แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องcctv แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องcctv แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฝึกหน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี7เขี้ยวเล็บตำรวจภาค7

8bi9bjbjhb6aagfadfeadพล.ต.ท.วีระพงษ์ ชื่นภักดี  ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 กล่าวว่า ปัจจุบันสถานภาพอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 มีแนวโน้มการเกิดคดีสูง มีความรุนแรงและมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชน ที่ตกเป็นเหยื่อต้องได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน โดยเฉพาะตำรวจผู้ปฏิบัติงานกล้องcctv ซึ่งหากมีสถานการณ์ความรุนแรง หรือมีอาชญากรรมเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้าไปพิสูจน์ทราบ และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี และได้จัดการฝึกอบรมทบทวนการฝึกชุดปฏิบัติการพิเศษ(อินทรี 7) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขสถานการณ์ที่มีความรุนแรงใน พื้นที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

"การฝึกทั้งหมดเกิดจากการคิดค้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นหลัก มั่นใจมากกับชุดปฏิบัติการพิเศษอินทรี 7 และยอมรับว่าเป็นชุดปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพจริงๆ โดยเฉพาะยุทธวิธีการตั้งด่านตรวจ เป็นยุทธวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งได้สั่งการไปยังนายตำรวจที่รับผิดชอบด้านอาชญากรรมและการสืบสวนให้นำชุด ปฏิบัติการพิเศษอินทรี 7 นี้ ไปเสริมกำลังในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป" พล.ต.ท.วีระพงษ์ กล่าวสรุป คือหน่วยงานตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนชำนาญพิเศษในด้านการบุกจู่โจม ปิดล้อมตรวจค้น และจับกุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายจะมีความสามารถปฏิบัติการในคดีอาชญากรรมร้ายแรง ต่างๆ ได้มากกว่าตำรวจประจำโรงพักและมีขีดความสามารถสูงทั้งปฏิบัติการบนภาคพื้น ดินและทางอากาศ โดยเริ่มเกิดขึ้นปีพ.ศ. 2555 ใช้ชื่อว่า “อินทรี 7” มีนกอินทรีเป็นตราสัญลักษณ์ เพราะนกอินทรีเป็นนกที่มีสายตามองได้ในระยะไกล บินได้สูงที่สุดในโลก ตลอดจนมีกรงเล็บที่แข็งแรงและแหลมคมจับเหยื่อได้อย่างแม่นยำรวดเร็ว สง่างาม น่าเกรงขามต่อผู้พบเห็น   โดยมี พ.ต.อ.กิตติวรชัย พิริยะจิตตะ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.7 เป็นหัวหน้าหน่วย

อินทรี 7 เดิมครั้งแรก มีกำลังนายตำรวจ 5 คน ชั้นประทวน 20 คน ผ่านการฝึกอบรม การต่อต้านการก่อการร้ายหลักสูตรสวาทชั้นชำนาญการ หลักสูตรการปรับพื้นฐานยุทธวิธีตำรวจ ระดับครูฝึก และหลักสูตรยุทธวิธีตำรวจ (จู่โจม) ภารกิจหลักคือ การฝึกทบทวนยุทธวิธี การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ให้พร้อมสำหรับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ให้การสนับสนุนสถานีตำรวจในการจับคนร้ายที่มีพฤติกรรมรุนแรงหรือใช้อาวุธ สงคราม ตั้งจุดตรวจตามแนวชายแดนเพื่อสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด ตั้งจุดตรวจในพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงการก่ออาชญากรรมสูงเพื่อตรวจค้นจับ กุมผู้ทำผิดกฎหมาย ตลอดจนเป็นผู้ฝึกอบรมหลักสูตรยุทธวิธีต่างๆ ให้แก่สถานีตำรวจในพื้นที่ภูธรภาค 7

แหล่งที่มา  :  คมชัดลึก

Source: ฝึกหน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี7เขี้ยวเล็บตำรวจภาค7

สั่งสอบด่วนเหตุเรือชนที่จ.กระบี่

860139นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่าขณะนี้รองอธิบดี ด้านความปลอดภัย ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและสรุปหาสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยสาเหตุ เบื้องต้นเกิดจากผู้ขับเรือ ซึ่งยอมรับว่าปัญหาความประมาทของคนขับเรือ กรมยังไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเพียงพอแต่ในส่วนของการควบคุมใบอนุญาตได้มีการ กวดขันอยู่แล้ว สำหรับมาตรการดูแลเพิ่มเติมคือการบังคับให้เรือขนาด40ที่นั่งขึ้นไปกล้องcctv ต้องกำหนดให้ผู้โดยสารต้องสวมชูชีพไม่เช่นนั้นไม่อนุญาตให้ออกเรืออย่างเด็ด ขาดและจะตรวจสอบมาตรฐานของชูชีพด้วย“ที่ผ่านมีการควบคุมเรื่องการสวมชูชีพเฉพาะเรือขนาดเล็กแต่หลังจากนี้จะ คุมไปถึงเรือขนาดใหญ่ด้วยเพราะการสวมชูชีพจะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยตรง”

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม  เปิดเผยถึงกรณีเรือสปีดโบ๊ท ชนเรือประมงลากอวนที่จังหวัดกระบี่ว่า   ขณะนี้ได้สั่งการให้นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่าลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมรายละเอียดของการเกิดเหตุการณ์ใน ครั้งนี้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร รวมถึงดูว่าผู้ให้บริการเรือปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎระเบียบของกรมจ้าท่าใน การให้บริการผู้โดยสารหรือไม่ทั้งในส่วนคนขับเรือ ผู้โดยสารเรือเกินมาตรฐานกำหนดหรือไม่ หรือมีเสื้อชูชีพให้บริการเพียงพอหรือไม่

“ได้กำชับให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะถือเป็นมาตรฐานการเดินเรือเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคนขับเรือประมาทนั้นในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่อง อุบัติเหตุที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น แต่ได้สั่งกำชับให้ตรวจสอบอย่างละเอียดให้เป็นไปตามมาตรฐานของการให้บริการ เพราะเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้”

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สั่งสอบด่วนเหตุเรือชนที่จ.กระบี่

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อดีตครูหัวใจวายนอนดับคาบ้าน

847731สอบสวนญาติทราบว่า ผู้ตายเป็นอดีตครูสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง  และเพิ่งเกษียณอายุก่อนราชการมาได้ไม่นานเนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง แถมยังมีโรคประจำตัวรุมเร้า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นอนเล่นอยุ่ที่หน้าบ้านหลังกลับจากทำธุระ กระทั่งไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย เบื้องต้นคาดว่าหัวใจล้มเหลวฉับพลันพ.ต.อ.พศวีร์ เรืองภู่ ผกก.สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีกล้องcctv ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บ้านพักเลขที่ 46 หมู่ 12  ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสองพี่น้องรุดไปตรวจสอบ พบศพ นายวิน สระทองลอย หรือครูวิน อายุ 56 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนบริเวณชายคาบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: อดีตครูหัวใจวายนอนดับคาบ้าน

เหนือ-อีสานเริ่มเย็น ใต้ฝนยังตกหนัก

847806สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและปริมาณฝนที่ตกสะสมต่อ เนื่องกล้องcctv ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควร งดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม ไว้ด้วยอนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางประเทศอินเดียในระยะต่อไป

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียสสำหรับร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคใต้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเกือบทั่ว ไป และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: เหนือ-อีสานเริ่มเย็น ใต้ฝนยังตกหนัก

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

5ศาสนาจับมือสร้างสะพานสานเสวนาสันติสุข

68ahb7ibg9ai596jkg7dgพระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) พร้อมด้วยผู้แทนศาสนาอิสลาม คริสต์ ฮินดู และซิกข์ ร่วมกันแถลงข่าวจัดการประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 1 ในหัวข้อเรื่อง ขันติธรรมทางศาสนา   ที่โรงแรม Classic Kameo จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ หอประชุม "มวก ๔๘  พรรษามหาวชิราลงกรณ์"  มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  ภายใต้การจัดงานของพศ.และโครงการหลักสูตรปริญญาโท สันติศึกษา มจร  โดยจะมีผู้นำศาสนาจาก 10 ประเทศในอาเซียนประมาณ 80 รูป/คนเข้าร่วมงาน

พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า นับเป็นนิมิตรหมายอันดีที่ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนาในภูมิภาคอาเซียนจะได้มาพูดคุยปรึกษาหารือกันกล้องcctv เพราะความจริงแล้วไม่ควรที่จะนำศาสนามาเป็นเครื่องมือให้เกิดความขัดแย้ง แต่ต้องนำศาสนามาเป็นเครื่องมือในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

"ผู้นำศาสนาคุยกันก็จบ แต่เราไม่ค่อยได้คุยกัน เวทีนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้คุยกัน และอดทนต่อความแตกต่าง รู้ทุกศาสนา ให้เกียรติทุกศาสนา เคารพศาสนาอื่น" อธิการบดี มจร กล่าวและว่า

เป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนาใน 10 ประเทศอาเซียนมาพูดคุยกันว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืนอย่างไรแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนาในแต่ละประเทศละแต่ศาสนาได้แยกพูดคุยกัน อย่างเช่นผู้นำศาสนาในประเทศไทยเองก็ยังไม่ค่อยได้พูดคุยกัน  เพราะหากพูดคุยกันแล้วปัญหาก็จะจบ และการจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่จัดแล้วก็เงียบหายไปจะต้องมีการทำข้อตกลงที่จะทำ งานเป็นเครือข่ายร่วมกันต่อไปอย่างต่อเนื่อง

มงซินญอร์แอนดรูว์วิษณุ ธัญญอนันต์ ผู้แทนศาสนาคริสต์ กล่าวว่า สร้างสะพานเดินเข้าไปหากัน มากกว่าการสร้างกำแพงเพื่อปิดกั้นกันและกัน  การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการสร้างสะพานเพื่อผู้นำทางศาสนาจากประเทศต่างๆ ได้เดินเข้าไปหากกัน รับฟังกันและกัน เรียนรู้กันอย่างมีขันติธรรม เข้าใจกัน รักกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป

ด้านนายสถิต กุมาร ผู้แทนศาสนาฮินดู กล่าวว่า ขันติธรรมในฮินดูมีมานานแล้ว ถึงเราจะนับถือศาสนาต่างกันแต่เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสันติภาพ

ขณะที่นายสุเทพ สุริยาอมฤทธิ์ ผู้แทนศาสนาซิกข์ กล่าวว่า ทุกศาสนาแสวงหาสันติภาพ ไม่มีศัตรู ไม่มีคนแปลกหน้า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่ยอมรับศาสนาทั้ง 5 ศาสนา เพราะคนไทยรักสันติสุข ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเป็นพุทธมามกะแต่พระองค์ทรงดูแลทุกศาสนา เท่าเทียมกัน

นายนพรัตน์ กล่าวว่า เวทีนี้ไม่ใช่จะเป็นการสร้างสันติภาพสันติสุขให้เกิดขึ้นกับประชาชนใน ภูมิภาคอาเซียนเท่านั้นจะเป็นการจุดประกายไปยังเวทีโลกด้วย ซึ่งก็เป็นความต้องการของ พศ.และรัฐบาลด้วย

การประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 1 นี้เริ่มขึ้นโดยวันพุทธที่  24  กันยายน ผู้นำศาสนาเดินทางถึงประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่  25  กันยายน เดินทางไปทัศนศึกษาในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเยี่ยมชมกุฏีจีนประกอบด้วยมัสยิด โบสถ์คริสต์ และวัด และวันศุกร์ที่  26 กันยายนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการที่  มจร อำเภอวังน้อย  โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน ต่อจากนั้นพระพรหมบัณฑิตปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของผู้นำศาสนากับการสร้างขันติธรรมในประชาคมอาเซียน” เสร็จแล้วเลขาธิการอาเซียนหรือผู้แทนกล่าวสุนทรพจน์ และเสวนาทางวิชาการ

แหล่งที่มา :  คมชัดลึก

Source: 5ศาสนาจับมือสร้างสะพานสานเสวนาสันติสุข

ท่องแดนศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอล(ตอนจบ)

a69djk89d8hdhkchhcbb6ประวัติของป้อมมาซาดาที่เป็นที่จดจำในหมู่นักประวัติศาสตร์และผู้ศึกษา ประวัติศาตร์ประการหนึ่งคือ การสังหารหมู่ของกบฏซิคารี ทั้ง 960 คน ระหว่างการกบฏครั้งใหญ่ของชาวยิว (The Great Revolt) เมื่อ ค.ศ. 66 ที่ใช้วิธีการจับสลากกันในกลุ่มของชายนักรบว่าผู้ใดจะเป็นผู้ลงดาบสังหาร เพื่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องคมดาบของทหารโรมันที่กำลังรุกคืบเข้ามายังป้อมมาซาดา


                 กลุ่มกบฏซิคารีเป็นชาวยิวที่รวมใจกันต่อต้านอาณาจักรโรมันที่รุกรานเข้ายึด พื้นที่ถิ่นฐานของชาวยิวจนเมื่อมีการสร้างป้อมมาซาดา เพื่อใช้สังเกตการณ์การรุกรานของกองทัพโรมันที่ใช้ทะเลเดดซีเป็นเส้นทางผ่าน ชาวยิวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ยังอยู่รอด และใช้อาวุธทุกอย่างที่ขนขึ้นมาจากตีนเขา ทั้งหินก้อนกลมขนาดใหญ่เล็ก ถังบรรจุน้ำมันติดไฟ อาวุธยิงทั้งหลายไปหมดแล้ว แต่กองทัพทหารโรมันยังคงดาหน้าบุกขึ้นมา นักรบกลุ่มสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่จึงตัดสินใจตายพร้อมกัน


                 ชายทุกคนจะเขียนชื่อลงบนแผ่นดินเผาเล็กๆ นำมาใส่ไว้ในภาชนะ ใครที่จับชื่อเพื่อนได้ ก็ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตสังหารเพื่อนให้สิ้นชีพ พ้นภัยจากทหารโรมัน และทำเช่นนี้จนเหลือคนสุดท้ายที่ไม่สามารถสังหารตนเองได้ เนื่องจากผิดหลักศาสนา ที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่แสนโหดร้ายจากเงื้อมมือของทหารฝ่ายศัตรู


                 ประวัติเหล่านี้ได้รับการบันทึกและเก็บหลักฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์ป้อมมาซาดา ที่ตั้งอยู่บนตีนเขา ทางขึ้น-ลงเคเบิลคาร์ เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศของจริงบนป้อมที่อยู่สูงกว่าระดับ น้ำทะเลราว 400 เมตรแล้ว ก็สามารถมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุโบราณ สภาพความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์ของป้อมแห่งนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


                 ต่อจากนั้นชาวคณะก็กลับมายังตัวเมืองเยรูซาเลมเพื่อพักผ่อน อย่างที่เล่าไปแล้วว่าอากาศในนครเยรูซาเลมนั้นเย็นสบาย เย็นกว่ากรุงเทลอาวีฟอย่างเห็นได้ชัด ที่นี่จึงน่าเดินเที่ยวมากกว่ากันสักหน่อย อีกทั้งตัวเมืองยังแบ่งออกเป็น 2 โซน เมืองใหม่ กับเมืองเก่า แต่ทั้งสองแห่งก็ยังมีอารมณ์และกลิ่นอายของเมืองโบราณร่วมกันอย่างกลมกลืน


                 นอกจากนั้นบริเวณใจกลางเมืองช่วงที่ชาวคณะเดินทางไปนั้นยังมีเทศกาลแสงไฟ ที่จัดขึ้นในบริเวณสนามกีฬาโบราณกล้องcctv บรรยากาศคล้ายงานวัดผสมกับตลาดนัดในบ้านเรา มีสินค้าหลากหลายมาขายและมีการแสดงของศิลปินข้างถนนอยู่เป็นแห่งๆ มีการประดับประดาไฟทั่วพื้นที่สนามกีฬา ราวกับจำลองท้องฟ้าลงมาบนดิน เห็นหนุ่มสาว ครอบครัวทั้งชาวอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ และตะวันออกกลางที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน พากันเดินชม ชิม ช็อปกันอย่างกลมเกลียว ไม่มีแบ่งแยกศาสนา แม้ว่าในช่วงสิงหาคมที่ผ่านมานั้น บรรยากาศโดยรอบจะระอุไปด้วยไฟแห่งการปะทะระหว่างกลุ่มก่อการร้ายฮามาส ที่ใช้ดินแดนฉนวนกาซาเป็นที่มั่น กับกองทัพอิสราเอล ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาดินแดนและชีวิตของประชากรชาวยิว ราวกับจงอางหวงไข่


                 เช้าวันถัดมาหลังจากดื่มด่ำกับการแสดงแสงสีเสียงที่หอคอยแห่งดาวิด และเทศกาลแสงไฟ ในใจกลางนครเยรูซาเลมแล้ว ชาวคณะก็ต้องออกเดินทางอีกราว 30 กิโลเมตรไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิสราเอลอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ สวนบาไฮ (Bahai Garden) ในเมืองท่าไฮฟา ของอิสราเอล ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความผสมผสานของศาสนาที่มาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบใน ที่แห่งนี้


                 สวนบาไฮถือกำเนิดเกิดขึ้นเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว มีพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมเนินเขาคาเมล หรือเขาอูฐ แห่งไฮฟา ด้านที่หันหน้าเข้าหาทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งสวนสวยใน "บาไฮเวิลด์เซ็นเตอร์" (Bahai World Centre) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาบาไฮในเมืองไฮฟา ประกอบไปด้วยอาคาร 26 หลัง อนุสาวรีย์อีก 11 แห่ง รวมทั้ง "วิหารแห่งบาฮาอุลลาห์" (Shrine of Baha'u'llah) ในอาเครอ (Acre) และ "วิหารแห่งบับ" (Shrine of Bab) ในไฮฟา


                 ทั้งยังมีสวนสวยประดับด้วยต้นไม้หลากสีสันและรูปทรง ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พื้นที่นี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นรอบๆ โดยมีไกด์ในแต่ละภาษาเป็นผู้นำชมเพื่อความลึกซึ้งแห่งสัมผัสของสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้


                 บาไฮ เวิลด์ เซ็นเตอร์ ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลอิสราเอล แต่อยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ ที่ส่งเจ้าหน้าที่และงบประมาณมาสนับสนุนการอนุรักษ์สวนสวยที่ยิ่งใหญ่ ถ้าจะเปรียบก็น่าจะเทียบกับสวนลอยแห่งบาบิโลนในยุคโบราณก็ว่าได้


                 ทริปท่องเที่ยวอิสราเอลของชาวคณะจากไทยแลนด์แดนสยามตามที่ได้รับเชิญ จากกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ก็เอวังด้วยบรรยากาศแห่งความปีติที่ได้ชมเมืองมรดกโลกที่ล้ำค่า ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา และดินแดนที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ยังคงถูกเขียนขึ้นทุกวัน ดินแดนที่เรียกว่า "อิสราเอล"

แหล่งที่มา :  คมชัดลึก

Source: ท่องแดนศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอล(ตอนจบ)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

EyWwB5WU57MYnKOuFHRWWOvNV4T0HTPcodf1vQsXX0Dgc9ebCE6e5wคดีฆ่าเทคโนกรุงเทพ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง ‘ประยุทธ์’ขู่ลั่นปิดร.ร.

นำ 6 นักศึกษาอุเทนถวาย ใจเหี้ยมแถลงข่าวคดีไล่ฆ่าอุกอาจ 3 ศพ สางแค้นให้เพื่อนสาว สารภาพระบายความอัดอั้น เป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ทว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รับติดตั้งกล้องcctv โยนผิดตำรวจหากจับได้เร็วกว่านี้เหตุการณ์อาจไม่ได้เป็นอย่างนี้ ขณะที่พ่อเหยื่อสุดแค้นเสียลูกชายคนเดียว จ่อฟ้องเอาผิดผู้ปกครองเป็นกรณีตัวอย่างด้วย “บิ๊กตู่” คำรามลั่น ต่อไปนี้หากตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้นทันที ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเรียกผู้บริหาร 2 สถาบันดังถกเครียด วางมาตรการลดความร้อนระอุที่ยืดเยื้อมายาวนานศึกสถาบันช่างกลกลางกรุงที่ยืดเยื้อกันมานานนับสิบปี สังเวยเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ถูกไล่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมหลายศพ แต่อุณหภูมิร้อนระอุของความบาดหมางกลับไม่มีทีท่าลดลง ล่าสุดมือปืนประกบยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เสียชีวิตพร้อมนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี เพื่อนร่วมสถาบัน ตายกลางถนนเทอดดำริ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ก่อนที่ตำรวจสืบสวนนครบาลจะแกะรอยรวบทีมสังหารเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คู่แค้นต่างสถาบันถึง 6 คน ยอมรับสารภาพตระเวนเด็ดหัวเหยื่อเพื่อสางแค้นแทนเพื่อนสาวที่ถูกยิงตาย

ที่ บช.น. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ณรงฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก นำผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปแถลงข่าว ประกอบด้วย นายกบินทร์ หรือเอฟ หรือบินทร์ จิโรจน์มนตรี อายุ 20 ปี มือปืน นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ อายุ 20 ปี คนขี่รถ จยย. นายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิรายุทธ หรือไอซ์ สุวรรณโชติ อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิตรดิลก หรือเน็ต อุ้มชู อายุ 21 ปี หน้าที่ดูเหยื่อว่าเสียชีวิตหรือไม่ และนายณัฐกร หรือณัฐ กรรมแต่ง อายุ 23 ปี คนวางแผนและจัดหาอาวุธปืน ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมก่อสร้างโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

สอบสวนทั้งหมดรับว่ามูลเหตุจูงใจเป็นกระทำการเพื่อล้างแค้นให้ น.ส.กันต์กนิษฐ์ พรหมแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถ จยย. ใช้ปืนกราดยิงเสียชีวิตตรงป้ายรถโดยสารหน้าโอสถศาลา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงข้ามห้างมาบุญครอง ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 26 ส.ค.57 จึงตระเวนออกล่าอริต่างสถาบัน เริ่มต้นยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิตในซอยรามคำแหง 107 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ต่อมาร่วมกันยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี และนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเสียชีวิตทั้งคู่ บริเวณถนนเทอดดำริ ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ ท้องที่ สน.เตาปูนนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี มือปืน ระบายความในใจว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่พวกตนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมาโดยตลอด ข่าวบางข่าวก็ไม่ได้ถูกตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน เพื่อนตนเสียชีวิตก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร น.ส. กันต์กนิษฐ์ไม่ใช่คนเลวร้าย มิหนำซ้ำเป็นผู้หญิงด้วย ปัจจุบันคนร้ายยังลอยนวลอยู่ในสังคม นอกจากนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนและพี่น้องไม่มีคดีไหนที่ จับคนร้ายได้สักราย อยากจะขอฝากตรงจุดนี้ ตนเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำเท่าที่จะทำได้ อยากให้ทุกคนรับรู้ความรู้สึกของพวกตนบ้าง ถ้าจับคนร้ายไวกว่านี้เหตุการณ์อาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก คุมตัวนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ และนายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง ผู้ต้องหาที่ร่วมกันยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 10 จุด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตั้งแต่ปากซอยรามคำแหง 103 ที่นัดหมายก่อนลงมือสังหารเหยื่อ ซอยรามคำแหง 107 หรือซอยวัดศรีบุญเรือง รวมถึงเส้นทางหลบหนีไปยังบ้านของนายกบินทร์ย่านรามอินทรา ท่ามกลางประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงญาติและเพื่อนร่วมสถาบันของผู้ตายจนตำรวจต้องดูแลรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวดนายกำพล กัมพลาศิริ อายุ 50 ปี พ่อของเหยื่อนักศึกษาใจเหี้ยมเผยว่า รู้สึกเสียใจ และโกรธแค้นมาก ถ้าเป็นไปได้อยากทำร้ายผู้ต้องหาเสียตอนนี้เลยเพื่อชดใช้ให้ลูกชายเพียงคน เดียว ส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการยิงผิดตัว และขอให้การเสียชีวิตของลูกตนเป็นกรณีเริ่มต้นการแก้ปัญหานักเรียนตีกัน อย่างจริงจัง พร้อมทั้งวอนให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานของตัวเองให้ดี สอดส่องดูแล ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แค่เพียงส่งลูกหลานไปเรียน นอก จากนี้ ตนยังจะปรึกษาทนายความเพื่อเรียกร้องทางแพ่ง เอาผิดกับทางผู้ปกครองของผู้ต้องหาเป็นกรณีตัวอย่างให้ผู้ปกครองผู้ต้องหา รับรู้ว่า ถ้าดูแลบุตรหลานไม่ดี ก่อให้เกิดความสูญเสียกับครอบครัวคนอื่นจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้น พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก. สน.เตาปูน นำนายกบินทร์ จิโรจน์มนตรี และนายปัญญา เขมวัชรเลิศ ไปทำแผนต่อที่จุดประกบยิง 2 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันบริเวณท้องที่ สน.เตาปูน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะส่งตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ สน.หัวหมาก ไปควบคุมขณะที่ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.6 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน สนธิกำลัง บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.6 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. สันติบาล และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด พล.ม.2 รอ. เข้าตรวจค้นอาวุธภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท แขวงและเขตปทุมวัน กทม. พบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ มีด อุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโล ไพ่ อุปกรณ์เสพยาเสพติดที่ถูกซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานห้องน้ำตามตัวอาคาร รวมถึงบ้านพักของภารโรง ควบคุมตัวนักศึกษา 4 ราย ไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อถ่ายรูปทำประวัติไว้ พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้ารับทราบถึงพฤติกรรมก่อน ปล่อยตัวไป ขณะที่กำลังอีกชุดยังเข้าตรวจค้นสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.พบมีดปลายแหลม 3 เล่ม คัตเตอร์ 3 อัน ขวาน 1 ด้าม ประทัดยักษ์ 6 ลูก และกระสุนปืน .22 จำนวน 1 นัด โดยมี รศ.ปัญญา มินยง อธิการบดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลแก่ผู้บริหารระดับสูงตอน หนึ่งว่า เรื่องปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ก็ไม่กลัวกฎอัยการศึกกันสักคนเลย ตนเป็นห่วงเหมือนกัน ประกาศไปเลยว่า ต่อไปนี้ตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้น ปิดแผนกนั้น ปิดคณะนั้น ฝ่ายไหนตีก่อนสั่งปิดก่อนชั่วคราวจนกว่าจะสอบสวนข้อเท็จจริง ฉะนั้นต้องไปหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้พวกแกนนำพวกรุ่นพี่รุ่นน้องคืนสู่เหย้า พอสักที เลิกกัน ให้อภัยกัน ไม่อย่างนั้น ต้องถูกดำเนินคดีหมด โรงเรียนต้องถูกปิด “วันนี้ถึงประกาศมาตรการไปก็ไม่เกิดผลหรอก ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง นอกจากนี้ เรื่องเด็กวัยรุ่นไม่มีงานทำ พวกเด็กแว้น เด็กติดยา ขอทาน ค้าขายสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องนี้ต้องแก้ไข” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สายวันเดียวกัน นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เชิญนายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และนายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อหาทางยุติปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษา 2 สถาบันดังใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมงเศษ นพ.กำจร เผยผลการหารือว่า ได้ให้ทั้ง 2 สถาบันทำบันทึกเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งให้สำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาอีกครั้ง ฝ่ายอุเทนถวายรายงานว่า เป็นเพราะศิษย์เก่าที่เป็นรุ่นพี่เข้ามายุยงรุ่นน้องให้ก่อเหตุ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันมีมาตรการที่ชัดเจนว่า ห้ามรุ่นพี่เข้ามาในบริเวณสถาบันโดยเด็ดขาด ทั้งการรับนักศึกษาก็จะไม่รับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่มีปัญหาทะเลาะ วิวาทเน้นรับนักเรียนจากต่างจังหวัดมากขึ้นก็พบว่าได้ผล เพราะไม่ใช่นักศึกษาที่มาจากสถาบันที่เป็นคู่อริกัน จึงมอบนโยบายให้อุเทนถวายกำหนดมาตรการห้ามบุคคลภายนอกเข้าสถาบันอย่างเด็ด ขาดเช่นกัน

ข่าว:thairath.co.th

Source: จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

พบจระเข้น้ำจืดไทยใกล้สูญพันธุ์วางไข่

d69g5f8i87faaaj5gaaejพิสูจน์การพบจระเข้น้ำจืด สายพันธุ์ไทย ซึ่งอาศัยอยู่บนเทือกเขาชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 13 กิโลเมตร ทีมข่าวเดินเท้า และใช้รถจักรยานยนต์ ข้ามภูเขา คลองชมพู เพื่อไปยังรังไข่ของจระเข้ โดยใช้เวลานานประมาณ 5-6 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางเป็นไปด้วยความยากลำบากนายแวะ สนใจ ส.อบต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่นำพาคณะสื่อมวลชนไปตรวจพิสูจน์ กล่าวว่า ชาวบ้านตำบลชมพู ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านพยายามอนุรักษ์ให้ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ทำให้พบสัตว์ป่าหายากมากมายหลายชนิด และหนึ่งในนั้น คือ จระเข้สายพันธุ์ไทยที่อาศัยในน้ำจืดคลองชมพู ระยะแรกชาวบ้านพูดกันแบบปากต่อปาก ไม่เห็นตัวชัดๆ จนในเดือนพฤษภาคม 2557 ชาวบ้านพบเห็นจระเข้กันหลายคนในป่าแห่งนี้ และในเดือนกันยายนนี้ ได้พบตัวในระยะใกล้อีกครั้ง มองเห็นผิวหนังตะปุ่มตะป่ำ ลำตัวยาวประมาณ 2 เมตร  จึงพากันมาตรวจพิสูจน์ และก็พบตัวจระเข้ และรังไข่ อย่างที่เห็น แต่รังไข่หลายฟองถูกสัตว์คุ้ยเขี่ยทำลายไปเป็นบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางชาวบ้านอยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลอนุรักษ์จระเข้สายพันธุ์นี้ไวขณะที่นายบุญสืบ เผือกอ่อน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ 1 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ตนเป็นชาวบ้านได้ขึ้นมาเลี้ยงวัว และหาของป่าเป็นประจำ เคยพบเจอจระเข้สายพันธุ์ไทยนี้หลายครั้ง เคยบันทึกภาพจระเข้เอาไว้ เพื่อยืนยันว่าบริเวณนี้มีจระเข้อาศัยอยู่จริง ไม่ดุร้าย นอนนิ่งๆ ในป่า หากมีคนเข้าใกล้ก็จะมีพฤติกรรมข่มขู่ตามสัญชาตญาณ ชาวบ้านพยายามแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาดูกล้องcctv แต่เจ้าหน้าที่นิ่งเฉย ไม่ได้ดำเนินการอะไร จนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านพบไข่จระเข้ถูกสัตว์อื่นทำลาย รู้สึกเสียใจ แต่ไม่ท้อ เพราะกลุ่มชาวบ้านชมพูร่วมมือกันที่จะอนุรักษ์จระเข้เอาไว้ เพราะการที่สัตว์ป่ามาอาศัยอยู่แสดงว่าผืนป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ สำหรับจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย ใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทยเหลืออยู่น้อยมาก โดยก่อนหน้านี้ ดร.กฤษดา ดีอินทร์ นักวิชาการกรมประมง 7 หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยแหล่งน้ำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด พิษณุโลก สำนักวิจัยและพัฒนา ประมงน้ำจืด กรมประมง ได้ร่วมกับชาวบ้านสำรวจจระเข้สายพันธุ์ไทยในเขตต้นแม่น้ำคลองชมพู ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก โดยพบร่องรอย รอยเล็บ รอยวาดหาง อยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำ และเชื่อว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ การค้นพบจระเข้น้ำจืดที่คลองชมพูครั้งนี้ ถือว่าเป็นรายงานที่ยืนยันได้เป็นแหล่งที่ 3 ของประเทศไทย

แหล่งที่มา : คมชัดลึก

Source: พบจระเข้น้ำจืดไทยใกล้สูญพันธุ์วางไข่

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

iPhone 6 และ iPhone 6 plus อาจขายในไทยช่วงเดียวกับ iPhone 5c

iphone-6-plus-thaiหนึ่งในความคาดหวังของผู้ใช้สมาร์ตโฟนในไทยบางกลุ่มคือการเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกที่ได้รับสิทธิ์การวางขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องการรองรับมาตรฐาน iPhone รุ่นใหม่ สำหรับวางจำหน่ายในประเทศไทยโดย กสทช.ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อาจเปิดขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงเดียวกับ iPhone 5c และ 5s ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ตุลาคม ส่วนใครรอถึงช่วงเดือนตุลาคมไม่ไหว จะลองเสี่ยงไปซื้อเครื่องหิ้วมาใช้ก่อน เท่ก่อน ก็ไม่ห้ามครับ แต่ราคาคงจะสูงกว่าปกติมากแน่นอนทันที iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เปิดตัว ทาง Apple ก็ได้มีการประกาศกลุ่มประเทศแรกที่เปิดให้มีการพรีออเดอร์ในวันที่ 12 กันยายน และวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน ซึ่งใน 9 ประเทศนั้น ไม่มีชื่อของประเทศไทยแต่อย่างใด ขณะที่ล่าสุดได้ลองตรวจสอบกลุ่มประเทศที่ 2 ที่ทาง Apple จะอนุญาตให้เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กันยายน ปรากฎว่ายังไม่พบรายชื่อประเทศไทยอีกเช่นกัน

ข่าว:arip.co.th

 

Source: iPhone 6 และ iPhone 6 plus อาจขายในไทยช่วงเดียวกับ iPhone 5c

รฟท. แจ้งปรับเดินรถสายใต้ หลังเกิดเหตุบึมรางรถไฟ

EyWwB5WU57MYnKOuFBwuUkmSlVwrg3VyBogD9dNcssNQmxA3sLdkOtรฟท. แจ้งเปลี่ยนแปลงการเดินรถไฟสายใต้ต่อเนื่องอีก 1 วัน หลังรับผลกระทบเหตุระเบิดทางรถไฟระหว่างสถานีตันหยงมัส-สถานีป่าไผ่...

จากกรณีเกิดเหตุระเบิดเส้นทางระหว่างสถานีตันหยงมัส - สถานีป่าไผ่ ไม่สามารถผ่านเส้นทางได้ และยังซ่อมแซมเส้นทางไม่แล้วเสร็จ การรถไฟฯ จึงขยายการเปลี่ยนแปลงการเดินรถไฟสายใต้ในวันนี้ (13 ก.ย.57) ดังนี้

1. ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 37 และขบวนรถเร็วที่ 171 (เที่ยวไปออกต้นทางกรุงเทพฯ วันที่ 12/9/2557) สิ้นสุดปลายทางสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีตันหยงมัส - สุไหงโก-ลก

2. ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 38 และขบวนรถเร็วที่ 172 (เที่ยวกลับออกต้นทางสุไหงโก-ลก วันที่ 13/9/2557) เปลี่ยนต้นทางเป็นสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีสุไหงโก-ลก - ตันหยงมัส

3. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463 สิ้นสุดปลายทางสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีตันหยงมัส - สุไหงโก-ลก

4. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 464 เปลี่ยนต้นทางเป็นสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีสุไหงโก-ลก - ตันหยงมัส

5. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 451 สิ้นสุดปลายทางสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีตันหยงมัส - สุไหงโก-ลก

6. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 454 เปลี่ยนต้นทางเป็นสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีสุไหงโก-ลก - ตันหยงมัส

7. ขบวนรถเร็วที่ 175 สิ้นสุดปลายทางสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีตันหยงมัส - สุไหงโก-ลก

8. ขบวนรถเร็วที่ 176 เปลี่ยนต้นทางเป็นสถานีตันหยงมัส ไม่มีเดินจากสถานีสุไหงโก-ลก - ตันหยงมัส

แหล่งที่มา : ไทยรัฐ

Source: รฟท. แจ้งปรับเดินรถสายใต้ หลังเกิดเหตุบึมรางรถไฟ

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คสช. ไฟเขียว 1.6 แสนล. รื้อระบบไฟฟ้า ทดแทน 'แม่เมาะ'

EyWwB5WU57MYnKOuFBncl0lLRfiFV5hNcjoI5x7kf7dz1OlepBdhBLคสช. เห็นชอบปรับปรุงระบบไฟฟ้าทั้งระบบ วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท ด้าน หน.คสช.ห่วงราคาสินค้าเกษตร ชมนักกีฬาวอลเลย์หญิง สร้างความสุข พร้อมปรับแก้อัตราภาษีในส่วนของอีโคคาร์

วันที่ 19 ส.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล้องcctv แถลงผลการประชุม คสช.เพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน ครั้งที่ 11/2557 ว่า ในระหว่างการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องของราคาสินค้าเกษตร

โดยได้ขอความร่วมมือจากพ่อค้าคนกลาง ให้เห็นใจเกษตรกร และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดหาแนวทางในการขายสินค้าของเกษตรกรโดย ตรง ไม่ต้องรอมาตรการของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว ในส่วนการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ให้ทุกภาคส่วนหาแนวทางเพื่อให้การแก้ดำเนินการได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งยังแสดงความเป็นห่วงเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ซึ่งราคาตกต่ำลง โดยกำชับให้ช่วยเหลือเรื่องการเสริมสินเชื่อแปรรูปและผลิต เพื่อบรรเทาปัญหาของเกษตรกร

นอกจากนี้ นพ.ยงยุทธ ยังได้กล่าวถึงการพิจารณาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานด้วยว่า ที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณเพื่อจัดสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ซึ่งจะปลดการทำงานในวันที่ 31 ธ.ค.60 โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน วงเงิน 36,811 ล้านบาท เบิกจ่ายงบลงทุน ประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 4,059 ล้านบาท ใช้เงินตราต่างประเทศ 26,247 ล้านบาท และเงินบาทไทย 10,564 ล้านบาท แผนการดำเนินการก่อสร้าง 48 เดือน ซึ่งทางหัวหน้า คสช.ให้ไปศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมให้รอบด้านก่อนที่จะเริ่มแผนงาน นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ 12 วงเงิน 60,000 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ 14,500 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์ในประเทศและก่อสร้าง 45,000 ล้านบาท ดำเนินการภายในระยะเวลา 7 ปี 3 เดือน (ม.ค.56 - มี.ค.63) ซึ่งจะเป็นการสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าเพิ่ม รวมไปถึงอนุมัติงบประมาณ 63,200 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้าภาคตะวันตกและภาคใต้ และเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกู้เงินสำหรับงานใน 17 โครงการ งบประมาณปี 2557 วงเงิน 8,839 ล้านบาทด้วย

"หัวหน้า คสช.ได้มอบนโยบายเรื่องการไฟฟ้าว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และแก้ไขปัญหาไฟฟ้าตก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความเดือดร้อนให้ แก่พี่น้องประชาชน" นพ.ยงยุทธ กล่าว

นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า คสช.ยังอนุมัติแผนแก้ปัญหาขยะมูลฝอยทั่วประเทศ โดยจะเริ่มนำร่องที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้เทคโนโลยีแปลงขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงก่อนจะขยายไปยังพื้นที่อื่น พร้อมทั้งเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แก้ไขกฎหมายป้องกัน และปราบปรามการค้างาช้าง ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า หรือพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือไซเตส ให้แล้วเสร็จในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ก่อนจะรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมไซเตสรับทราบในปีหน้า

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า หัวหน้า คสช.ยังได้กำชับให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมใน กระบวนการสรรหาสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยไม่ต้องแบ่งแยก ผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก สปช.ต้องมีคุณสมบัติที่ตรงกับแต่ละด้านที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีผลกับการปฏิรูปประเทศ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ขอให้ส่วนงานฝ่ายสังคม ได้มีการเตรียมความพร้อมในแง่ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายสังคม เช่น เรื่องของกฎหมาย และโครงสร้าง เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปทันทีที่มีการดำเนินการคัดเลือก สปช.เสร็จสิ้นในเดือน ก.ย.นี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับถึงความโปร่งใสในการสรรหา สปช. หากพบว่าจังหวัดใดล็อกตัวบุคคล ขอให้แจ้ง คสช.

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษารายละเอียดโครงการพัฒนาโครงข่ายขนส่ง คมนาคมทางรถไฟ ที่เชื่อว่าจะสามารถส่งเสริมการลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศได้ ขณะเดียวกัน มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำภาพยนตร์เพื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งยังได้แสดงความชื่นชม และให้กำลังใจนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่ทำให้คนไทยมีความสุข

นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช.แถลงผลการประชุม คสช.ในส่วนของมาตรการส่งเสริมการผลิตรถอีโคคาร์ในไทยว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง ถึงการลดอัตราภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ 81 และ 109 เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ ในระยะที่ 2 ซึ่งในประกาศฉบับที่ 81 จะแก้ไขมาตรฐานมลพิษจากยูโร 4 เป็นยูโร 5 อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เดิมอยู่ที่ 120 กรัม ต่อกิโลเมตร เป็น 100 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราใช้พลังงานเชื้อเพลิง 5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เป็น 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และกำหนดขนาดเครื่องเบนซิน เป็น 1300 ซีซี ดีเซล เป็น 1500 ซีซี และ E85 และ B10 ขณะที่ยังคงอัตราภาษีเดิม คือ ร้อยละ 17 สำหรับประกาศฉบับที่ 109 มีเนื้อหาปรับแก้อัตราภาษีในส่วนของอีโคคาร์ เครื่องยนต์ดีเซล จาก 1400 ซีซี เป็น 1500 ซีซี ที่ร้อยละ 14 และ E85 และ B10 อยู่ที่ร้อยละ 12

ข่าว:thairath.co.th

Source: คสช. ไฟเขียว 1.6 แสนล. รื้อระบบไฟฟ้า ทดแทน 'แม่เมาะ'

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ญี่ปุ่นด่าแรงคนไทยเมาขับชน

557000009742501คนญี่ปุ่นวิจารณ์แรงพฤติกรรมคนไทย หลังเหตุคนไทยเมาแล้วขับชนนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต หวั่นส่งผลเลิกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวไทยเข้าแดนปลาดิบ

จากเหตุการณ์ 3 คนไทยเมาแล้วขับและไม่มีใบขับขี่สากล จนชนนักเรียนหญิง ม.ปลาย ชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต ที่จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของคนไทย ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง และมีผู้แสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก เสนอแนะในทำนองว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นควรยกเลิกการให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นโดยไม่ ต้องขอวีซ่าได้แล้ว”

ขณะที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของไทยบางแห่งอ้างว่า การแสดงความคิดเห็นในข่าวของคนญี่ปุ่นถึงกรณีนี้เป็นไปอย่างรุนแรง โดยระบุว่า บ้านเมืองเขาถือมากแค่ไหนเรื่องแบบนี้ มาทำให้ครอบครัวคนอื่นต้องสูญเสีย เดือดร้อน ขณะที่ความเห็นหนึ่ง แปลเป็นไทยว่า “มึงกลับไปขับแบบนี้ที่บ้านมึงไป” ซึ่งกรณีนี้อาจส่งผลต่อมาตรการที่รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกการตรวจลงตราหนังสือ เดินทาง (วีซ่า) ให้แก่นักท่องเที่ยวไทยในการเดินทางเข้าญี่ปุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้

“ASTVผู้จัดการออนไลน์” ตรวจสอบย้อนหลังพบว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทย เมื่อกลางปี 2556 ตรงกับช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 โดยเป็นการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ การพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่น สามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน (หากผู้ยื่นประสงค์จะพำนักในประเทศญี่ปุ่นเกิน 15 วัน หรือไปทำงาน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ จะต้องยื่นขอวีซ่าตามปกติ)

การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย ผู้ที่จะเข้าประเทศได้จะต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ก่อนจึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (เช่นเดียวกับผู้ที่ยื่นขอวีซ่ากับทางสถานเอกอัครราชทูต) ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ หรือขอตรวจเอกสารที่จำเป็น เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หรืออื่นๆ กรณีผู้ที่เคยมีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่เคยละเมิดกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น และถูกศาลตัดสินลงโทษให้จำคุกมากกว่า 1 ปี จะไม่สามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ แต่ในกรณีที่มีเหตุสำคัญเกี่ยวกับทางด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นต้องเข้าประเทศ ญี่ปุ่นนั้น สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประกาศใช้มาตรการนี้ 3 เดือน ก็เริ่มมีปัญหาว่า การยกเว้นวีซ่านี้เป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ตั้งใจจะไปขุดทอง หรือลักลอบแอบแฝงเข้ามาทำงานและค้าประเวณี โดย นายธนาธิป อุปัติศฤงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น ยอมรับว่า มีคนใช้ช่องทางการยกเว้นวีซ่าในทางที่ผิดเข้าประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำงานแทนการท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีกระบวนการหลอกลวงจากประเทศไทยเองว่าจะพาเข้ามาทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและอาจทำให้ญี่ปุ่นทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าก็ เป็นได้ (อ่านรายละเอียดข่าว ฟรีวีซ่าญี่ปุ่นสะเทือน!!! หลังโรบินฮู้ดไทยแห่ขุดทอง)

นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2557 ก็มีข่าวลือว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะยกเลิกมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ให้กับคนไทย ทำให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นต้องออกมาแถลงยืนยันว่าไม่เคยมีการประกาศยกเลิก มาตรการเหล่านี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นข่าวลือเมื่อต้นปี แต่ตอนนี้กำลังจะมีปัญหาใหม่ เมื่อคนญี่ปุ่นกำลังโยงเรื่องกรณีคนไทยขับรถชนคนญี่ปุ่นตายมาเรียกร้องให้ยก เลิกการยกเว้นขอวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับคนไทยอย่างถาวร

ข่าว:manager.co.th

ต่อบริษัทกล้องวงจรปิด http://okami-cctv.org

Source: ญี่ปุ่นด่าแรงคนไทยเมาขับชน

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รุ่นเล็กคลานตามมา.. LG เปิดตัวอีก Smartphone รุ่นใหม่ ตระกูลเดิม “G3 A”

14661811659-c9b1aecfd8-o-1หลังจากที่ LG ได้ปล่อยสมาร์ทโฟนในตระกูล G3 แล้วกล้องวงจรปิดได้เสียงตอบรับที่ดีตามมา LG ก็เริ่มรุกต่อ ด้วยการเปิดตัว G3 A รุ่นล่างของ G3 ที่ปรับคุณสมบัติลงเพียงเล็กน้อย

โดยรุ่นนี้จะใช้ซีพียู Snapdragon 800 2.6 GHz และมีจอที่เล็กลงเล็กน้อยเป็น 5.2 นิ้ว ความละเอียด full HD แรม 2 GB หน่วยความจำภายใน 32 GB แต่ยังใช้กล้องขนาด 13 ล้านพิกเซล ตัวเดียวกันกับ G3 มาพร้อมกับ Android KitKat  โดยจะวางขายในประเทศเกาหลีผ่าน SK telecom แต่ยังไม่มีแผนที่จะวางขายนอกประเทศแต่อย่างใด

นอกจากรุ่น G3 A ในตระกูล G3 ที่เปิดตัวไปแล้วก็มีทั้ง G3 และ G3 Beat และยังมี G3 Stylus ที่เริ่มมีข่าวออกมา ก็ต้องดูว่าทาง LG จะเปิดตัวเครื่องใหม่อีกเมื่อใด

Source: รุ่นเล็กคลานตามมา.. LG เปิดตัวอีก Smartphone รุ่นใหม่ ตระกูลเดิม “G3 A”

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มาสเตอร์โพล เผย 'แกนนำชุมชน' หนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ

EyWwB5WU57MYnKOuFBohJ7GoCLvZ9WbYUGYszjXtp9mCENCP2GyIeB



"มาสเตอร์โพล" เผย แกนนำชุมชนพอใจ ผลงาน คสช. พร้อมหนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ มากสุด

วันที่ 10 ส.ค. มาสเตอร์โพล ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ กล้องวงจรปิด เรื่อง "ฐานสนับสนุนของแกนนำชุมชนต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ หัวหน้า คสช. และการทำงานของ คสช." พบว่า แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 80.2 ติดตามรับชมรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ในขณะที่ร้อยละ 19.8 ไม่ได้ติดตามชม และที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.3 ระบุปัญหาแตกแยกทางการเมืองของคนในชุมชนมีค่อนข้างน้อยถึงไม่มีปัญหาเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 9.7 ระบุมีปัญหาค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

ด้านการเมือง ผลสำรวจพบว่า ความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อการปฏิบัติงานของ คสช. อันดับแรก ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในกลุ่มนักการเมืองและข้าราชการ ได้ 8.58 คะแนน อันดับ 2 ได้แก่ การใช้อำนาจ คสช. ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้ 8.57 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ การยอมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของ คสช. ได้ 8.49 คะแนน อันดับ 4 ได้แก่ การบริหารประเทศโดย คสช. ได้ 8.27 คะแนน อันดับ 5 ได้แก่ การเตรียมการปฏิรูปประเทศ ได้ 8.20 คะแนน และรองลงไปคือ การกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสิงคโปร์และกัมพูชา การลดความกดดันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การลงนามความร่วมมือของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง กับจีนและเกาหลี และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการประชาชนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น
ด้านเศรษฐกิจ พบว่า อันดับแรก ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านอาชีพ รายได้และความเป็นอยู่ได้ 8.16 คะแนน อันดับ 2 ได้แก่ การแก้ปัญหาเรื่อง ข้าว ได้ 8.10 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่การรักษาวินัยการเงินการคลัง ได้ 8.07 คะแนน อันดับ 4 ได้แก่ การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้ 8.06 คะแนน อันดับ 5 ได้แก่ การวางแผนการลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้ 7.95 คะแนน และรองๆ ลงไป ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมการส่งออกและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่าง ประเทศ ความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวม การกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการลงทุนกับประเทศจีน การลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร และ การแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น
เมื่อสอบถามถึงความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของ คสช. ด้านสังคม เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า อันดับแรกได้แก่ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ 9.54 คะแนน รองลงมาอันดับ 2 ได้แก่ การเตรียมการจัดกิจกรรมในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ได้ 9.31 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ การเข้มงวดจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด การพนัน การบุกรุกป่าไม้ ได้ 9.06 คะแนน อันดับ 4 ได้แก่ การปราบปรามจับกุมอาวุธสงคราม ได้ 8.99 คะแนน อันดับ 5 ได้แก่ การส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชาติ ได้ 8.75 คะแนน และรองๆ ลงไปได้แก่ การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การตั้งศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ และการส่งเสริมค่านิยมหลัก 12 ประการ เช่น มีวินัย มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นต้น
โดยที่น่าพิจารณา คือ คะแนนความพึงพอใจโดยภาพรวมของแกนนำชุมชนต่อการทำงานที่ผ่านมาของ คสช. พบว่า ด้านสังคม ได้ 8.55 คะแนน ด้านการเมือง ได้ 8.18 คะแนน และด้านเศรษฐกิจได้ 7.91 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน และที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนของแกนนำชุมชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 สนับสนุนค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด
อนึ่ง ผลการสำรวจดังกล่าวมาจากความคิดเห็นของแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 601 ชุมชน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 2-9 ส.ค. 2557

ข่าว:sanook.com


Source: มาสเตอร์โพล เผย 'แกนนำชุมชน' หนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ

เปิดใจ 'เหมี่ยว-ปวันรัตน์' แฉดาราดังคนไหนในเฟซบุ๊ก?

เดือดปุดๆ อีกแล้ว เมื่อนักแสดงและผู้กำกับหญิงรุ่นใหญ่ Inเหมี่ยว-ปวันรัตน์ นาคสุริยะIn โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงพฤติกรรมดาราดังที่น่าเอือมระอา งานนี้จึงเป็นที่จับจ้องกันว่า ดาราดังที่ว่านั้นคือใคร โดยตอนนี้ เหมี่ยว มีผลงานอยู่ 3 เรื่อง แบ่งเป็นนักแสดงในเรื่อง 1 เรื่องกับละคร ภพรัก และกำกับการแสดง 2 เรื่องคือ ทางเดินแห่งรัก และ นายยิ้มมะยมหวาน


ล่าสุด วงการบันเทิงมีเรื่องให้ต่อมอยากรู้อยากเห็นต้องทำงานกันอีกแล้ว กล้องcctv เมื่อนักแสดงและผู้กำกับหญิงรุ่นเก๋า Inเหมี่ยว-ปวันรัตน์ นาคสุริยะIn ขอขึ้นโพสต์เฟซบุ๊กเดือด มีเนื้อหาต่อว่าดาราดังแบบจัดเต็ม!


จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมากมายว่า Inเหมี่ยว-ปวันรัตน์In พูดถึงใคร ซึ่งตอนนี้ละครที่นักแสดงมากฝีมือรุ่นเก๋าคนนี้ร่วมงานอยู่กับมี 3 เรื่องคือ InภพรักIn ในฐานะนักแสดง Inทางเดินแห่งรักIn และ Inนายยิ้มมะยมหวานIn ในฐานะพูดกำกับ ซึ่งทั้ง 3 เรื่องก็มีนักแสดงชื่อดังรุ่นใหม่ๆ อยู่มากมายทั้ง หมาก ปริญ, เบลล่า ราณี, อาเล็ก ธีรเดช, ริต้า ศรีริต้า, วิกกี้ สุนิสา, ป๊อบ ฐากูร, หมอก้อง สรวิชญ์, มิเชล เบอร์แมนน์ ฯลฯ


Inบันเทิงไทยรัฐ ออนไลน์In จึงได้สอบถามไปยัง Inเหมี่ยว-ปวันรัตน์In เพื่อให้เคลียร์กันอย่างชัดเจนไปเลยว่า ดาราดังที่ว่าคือใคร โดยนักแสดงมากความสามารถ เปิดเผยว่า


Inมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเยอะแยะไป เล่นละครมา 30 ปี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ พี่โพสต์อะไรอย่างนี้บ่อยๆ มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่พี่เหมี่ยวเกี่ยวข้องอยู่ตอนนี้นะ มันมีเยอะแยะที่เล่นมา เจอตั้งแต่เล่นละครใหม่ๆ คนในกองถ่ายจะรู้กันดีว่าจะต้องมีแบบนี้ คนในกองก็คุยกัน พี่ก็บอกว่าเออๆ เดี๋ยวฉันโพสต์เล่นดีกว่า สนุกดี


(ตอนนี้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เอ๊ะ รับติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือว่าดารายุคใหม่เป็นการแบบนี้ทำให้ดารารุ่นพี่ต้องออกมาติติง) โอ๊ย ไม่หรอกค่ะ มีทุกยุคแหละ แต่ดีกรีก็ต่างกันไปในแต่ละยุค ถ้าถามคนในวงการคนเบื้องหลังเขารู้หมดแหละว่าใครเป็นยังไง โดยเฉพาะถ้าถามทีมงาน พี่อยู่มานาน ทำมาทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง พี่เห็นมาเยอะ พี่ไม่ได้ว่าใครโดยเฉพาะค่ะ นักแสดงรุ่นอย่างพี่เห็นมาหลายรุ่นไง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่นะเป็น ที่พี่พูด พี่พูดถึงไอ้คนที่มันเป็น คนที่เขาดีๆ ก็มี (เสียงสูง)


(พี่เหมี่ยวอึดอัดใจใช่มั้ยคะ ก็เลยโพสต์ขึ้นมาในเฟซบุ๊ก) มันก็สะสมกันมานะคะ แต่ถ้าจะให้พี่บอกชื่อไม่มีทางนะคะ พี่ไม่พูด พี่ไม่บอกชื่อ (หัวเราะ) ไม่มีค่ะ ไม่มีตัวตน มันไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง แต่จะมีในลักษณะอย่างนี้เท่านั้นเอง แต่พี่ว่านักข่าวน่ะต้องรู้ ทุกคนรู้แหละว่าใครเป็นยังไง แต่ไม่มีใครพูดออกมาเท่านั้นเอง พี่แก่แล้ว พี่ก็พูดได้แค่นี้


(ถ้าในกรณีที่พี่เหมี่ยวเจออย่างนี้ในกองถ่าย มีวิธีรับมือกับดาราที่มีนิสัยอย่างนี้ยังไงคะ) หลักๆ พี่จะเป็นนักแสดงประกอบ พี่จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่พี่เห็นจะมีผลกับฝ่านโปรดักชั่น ทีมงานเขา พวกพี่เป็นตัวประกอบก็ได้นั่งดูของพี่ไป แล้วขำเออดูมันเนอะทำกับทีมงานกันได้เน้อ มันจะทำไปทำไมเหนื่อยเปล่าๆ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งรอเข้าฉากเล่นไปคนชงคนใช้ของเราไป ไม่มีผลอะไรกับเขาหรอก เอาเป็นว่าพี่พูดถึงเจโลละกัน (หัวเราะ) อย่าเลยอย่ามาถามพี่เลย พี่ไม่พูดชื่อหรอก พี่ว่าปัญหานี้มันมีมาทุกยุคทุกสมัยและมันก็จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แฮกเครื่องบินผ่าน Wi-Fi บนเครื่อง

thumb640x360_8313506902อะไรที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวประมวลผลหรือควบคุมการทำงานก็มีโอกาสที่จะถูกแฮกได้

หนึ่ง กล้องวงจรปิด ในยานพาหนะที่คนไม่อยากให้โดนแฮกก็คือเครื่องบิน แต่ล่าสุดที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ชื่อว่า Ruben Santamarta สามารถค้นพบวิธีแฮกเครื่องบินผ่านบริการ Wi-Fi และระบบให้ความบันเทิงบนเครื่อง

วิธี การของ Santamarta จะช่วยให้แฮกเกอร์แทรกซึมเข้าสู่ระบบอิเลคทรอนิกส์สำหรับควบคุมอากาศยานและ การสื่อสาร (avionics systems) นั่นหมายความว่าพวกเหล่าร้ายมีโอกาสที่จะรบกวนระบบนำทาง, การสื่อสาร และระบบรักษาความปลอดภัย

Santamarta ได้ทำการทดสอบแนวคิดและวิธีการของเขาในสภาพแวดล้อมปิดในโรงงานแห่งนึงของ IOActive ที่เมืองมาดริด โดยใช้เครื่องบิน Aviation 700 ที่มีระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่พัฒนาโดยบริษัท Cobham ซึ่งเค้าก็ประสบความสำเร็จในการแฮกเข้าสู่ระบบของเครื่องบิน แต่ทาง Cobham ก็ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าวิธีนี้จะใช้กับสถานการณ์จริงได้ผลรึเปล่าเพราะระบบ ของเครื่องที่ขายจริงจะอนุญาตให้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาต มีสิทธิ์เข้าถึงได้เท่านั้น

ถ้า ใครสนใจอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม Santamarta ก็จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ในงาน BlackHat 2014 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ค่ะ การเผยแพร่นี้ก็เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขและวิธีป้องกัน ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดค่ะ

ที่มา dailygizmo.tv



Source: แฮกเครื่องบินผ่าน Wi-Fi บนเครื่อง

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทหารเรียกเตือน! โชเฟอร์รถตู้ซิ่งไม่หลบรถพยาบาล

3จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพรถตู้โดยสาร สายวังน้ำเย็น-คลองหาด ไม่ยอมหลบทางให้รถฉุกเฉินของโรงพยาบาล นอกจากนี้ เมื่อติดไฟแดงยังขับตามไปปาดหน้าอีก ซึ่งผู้ที่ได้ชมภาพดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าคนขับตู้โดยสาร ไร้น้ำใจ พร้อมฝากร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลจัดการนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. พ.อ.ชวการ คมคาย เสนาธิการจังหวัดทหารบกสระแก้ว ได้เรียกคนขับรถตู้และหัวหน้าวินรถตู้สายวังน้ำเย็น-คลองหาด ให้เข้ารายงานตัวแล้ว พร้อมทำการตักเตือนและให้งดวิ่งรถไว้ก่อน

Source: ทหารเรียกเตือน! โชเฟอร์รถตู้ซิ่งไม่หลบรถพยาบาล

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คดีพลทหารถูกรุมทำร้ายดับในค่ายทหาร

news08-1

"อยากให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกชายและครอบครัว และให้ผู้ก่อเหตุมาขอขมาศพลูกชาย ตนและภรรยาไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก" นายประจวบ กล่าว

นายประจวบกล่าวอีกว่า พลทหารชนะชนเป็นลูกชายคนเดียว และเป็นความหวังเดียวของครอบครัว แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ตนและภรรยายังทำใจไม่ได้ เพราะอีกเพียง 3 เดือน ลูกก็จะปลดกระจำการแล้ว และลูกยังเคยบอกไว้ว่าอยากทำงานรับใช้ชาติ ที่ผ่านมาลูกเคยไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว หลังปลดประจำการก็ตั้งใจว่าจะไปสอบเข้ารับราชการทหาร แต่กลับมาเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก่อน จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายเรื่องความกระจ่างในคดี และช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ ที่ควรจะได้รับด้วย

"แต่ถ้ายังไม่ได้รับความกระจ่างเรื่องคดี กล้องวงจรปิด หรือยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะยังไม่เผาศพลูกชาย จากเดิมได้กำหนดจะฌาปนกิจในวันที่ 27 ก.ค. นี้ อาจจะเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด" นายประจวบ กล่าว - สำนักข่าวไทย

26 ก.ค. - พ่อแม่พล ทหารชาวบุรีรัมย์ที่ถูกทหารรุ่นพี่รุมทำร้ายเสียชีวิตในค่ายที่ จ.ชลบุรี ร้องขอความเป็นธรรมให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งอยากให้ต้นสังกัดช่วยเหลือด้านสวัสดิการ เพราะลูกชายเป็นความหวังเดียวของครอบครัว เผยหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะยังไม่เผาศพลูกชาย

นายประจวบ เหลื่อมพิมาย อายุ 47 ปี และนางสมหวัง เหลื่อมพิมาย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.13 บ.โนนดินแดง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พ่อแม่ของพลทหารชนะชน เหลื่อมพิมาย อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพลทหารกองประจำการสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกพลทหารรุ่นพี่ในค่ายเดียวกันรุมทำร้ายจนเสียชีวิตบนเรือนนอน ภายในค่ายทหาร

นายประจวบเล่าว่า จากคำบอกเล่าของเพื่อนพลทหารด้วยกันทราบว่าวันเกิดเหตุคือ วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการจัดงานเลี้ยง ส่งพลทหารรุ่นพี่ที่จะปลดประจำการในวันที่ 1 ส.ค. และมีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันในงานเลี้ยง หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันขึ้นไปนอนตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พลทหารรุ่นพี่ได้ขึ้นไปรุมทำร้ายพลทหารชนะชนบนเรือนนอนขณะกำลังนอนหลับ โดยที่ลูกชายไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ขัดขืนหรือปกป้องตัวเอง จนทำให้เสียชีวิต มีร่องรอยฟกช้ำตามใบหน้าและร่างกาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนและภรรยายังทำใจไม่ได้ จึงอยากให้ต้นสังกัดออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และอยากทราบความกระจ่างเรื่องคดี

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

 

Source: คดีพลทหารถูกรุมทำร้ายดับในค่ายทหาร

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านเจ็บแค้นคนบาปพังศาลปู่โล่ เผาพริกเผาเกลือจุดธูปสาปแช่ง

9ชาวลับแลรุมสาปแช่งคนบาป บุกพังศาลองค์ปู่โล่จนเสียหาย ชาวบ้านร่วมกันจุดธูปขอขมาและเร่งหาตัวคนทำผิด

(25 ก.ค.) นายสมศักดิ์ หอมเพียร กำนันตำบลป่าเซ่า พร้อมชาวบ้านต่างพากันมาดูความเสียหายของศาลปู่โล่ที่ กล้องcctv ถูกคนบาปไม่ทราบจำนวนบุกเข้าทำลายจนได้รับความเสียหาย รูปปั้นขององค์ปู่โล่บริเวณใบหน้าเป็นรอยยุบจนเป็นรูโบ๋ นอกจากนี้ของไหว้ที่ชาวบ้านนำมาสักการะต่างกระจัดกระจายเกลื่อนศาล สร้างความเสียใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก บางคนถึงร้องไห้เมื่อภาพดังกล่าว

ด้าน นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ศาลปู่โล่หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากคือ องค์ปู่โล เป็นบรรพบุรุษของความอุดมสมบูรณ์ ศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องการทำเกษตรกรรม ทำนาให้น้ำท่ามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นองค์ที่ถูกปั้นและสร้างเป็นศาลให้ชาวบ้านมาสักการะมานาน แต่วันนี้มาถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนร้ายถือเป็นการทำร้ายจิตใจชาวบ้านเป็น อย่างมาก

รายงานข่าวแจ้ง ว่า การกระทำของคนร้ายกลุ่มนี้สร้างความเจ็บแค้นให้กับชาวบ้านหลายคน มีการทำพิธีกรรมสาปแช่ง เผาพริกเผาเกลือขอให้คนร้ายพบกับความฉิบหายวายวอด มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน พร้อมกับเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ศาลปู่โล่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งตั้งอยู่ข้างถนนทางเข้าสู่บึงกะโล่ แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของ จังหวัดอุตรดิตถ์

Source: ชาวบ้านเจ็บแค้นคนบาปพังศาลปู่โล่ เผาพริกเผาเกลือจุดธูปสาปแช่ง

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

news07-1

ความคืบหน้ากรณีพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่จอดเอาไว้บริเวณถนนดวงพิทักษ์ ย่านคลองเตย พบเข็มฉีดยาปักคาอยู่ที่แขน เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (18 ก.ค.) เบื้องต้นน่าจะเกิดจากอาการเสพยาเกินขนาด

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์เอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น325 ไอ สี บรอนส์เทา หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 7838 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดเครื่องเอาไว้ริมถนนดวงพิทักษ์ จากการตรวจสอบพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านในทั้ง 4 ด้าน เจ้าหน้าที่จึงได้งัดเพื่อเปิดประตู

เมื่อตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว พบศพผู้ชายแต่งกายดี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่นั่งฝั่งคนขับ พบเข็มฉีดยาปักคาเอาไว้ที่แขนซ้าย อีกทั้งยังมีร่องรอยของเข็มฉีดยาอีกหลายตามแขนและขาหนีบ นอกจากนี้ยังพบเข็มฉีดยาใช้แล้วอยู่ภายในรถด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อในภายหลังคือ นายพลภัทร มหรัตนวิโรจน์ อายุ 32 ปี

ต่อมา นายสรศักดิ์ มหรัตนวิโรจน์ อายุ 36 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การว่า ผู้เสียชีวิตเป็นน้องชาย ช่วยธุรกิจผลิตและส่งออกอลูมิเนียมทุกชนิดของครอบครัว แต่ภายหลังพบว่าติดยาเสพติด ทางครอบครัวจึงพาไปเข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพลภัทร มีนัดกับแพทย์ที่สถานบำบัด หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากเสพยาเสพติดเกินขนาด ส่วนเป็นยาเสพติดหรือสารประเภทใดกำลังรอผลจากทางนิติเวช ร.พ.จุฬาลงกรณ์ คาดว่าน่าเสียชีวิตมา 2 วัน เนื่องจากมีพยานพบเห็นรถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 2 วัน ก่อนจะพบศพผู้เสียชีวิต ขณะที่ทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจเหตุการเสียชีวิต จึงมารับศพเพื่อดำเนินการพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

Source: ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน