดตั้งนั้นก็คือ “เลนส์” ของกล้องวงจรปิดเอง
การทำหน้าที่ของเลนส์นั้นเป็นการรวบรวมแสงที่สะท้องมาจากภาพที่จับเอาไว้ส่งสัญญาณเข้ามากระทบกับเซนเซอร์จับภาพที่รับของกล้อง ซึ่งขนาดของเลนส์กล้อง CCTV ที่มีอยู่ทั่วไปนั้นจะมีความยาวอยู่ที่ 4-12 มิลลิเมตร แต่แบบไหนล่ะที่จะเหมาะแก่การนำมาใช้งานของเรา ซึ่งการเลือกเลนส์ของกล้องวงจรผู้ติดตั้งจะต้องคำนึงถึง

อันดับแรก รูรับแสงหรือที่เรียกว่า ม่านรับแสง IRIS
รูรับแสงจะเป็นตัวกำหนดของการรับแสงของกล้อง CCTV เข้ามาภายในกล้อง เช่นถ้ามีรูรับแสงกว้างหรือมากเกินไป แล้วนำกล้องวงจรปิดไปติดตั้งไว้ข้างนอกทำให้แสงผ่านเข้ามาเยอะภาพที่ได้จะสว่างเกิดไปอาจจะมองไม่เห็นวัตถุที่กล้องจับภาพเอาไว้ ภาพที่ได้ออกมามีแต่แสงสีขาวเต็มไปหมด ในทางกลับกันถ้ารูรับแสงน้อยและนำกล้องไปติดตั้งในที่มืดภาพที่ได้ออกมาก็จะมองไม่เห็นอะไรเลย ซึ่งม่านรับแสงของเลนส์มีด้วยกันอยู่ 2 แบบคือ
แบบที่ปรับด้วยมือ หรือ Manual IRIS แบบนี้จะเป็นการตั้งค่าเอาไว้ก่อนที่ผู้ติดตั้งจะนำกล้องไปติดตามสถานที่นั้นๆ โดยช่างผู้ชำนาญ และผู้ติดตั้งต้องมั่นใจแล้วว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานที่ตรงนั้นไปตลอด เพราะแสงที่ตั้งเอาไว้จากจุดนั้นจะได้ภาพออกมาพอดีเพราะได้ตั้งค่าเอาไว้แล้ว และการย้ายกล้องวงจรปิดออกจากสถานที่ติดตั้งครั้งแรกอาจจะต้องปรับค่ารูรับแสงใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็คงไม่มีใครทำแบบนั้นอย่างแน่นอน
แบบที่ปรับอัตโนมัติ Auto IRIS เลนส์รับแสงแบบนี้จะสามารถปรับโฟกัสแรงแสงได้ด้วยตัวของมันเองแต่แบบนี้ เลนส์จะต้องมีไฟฟ้าเข้ามาหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา และเลนส์ชนิดนี้จะต้องใช้งานกลับกล้อง CCTV ที่เป็นการปรับโฟกัสแบบอัตโนมัติด้วย ซึ่งราคาก็จะสูงตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

อันดับที่สอง F-stop
หลายคนคงสงสัยมามันคืออะไรเจ้าตัว F-stop, F-stop คือสัดส่วนระหว่างความยาวจุดโฟกัสผ่านไปยังจุดศูนย์กลางของรู้รับแสง กล่าวแบบนี้ก็ยังไม่เข้าใจอีกใช่ไหมครับ ลองยกนิ้วชี้ขึ้นมาไว้ระหว่างจมูกนะครับ แล้วลองเลื่อนนิ้วชีเข้าออกโดยที่สายตาจับจ้องอยู่ที่นิ้วชี้ นั้นแหละครับจุด F-stop เป็นภาพความชัดลึกและชัดตื้นของกล้องวงจรปิดนั้นเอง ซึ่งถ้าค่านี้มีความพอดีจะทำให้ภาพที่ออกมานั้นชัดแต่ถ้าตั้งค่านี้สั้นไป ภาพก็อาจจะเบลอๆได้ โดยค่าของ F-stop จะมีความสัมพันธ์กันกับรูรับแสง เช่น ถ้าขนาดรูรับแสงน้อย F-stop ควรจะต้องมีความกว้าง และภาพที่ได้ออกมานั้นชัดเจนมากขึ้น สำหรับค่าของ F-stop ถ้าผู้ติดตั้งสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมนั้นลองเข้าไปหาตามบอร์ดของนักเล่นกล้องหรือพวกถ่ายภาพดูนะครับ

เมื่อผู้ติดตั้งวงจรปิดได้รับรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบของเลนส์แล้วละก็ต่อการการเลือกเลนส์นั้น ก็จะเป็นสิ่งที่ง่ายแล้วสำหรับการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ซึ่งการเลือกซื้อเลนส์กล้องวงจรปิดมีให้เลือกหลายแบบ ผู้ติดตั้งควรนำข้อมูลด้านบนมาเป็นส่วนประกอบในการเลือกเลนส์ติดกล้องวงจรปิดครั้งนี้ด้วย และการเลือกใช้เลนส์นั้นควรเหมาะแกการนำมาใช้งานด้วยเพราะถ้านำมาใช้ผิดที่ผิดวาระ การบันทึกภาพของกล้องก็อาจจะทำให้ความคมชัดหรือคุณภาพลดลง แล้วจะต้องเลือกอย่างไรล่ะ
อย่างที่หนึ่งให้เลือกเลนส์ที่กล้องวงจรปิดที่ผู้ติดตั้งจะนำไปใช้งานนั้นสามารถรองรับได้ดวย
อย่างที่สองกล้องที่ทำงานในแบบอัตโนมัติหรือ Auto IRIS นั้นควรสามารถเลือกเลนส์ที่ใช้กับกล้องอัตโนมัติ เพราะถ้าใช้เลนส์ธรรมดาแล้วประสิทธิภาพจะลดลงอย่างแน่นอน
อย่างที่สามควรเลือก F-stop หรือความยาวโฟกัสให้เหมาะกับงานที่จะนำไปใช้ เช่นการจับภาพในแคชเชียร์ ควรเลือกจุดโฟกัสที่มีระยะใกล้ แต่ถ้าจับภาพระยะไกลก็ควรเลือกเลนส์ที่มีจุดโฟกัสที่มีความยาวที่จะสามารถจับภาพตรงที่ต้องการได้
อย่างที่สี่การเลือกขนาดของเลนส์กล้องวงจรปิดต่างๆนั้นควรเลือกให้สัมพันธ์เข้ากับตัวกล้องให้มากที่สุด อย่าเอาราคาที่ถูก หรือว่าอย่าเลือกเลนส์ที่ใช้งานได้อย่างเดียว
อย่างสุดท้ายคือการรับประกันและบริการหลังการขาย ถึงแม้ว่าเลนส์เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆน้อยๆ ก็ตามควรจะเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ในเรื่องการรับประกันของอุปกรณ์สักหน่อย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

เป็นอย่างไรบ้างครับกับการเลือกซื้อเลนส์มาใช้กับกล้องวงจรปิด พอจะเห็นภาพกันบางแล้ว และคงตัดสินใจได้บ้างแล้วว่าเลนส์ตัวไหนที่เหมาะกับการใช้งานของเรา แต่ถ้าจะให้ได้ผลจริงๆนั้น ควรนำเลนส์ที่เลือกมาทดลองในหน้างานด้วยนะครับเพื่อที่จะได้ดูประสิทธิภาพของทั้งกล้องและเลนส์

Source: การเลือกเลนส์มาใช้กับกล้องวงจรปิด