วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

5ศาสนาจับมือสร้างสะพานสานเสวนาสันติสุข

68ahb7ibg9ai596jkg7dgพระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) พร้อมด้วยผู้แทนศาสนาอิสลาม คริสต์ ฮินดู และซิกข์ ร่วมกันแถลงข่าวจัดการประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 1 ในหัวข้อเรื่อง ขันติธรรมทางศาสนา   ที่โรงแรม Classic Kameo จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ หอประชุม "มวก ๔๘  พรรษามหาวชิราลงกรณ์"  มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  ภายใต้การจัดงานของพศ.และโครงการหลักสูตรปริญญาโท สันติศึกษา มจร  โดยจะมีผู้นำศาสนาจาก 10 ประเทศในอาเซียนประมาณ 80 รูป/คนเข้าร่วมงาน

พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า นับเป็นนิมิตรหมายอันดีที่ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนาในภูมิภาคอาเซียนจะได้มาพูดคุยปรึกษาหารือกันกล้องcctv เพราะความจริงแล้วไม่ควรที่จะนำศาสนามาเป็นเครื่องมือให้เกิดความขัดแย้ง แต่ต้องนำศาสนามาเป็นเครื่องมือในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

"ผู้นำศาสนาคุยกันก็จบ แต่เราไม่ค่อยได้คุยกัน เวทีนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้คุยกัน และอดทนต่อความแตกต่าง รู้ทุกศาสนา ให้เกียรติทุกศาสนา เคารพศาสนาอื่น" อธิการบดี มจร กล่าวและว่า

เป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนาใน 10 ประเทศอาเซียนมาพูดคุยกันว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืนอย่างไรแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนาในแต่ละประเทศละแต่ศาสนาได้แยกพูดคุยกัน อย่างเช่นผู้นำศาสนาในประเทศไทยเองก็ยังไม่ค่อยได้พูดคุยกัน  เพราะหากพูดคุยกันแล้วปัญหาก็จะจบ และการจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่จัดแล้วก็เงียบหายไปจะต้องมีการทำข้อตกลงที่จะทำ งานเป็นเครือข่ายร่วมกันต่อไปอย่างต่อเนื่อง

มงซินญอร์แอนดรูว์วิษณุ ธัญญอนันต์ ผู้แทนศาสนาคริสต์ กล่าวว่า สร้างสะพานเดินเข้าไปหากัน มากกว่าการสร้างกำแพงเพื่อปิดกั้นกันและกัน  การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการสร้างสะพานเพื่อผู้นำทางศาสนาจากประเทศต่างๆ ได้เดินเข้าไปหากกัน รับฟังกันและกัน เรียนรู้กันอย่างมีขันติธรรม เข้าใจกัน รักกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป

ด้านนายสถิต กุมาร ผู้แทนศาสนาฮินดู กล่าวว่า ขันติธรรมในฮินดูมีมานานแล้ว ถึงเราจะนับถือศาสนาต่างกันแต่เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสันติภาพ

ขณะที่นายสุเทพ สุริยาอมฤทธิ์ ผู้แทนศาสนาซิกข์ กล่าวว่า ทุกศาสนาแสวงหาสันติภาพ ไม่มีศัตรู ไม่มีคนแปลกหน้า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่ยอมรับศาสนาทั้ง 5 ศาสนา เพราะคนไทยรักสันติสุข ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเป็นพุทธมามกะแต่พระองค์ทรงดูแลทุกศาสนา เท่าเทียมกัน

นายนพรัตน์ กล่าวว่า เวทีนี้ไม่ใช่จะเป็นการสร้างสันติภาพสันติสุขให้เกิดขึ้นกับประชาชนใน ภูมิภาคอาเซียนเท่านั้นจะเป็นการจุดประกายไปยังเวทีโลกด้วย ซึ่งก็เป็นความต้องการของ พศ.และรัฐบาลด้วย

การประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 1 นี้เริ่มขึ้นโดยวันพุทธที่  24  กันยายน ผู้นำศาสนาเดินทางถึงประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่  25  กันยายน เดินทางไปทัศนศึกษาในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเยี่ยมชมกุฏีจีนประกอบด้วยมัสยิด โบสถ์คริสต์ และวัด และวันศุกร์ที่  26 กันยายนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการที่  มจร อำเภอวังน้อย  โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน ต่อจากนั้นพระพรหมบัณฑิตปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของผู้นำศาสนากับการสร้างขันติธรรมในประชาคมอาเซียน” เสร็จแล้วเลขาธิการอาเซียนหรือผู้แทนกล่าวสุนทรพจน์ และเสวนาทางวิชาการ

แหล่งที่มา :  คมชัดลึก

Source: 5ศาสนาจับมือสร้างสะพานสานเสวนาสันติสุข

ท่องแดนศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอล(ตอนจบ)

a69djk89d8hdhkchhcbb6ประวัติของป้อมมาซาดาที่เป็นที่จดจำในหมู่นักประวัติศาสตร์และผู้ศึกษา ประวัติศาตร์ประการหนึ่งคือ การสังหารหมู่ของกบฏซิคารี ทั้ง 960 คน ระหว่างการกบฏครั้งใหญ่ของชาวยิว (The Great Revolt) เมื่อ ค.ศ. 66 ที่ใช้วิธีการจับสลากกันในกลุ่มของชายนักรบว่าผู้ใดจะเป็นผู้ลงดาบสังหาร เพื่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องคมดาบของทหารโรมันที่กำลังรุกคืบเข้ามายังป้อมมาซาดา


                 กลุ่มกบฏซิคารีเป็นชาวยิวที่รวมใจกันต่อต้านอาณาจักรโรมันที่รุกรานเข้ายึด พื้นที่ถิ่นฐานของชาวยิวจนเมื่อมีการสร้างป้อมมาซาดา เพื่อใช้สังเกตการณ์การรุกรานของกองทัพโรมันที่ใช้ทะเลเดดซีเป็นเส้นทางผ่าน ชาวยิวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ยังอยู่รอด และใช้อาวุธทุกอย่างที่ขนขึ้นมาจากตีนเขา ทั้งหินก้อนกลมขนาดใหญ่เล็ก ถังบรรจุน้ำมันติดไฟ อาวุธยิงทั้งหลายไปหมดแล้ว แต่กองทัพทหารโรมันยังคงดาหน้าบุกขึ้นมา นักรบกลุ่มสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่จึงตัดสินใจตายพร้อมกัน


                 ชายทุกคนจะเขียนชื่อลงบนแผ่นดินเผาเล็กๆ นำมาใส่ไว้ในภาชนะ ใครที่จับชื่อเพื่อนได้ ก็ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตสังหารเพื่อนให้สิ้นชีพ พ้นภัยจากทหารโรมัน และทำเช่นนี้จนเหลือคนสุดท้ายที่ไม่สามารถสังหารตนเองได้ เนื่องจากผิดหลักศาสนา ที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่แสนโหดร้ายจากเงื้อมมือของทหารฝ่ายศัตรู


                 ประวัติเหล่านี้ได้รับการบันทึกและเก็บหลักฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์ป้อมมาซาดา ที่ตั้งอยู่บนตีนเขา ทางขึ้น-ลงเคเบิลคาร์ เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศของจริงบนป้อมที่อยู่สูงกว่าระดับ น้ำทะเลราว 400 เมตรแล้ว ก็สามารถมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุโบราณ สภาพความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์ของป้อมแห่งนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


                 ต่อจากนั้นชาวคณะก็กลับมายังตัวเมืองเยรูซาเลมเพื่อพักผ่อน อย่างที่เล่าไปแล้วว่าอากาศในนครเยรูซาเลมนั้นเย็นสบาย เย็นกว่ากรุงเทลอาวีฟอย่างเห็นได้ชัด ที่นี่จึงน่าเดินเที่ยวมากกว่ากันสักหน่อย อีกทั้งตัวเมืองยังแบ่งออกเป็น 2 โซน เมืองใหม่ กับเมืองเก่า แต่ทั้งสองแห่งก็ยังมีอารมณ์และกลิ่นอายของเมืองโบราณร่วมกันอย่างกลมกลืน


                 นอกจากนั้นบริเวณใจกลางเมืองช่วงที่ชาวคณะเดินทางไปนั้นยังมีเทศกาลแสงไฟ ที่จัดขึ้นในบริเวณสนามกีฬาโบราณกล้องcctv บรรยากาศคล้ายงานวัดผสมกับตลาดนัดในบ้านเรา มีสินค้าหลากหลายมาขายและมีการแสดงของศิลปินข้างถนนอยู่เป็นแห่งๆ มีการประดับประดาไฟทั่วพื้นที่สนามกีฬา ราวกับจำลองท้องฟ้าลงมาบนดิน เห็นหนุ่มสาว ครอบครัวทั้งชาวอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ และตะวันออกกลางที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน พากันเดินชม ชิม ช็อปกันอย่างกลมเกลียว ไม่มีแบ่งแยกศาสนา แม้ว่าในช่วงสิงหาคมที่ผ่านมานั้น บรรยากาศโดยรอบจะระอุไปด้วยไฟแห่งการปะทะระหว่างกลุ่มก่อการร้ายฮามาส ที่ใช้ดินแดนฉนวนกาซาเป็นที่มั่น กับกองทัพอิสราเอล ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาดินแดนและชีวิตของประชากรชาวยิว ราวกับจงอางหวงไข่


                 เช้าวันถัดมาหลังจากดื่มด่ำกับการแสดงแสงสีเสียงที่หอคอยแห่งดาวิด และเทศกาลแสงไฟ ในใจกลางนครเยรูซาเลมแล้ว ชาวคณะก็ต้องออกเดินทางอีกราว 30 กิโลเมตรไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิสราเอลอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ สวนบาไฮ (Bahai Garden) ในเมืองท่าไฮฟา ของอิสราเอล ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความผสมผสานของศาสนาที่มาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบใน ที่แห่งนี้


                 สวนบาไฮถือกำเนิดเกิดขึ้นเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว มีพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมเนินเขาคาเมล หรือเขาอูฐ แห่งไฮฟา ด้านที่หันหน้าเข้าหาทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งสวนสวยใน "บาไฮเวิลด์เซ็นเตอร์" (Bahai World Centre) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาบาไฮในเมืองไฮฟา ประกอบไปด้วยอาคาร 26 หลัง อนุสาวรีย์อีก 11 แห่ง รวมทั้ง "วิหารแห่งบาฮาอุลลาห์" (Shrine of Baha'u'llah) ในอาเครอ (Acre) และ "วิหารแห่งบับ" (Shrine of Bab) ในไฮฟา


                 ทั้งยังมีสวนสวยประดับด้วยต้นไม้หลากสีสันและรูปทรง ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พื้นที่นี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นรอบๆ โดยมีไกด์ในแต่ละภาษาเป็นผู้นำชมเพื่อความลึกซึ้งแห่งสัมผัสของสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้


                 บาไฮ เวิลด์ เซ็นเตอร์ ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลอิสราเอล แต่อยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ ที่ส่งเจ้าหน้าที่และงบประมาณมาสนับสนุนการอนุรักษ์สวนสวยที่ยิ่งใหญ่ ถ้าจะเปรียบก็น่าจะเทียบกับสวนลอยแห่งบาบิโลนในยุคโบราณก็ว่าได้


                 ทริปท่องเที่ยวอิสราเอลของชาวคณะจากไทยแลนด์แดนสยามตามที่ได้รับเชิญ จากกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ก็เอวังด้วยบรรยากาศแห่งความปีติที่ได้ชมเมืองมรดกโลกที่ล้ำค่า ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา และดินแดนที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ยังคงถูกเขียนขึ้นทุกวัน ดินแดนที่เรียกว่า "อิสราเอล"

แหล่งที่มา :  คมชัดลึก

Source: ท่องแดนศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอล(ตอนจบ)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

‘ประวิตร’ถกมั่นคงวางโรดแม็พประเมินทุก3เดือน

696ggbgc5a8e7kigchbb5

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวาณิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง เสนาธิการทหารอากาศ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายถวิลเปลี่ยนศรีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.)

ทั้งนี้ก่อนการประชุม พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการวางแนวทางด้านความมั่นคง เน้นการป้องกันเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ถ้าสิ่งใดที่เกิดปัญหาไปแล้ว ต้องรีบแก้ไขนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ทั้งนี้ เรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องที่ต้องหารือในชั้นของความลับ ต้องหารือเป็นรายบุคคล และจะต้องทำความเข้าใจและประสานงานกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ทั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่คนทั้งประเทศต้องช่วยกัน เพราะเหตุการณ์ด้านความมั่นคงมีหลายรูปแบบ ต้องหามาตรการในการป้องกันให้ได้ ขอให้มั่นใจจะทำให้ดีที่สุดกล้องไอพี เราจะวางโรดแม็ปในการดำเนินการและประเมินงานทุก 3 เดือน ว่าจะได้ผลอย่างไร เพราะรัฐบาลชุดนี้อยู่เพียง 1 ปี ก็จะทำให้ดีที่สุด ทั้งในส่วนของการปฎิรูปประเทศ ในฐานะที่ตนรับผิดชอบงานความมั่นคง จะพยายามประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนให้ครอบคลุมในการทำงานทุกๆด้านของประเทศ

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึง การสานสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า คงจะมีการพบปะหารือในที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหม ที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ สำหรับบริเวณตามแนวชายแดน หน่วยงานในพื้นต้องประสานงานกัน

แหล่งที่มา : คม ชัด ลึก

Source: ‘ประวิตร’ถกมั่นคงวางโรดแม็พประเมินทุก3เดือน

จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

EyWwB5WU57MYnKOuFHRWWOvNV4T0HTPcodf1vQsXX0Dgc9ebCE6e5wคดีฆ่าเทคโนกรุงเทพ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง ‘ประยุทธ์’ขู่ลั่นปิดร.ร.

นำ 6 นักศึกษาอุเทนถวาย ใจเหี้ยมแถลงข่าวคดีไล่ฆ่าอุกอาจ 3 ศพ สางแค้นให้เพื่อนสาว สารภาพระบายความอัดอั้น เป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ทว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รับติดตั้งกล้องcctv โยนผิดตำรวจหากจับได้เร็วกว่านี้เหตุการณ์อาจไม่ได้เป็นอย่างนี้ ขณะที่พ่อเหยื่อสุดแค้นเสียลูกชายคนเดียว จ่อฟ้องเอาผิดผู้ปกครองเป็นกรณีตัวอย่างด้วย “บิ๊กตู่” คำรามลั่น ต่อไปนี้หากตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้นทันที ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเรียกผู้บริหาร 2 สถาบันดังถกเครียด วางมาตรการลดความร้อนระอุที่ยืดเยื้อมายาวนานศึกสถาบันช่างกลกลางกรุงที่ยืดเยื้อกันมานานนับสิบปี สังเวยเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ถูกไล่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมหลายศพ แต่อุณหภูมิร้อนระอุของความบาดหมางกลับไม่มีทีท่าลดลง ล่าสุดมือปืนประกบยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เสียชีวิตพร้อมนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี เพื่อนร่วมสถาบัน ตายกลางถนนเทอดดำริ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ก่อนที่ตำรวจสืบสวนนครบาลจะแกะรอยรวบทีมสังหารเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คู่แค้นต่างสถาบันถึง 6 คน ยอมรับสารภาพตระเวนเด็ดหัวเหยื่อเพื่อสางแค้นแทนเพื่อนสาวที่ถูกยิงตาย

ที่ บช.น. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ณรงฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก นำผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปแถลงข่าว ประกอบด้วย นายกบินทร์ หรือเอฟ หรือบินทร์ จิโรจน์มนตรี อายุ 20 ปี มือปืน นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ อายุ 20 ปี คนขี่รถ จยย. นายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิรายุทธ หรือไอซ์ สุวรรณโชติ อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิตรดิลก หรือเน็ต อุ้มชู อายุ 21 ปี หน้าที่ดูเหยื่อว่าเสียชีวิตหรือไม่ และนายณัฐกร หรือณัฐ กรรมแต่ง อายุ 23 ปี คนวางแผนและจัดหาอาวุธปืน ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมก่อสร้างโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

สอบสวนทั้งหมดรับว่ามูลเหตุจูงใจเป็นกระทำการเพื่อล้างแค้นให้ น.ส.กันต์กนิษฐ์ พรหมแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถ จยย. ใช้ปืนกราดยิงเสียชีวิตตรงป้ายรถโดยสารหน้าโอสถศาลา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงข้ามห้างมาบุญครอง ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 26 ส.ค.57 จึงตระเวนออกล่าอริต่างสถาบัน เริ่มต้นยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิตในซอยรามคำแหง 107 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ต่อมาร่วมกันยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี และนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเสียชีวิตทั้งคู่ บริเวณถนนเทอดดำริ ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ ท้องที่ สน.เตาปูนนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี มือปืน ระบายความในใจว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่พวกตนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมาโดยตลอด ข่าวบางข่าวก็ไม่ได้ถูกตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน เพื่อนตนเสียชีวิตก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร น.ส. กันต์กนิษฐ์ไม่ใช่คนเลวร้าย มิหนำซ้ำเป็นผู้หญิงด้วย ปัจจุบันคนร้ายยังลอยนวลอยู่ในสังคม นอกจากนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนและพี่น้องไม่มีคดีไหนที่ จับคนร้ายได้สักราย อยากจะขอฝากตรงจุดนี้ ตนเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำเท่าที่จะทำได้ อยากให้ทุกคนรับรู้ความรู้สึกของพวกตนบ้าง ถ้าจับคนร้ายไวกว่านี้เหตุการณ์อาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก คุมตัวนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ และนายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง ผู้ต้องหาที่ร่วมกันยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 10 จุด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตั้งแต่ปากซอยรามคำแหง 103 ที่นัดหมายก่อนลงมือสังหารเหยื่อ ซอยรามคำแหง 107 หรือซอยวัดศรีบุญเรือง รวมถึงเส้นทางหลบหนีไปยังบ้านของนายกบินทร์ย่านรามอินทรา ท่ามกลางประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงญาติและเพื่อนร่วมสถาบันของผู้ตายจนตำรวจต้องดูแลรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวดนายกำพล กัมพลาศิริ อายุ 50 ปี พ่อของเหยื่อนักศึกษาใจเหี้ยมเผยว่า รู้สึกเสียใจ และโกรธแค้นมาก ถ้าเป็นไปได้อยากทำร้ายผู้ต้องหาเสียตอนนี้เลยเพื่อชดใช้ให้ลูกชายเพียงคน เดียว ส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการยิงผิดตัว และขอให้การเสียชีวิตของลูกตนเป็นกรณีเริ่มต้นการแก้ปัญหานักเรียนตีกัน อย่างจริงจัง พร้อมทั้งวอนให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานของตัวเองให้ดี สอดส่องดูแล ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แค่เพียงส่งลูกหลานไปเรียน นอก จากนี้ ตนยังจะปรึกษาทนายความเพื่อเรียกร้องทางแพ่ง เอาผิดกับทางผู้ปกครองของผู้ต้องหาเป็นกรณีตัวอย่างให้ผู้ปกครองผู้ต้องหา รับรู้ว่า ถ้าดูแลบุตรหลานไม่ดี ก่อให้เกิดความสูญเสียกับครอบครัวคนอื่นจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้น พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก. สน.เตาปูน นำนายกบินทร์ จิโรจน์มนตรี และนายปัญญา เขมวัชรเลิศ ไปทำแผนต่อที่จุดประกบยิง 2 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันบริเวณท้องที่ สน.เตาปูน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะส่งตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ สน.หัวหมาก ไปควบคุมขณะที่ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.6 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน สนธิกำลัง บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.6 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. สันติบาล และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด พล.ม.2 รอ. เข้าตรวจค้นอาวุธภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท แขวงและเขตปทุมวัน กทม. พบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ มีด อุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโล ไพ่ อุปกรณ์เสพยาเสพติดที่ถูกซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานห้องน้ำตามตัวอาคาร รวมถึงบ้านพักของภารโรง ควบคุมตัวนักศึกษา 4 ราย ไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อถ่ายรูปทำประวัติไว้ พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้ารับทราบถึงพฤติกรรมก่อน ปล่อยตัวไป ขณะที่กำลังอีกชุดยังเข้าตรวจค้นสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.พบมีดปลายแหลม 3 เล่ม คัตเตอร์ 3 อัน ขวาน 1 ด้าม ประทัดยักษ์ 6 ลูก และกระสุนปืน .22 จำนวน 1 นัด โดยมี รศ.ปัญญา มินยง อธิการบดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลแก่ผู้บริหารระดับสูงตอน หนึ่งว่า เรื่องปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ก็ไม่กลัวกฎอัยการศึกกันสักคนเลย ตนเป็นห่วงเหมือนกัน ประกาศไปเลยว่า ต่อไปนี้ตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้น ปิดแผนกนั้น ปิดคณะนั้น ฝ่ายไหนตีก่อนสั่งปิดก่อนชั่วคราวจนกว่าจะสอบสวนข้อเท็จจริง ฉะนั้นต้องไปหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้พวกแกนนำพวกรุ่นพี่รุ่นน้องคืนสู่เหย้า พอสักที เลิกกัน ให้อภัยกัน ไม่อย่างนั้น ต้องถูกดำเนินคดีหมด โรงเรียนต้องถูกปิด “วันนี้ถึงประกาศมาตรการไปก็ไม่เกิดผลหรอก ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง นอกจากนี้ เรื่องเด็กวัยรุ่นไม่มีงานทำ พวกเด็กแว้น เด็กติดยา ขอทาน ค้าขายสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องนี้ต้องแก้ไข” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สายวันเดียวกัน นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เชิญนายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และนายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อหาทางยุติปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษา 2 สถาบันดังใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมงเศษ นพ.กำจร เผยผลการหารือว่า ได้ให้ทั้ง 2 สถาบันทำบันทึกเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งให้สำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาอีกครั้ง ฝ่ายอุเทนถวายรายงานว่า เป็นเพราะศิษย์เก่าที่เป็นรุ่นพี่เข้ามายุยงรุ่นน้องให้ก่อเหตุ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันมีมาตรการที่ชัดเจนว่า ห้ามรุ่นพี่เข้ามาในบริเวณสถาบันโดยเด็ดขาด ทั้งการรับนักศึกษาก็จะไม่รับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่มีปัญหาทะเลาะ วิวาทเน้นรับนักเรียนจากต่างจังหวัดมากขึ้นก็พบว่าได้ผล เพราะไม่ใช่นักศึกษาที่มาจากสถาบันที่เป็นคู่อริกัน จึงมอบนโยบายให้อุเทนถวายกำหนดมาตรการห้ามบุคคลภายนอกเข้าสถาบันอย่างเด็ด ขาดเช่นกัน

ข่าว:thairath.co.th

Source: จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

ผลผ่าศพ2หนุ่มสาวอังกฤษ ถูกทุบ-มีคราบอสุจิ รอผลDNAล่าฆาตกร

EyWwB5WU57MYnKOuFHQ4Z7aGWt3wxbRL1ejotRY34HAXy5qc93Jo0aผลชันสูตร 2 หนุ่มสาวอังกฤษ ถูกของแข็งตี คาดมีการต่อสู้กันริมชายหาด ในช่องคลอดฝ่ายหญิงมีคราบอสุจิ รอผลตรวจดีเอ็นเอ 24 ชม. หาตัวคนร้าย ด้าน ตร.เชิญตัวเพื่อนหนุ่มอังกฤษสอบเพิ่มพล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้เปิดเผยว่า ตำรวจเชิญตัว นายคริสโตเฟอร์ อลัน แวร์ เพื่อนของนายเดวิด วิลเลียม ผู้เสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรม ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ไปสอบสวนเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ยังต้องรอผลตรวจจากนิติเวช จากศพผู้เสียชีวิตทั้งสองก่อน โดยในคดีนี้ตำรวจสามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ 6 คน รวมเพื่อนผู้ตายด้วย หากผลชันสูตรออกมา เชื่อว่าจะเชื่อมโยงไปถึงคนร้ายได้ ซึ่งยังตั้งประเด็นไว้จากเรื่องส่วนตัว และข่มขืนต่อมา พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ได้แถลงผลชันสูตรเบื้องต้น ว่า ผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้น นางสาวฮันน่า วิคตอเรีย อายุ 24 ปี เสียชีวิตจากการถูกของแข็งที่ศีรษะ และมีเพศสัมพันธ์ก่อนเสียชีวิต เนื่องจากพบคราบอสุจิบริเวณช่องคลอด แต่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ส่วน นายเดวิด พบร่องรอยถูกของแข็งกระทบศีรษะ มีบาดแผลที่บริเวณหลังฝ่ามือทั้งสองข้าง เชื่อว่าเกิดจากการต่อสู้รวมถึงมีน้ำในปอด คาดว่าอาจถูกทำร้ายและลากลงน้ำก่อนเสียชีวิต และยังถูกของแข็งทุบบริเวณใบหน้าและศีรษะของผู้ตาย นอกจากนี้ ยังได้พิสูจน์ดีเอ็นเอ จากหลักฐาน คือ เส้นผมในมือและคราบอสุจิที่อยู่ในช่องคลอดของฝ่ายหญิง ซึ่งจะมีการนำหลักฐานดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนนำผลดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย

แหล่งที่มา :  ไทยรัฐ

Source: ผลผ่าศพ2หนุ่มสาวอังกฤษ ถูกทุบ-มีคราบอสุจิ รอผลDNAล่าฆาตกร

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

‘อธิการฯนิด้า’แนะ‘ประยุทธ์’ใช้ยาแรงปราบทุจริต

fa9ehbkjdb9ajijbkjaeaนายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่าบุคคลที่ได้จะรับการคัดเลือกในรอบสุดท้ายที่อยู่กับการตัดสินใจของคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้นตนอยากให้เป็นบุคคลที่มีความพร้อมต่อบทบาทการทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศ ประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสิ่งที่เป็นวิกฤตประเทศ ซึ่งสะสมมากว่า 10 - 20 ปี ส่วนข้อเสนอต่อแนวทางปฏิรูป ที่ถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นข้อเสนอเพื่อกลุ่มการเมืองบางกลุ่มนั้น คงไม่สามารถปฏิเสธในแนวความคิดดังกล่าวได้ แต่ตนอยากให้สังคมร่วมพิจารณาในประเด็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศด้วย เช่นกัน แม้ว่าข้อเสนอเรื่องปฏิรูปประเทศนั้นจะมาจากนักวิชาการที่เข้าร่วมกับกลุ่ม การเมืองใดมาก่อน แต่หากเป็นประโยชน์ต่อประเทศแล้ว ควรให้การยอมรับ อีกทั้งตนมองด้วยว่าสังคมปัจจุบันควรยุติการแบ่งกลุ่มการเมืองและมองว่าทุกรับติดตั้งกล้อง คนคือคนไทย เพื่อร่วมพัฒนาประเทศ ขณะที่บทบาทของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถือว่ามีความสำคัญเช่นกัน เบื้องต้นในสัดส่วนกรรมาธิการฯ ที่มีตัวแทน สนช. 5 คนนั้น อาจจะมีการหารือสนช.ในสายของสถาบันนิด้า ที่มี 31 คนเพื่อเสนอตัวเป็นกรรมาธิการ นายประดิษฐ์ ยังได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาทุจริตต่อรัฐบาล ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ด้วยว่า สำหรับโครงการที่พบการทุจริต เช่น โครงการจัดซื้อไมโครโฟน ในห้องประชุม 501 ในทำเนียบรัฐบาล ที่แพงเกินจริงควรใช้การตรวจสอบอย่างเข้มข้นและหากพบความผิดแม้เพียงนิด เดียวต้องใช้กระบวนการลงโทษที่เด็ดขาด หรือ ยาแรง เพื่อป้องกันข้อครหาที่จะทำให้เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง อาจจะมีกรณีที่เรียกว่าถูกวางยาจากลุ่มที่เสียผลประโยชน์ขึ้นอีกจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้

แหล่งที่มา :  คมชัดลึก

Source: ‘อธิการฯนิด้า’แนะ‘ประยุทธ์’ใช้ยาแรงปราบทุจริต

พบจระเข้น้ำจืดไทยใกล้สูญพันธุ์วางไข่

d69g5f8i87faaaj5gaaejพิสูจน์การพบจระเข้น้ำจืด สายพันธุ์ไทย ซึ่งอาศัยอยู่บนเทือกเขาชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 13 กิโลเมตร ทีมข่าวเดินเท้า และใช้รถจักรยานยนต์ ข้ามภูเขา คลองชมพู เพื่อไปยังรังไข่ของจระเข้ โดยใช้เวลานานประมาณ 5-6 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางเป็นไปด้วยความยากลำบากนายแวะ สนใจ ส.อบต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่นำพาคณะสื่อมวลชนไปตรวจพิสูจน์ กล่าวว่า ชาวบ้านตำบลชมพู ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านพยายามอนุรักษ์ให้ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ทำให้พบสัตว์ป่าหายากมากมายหลายชนิด และหนึ่งในนั้น คือ จระเข้สายพันธุ์ไทยที่อาศัยในน้ำจืดคลองชมพู ระยะแรกชาวบ้านพูดกันแบบปากต่อปาก ไม่เห็นตัวชัดๆ จนในเดือนพฤษภาคม 2557 ชาวบ้านพบเห็นจระเข้กันหลายคนในป่าแห่งนี้ และในเดือนกันยายนนี้ ได้พบตัวในระยะใกล้อีกครั้ง มองเห็นผิวหนังตะปุ่มตะป่ำ ลำตัวยาวประมาณ 2 เมตร  จึงพากันมาตรวจพิสูจน์ และก็พบตัวจระเข้ และรังไข่ อย่างที่เห็น แต่รังไข่หลายฟองถูกสัตว์คุ้ยเขี่ยทำลายไปเป็นบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางชาวบ้านอยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลอนุรักษ์จระเข้สายพันธุ์นี้ไวขณะที่นายบุญสืบ เผือกอ่อน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ 1 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ตนเป็นชาวบ้านได้ขึ้นมาเลี้ยงวัว และหาของป่าเป็นประจำ เคยพบเจอจระเข้สายพันธุ์ไทยนี้หลายครั้ง เคยบันทึกภาพจระเข้เอาไว้ เพื่อยืนยันว่าบริเวณนี้มีจระเข้อาศัยอยู่จริง ไม่ดุร้าย นอนนิ่งๆ ในป่า หากมีคนเข้าใกล้ก็จะมีพฤติกรรมข่มขู่ตามสัญชาตญาณ ชาวบ้านพยายามแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาดูกล้องcctv แต่เจ้าหน้าที่นิ่งเฉย ไม่ได้ดำเนินการอะไร จนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านพบไข่จระเข้ถูกสัตว์อื่นทำลาย รู้สึกเสียใจ แต่ไม่ท้อ เพราะกลุ่มชาวบ้านชมพูร่วมมือกันที่จะอนุรักษ์จระเข้เอาไว้ เพราะการที่สัตว์ป่ามาอาศัยอยู่แสดงว่าผืนป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ สำหรับจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย ใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทยเหลืออยู่น้อยมาก โดยก่อนหน้านี้ ดร.กฤษดา ดีอินทร์ นักวิชาการกรมประมง 7 หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยแหล่งน้ำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด พิษณุโลก สำนักวิจัยและพัฒนา ประมงน้ำจืด กรมประมง ได้ร่วมกับชาวบ้านสำรวจจระเข้สายพันธุ์ไทยในเขตต้นแม่น้ำคลองชมพู ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก โดยพบร่องรอย รอยเล็บ รอยวาดหาง อยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำ และเชื่อว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ การค้นพบจระเข้น้ำจืดที่คลองชมพูครั้งนี้ ถือว่าเป็นรายงานที่ยืนยันได้เป็นแหล่งที่ 3 ของประเทศไทย

แหล่งที่มา : คมชัดลึก

Source: พบจระเข้น้ำจืดไทยใกล้สูญพันธุ์วางไข่