แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CCTV แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CCTV แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ม็อบนศ.ฮ่องกงตกลงเจรจาคณะผู้บริหาร

844576ถ้อยแถลงของเอชเคเอฟเอสมีขึ้นไม่นาน หลังเหลียงแถลงก่อนกำหนดเส้นตายลาออกภายในเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีตามเวลา ท้องถิ่น ยืนยันจะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยให้เหตุผลเพื่อเดินหน้านโยบายปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าการคนต่อไปใน ปี 2560 และเสนอให้มีการเจรจายุติวิกฤติการเมืองครั้งนี้ โดยคณะผู้บริหารจะส่งแลมเป็นตัวแทนหารือ อย่างไรก็ตาม เหลียงไม่ได้เผยว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่กล่าวเพียง "เร็วที่สุด"

ขณะที่กลุ่ม อ็อคคิวพาย เซ็นทรัล หนึ่งในกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ร่วมการชุมนุมครั้งนี้ ซึ่งยื้ดเยื้อมานานเกือบ 2 สัปดาห์ ออกแถลงการณ์แสดงความหวังให้การเจรจาเป็นจุดเปลี่ยนให้กับภาวะทางตันทางการ เมืองในฮ่องกง กระนั้นการที่เหลียงคือต้นตอของปัญหาทั้งหมด การลาออกของเหลียงคือการแก้ไขสถานการณ์อย่างถูกจุดที่ต้นเหตุแม้สถานการณ์จะบรรเทาความตึงเครียดลงหลังทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการเจรจาcctv แต่หนังสือพิมพ์ "พีเพิลส์ เดลี" หนึ่งในสื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลปักกิ่ง ตีพิมพ์บทความลงในฉบับวันศุกร์ ยืนยันจีนไม่มีทางปรับเปลี่ยนนโยบายเลือกตั้งฮ่องกงในอีก 3 ปีข้างหน้าแน่นอน โดยผู้มีสิทธิ์ลงสมัครไม่เกิน 3 คน ต้องมาจากการคัดเลือกโดยคณะกรรมาธิการพิเศษของพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่าสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกง ( เอชเคเอฟเอส ) ออกแถลงการณ์ตอบรับข้อเสนอจากคณะผู้บริหารฮ่องกง เรื่องการเจรจากับนางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อไป และยกระดับความรุนแรงของมาตรการกดดันขึ้นอีก จนกว่านายเหลียง ชุน หยิง จะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสูงสุด เนื่องจากเหลียงหมดความชอบธรรมไปนานแล้ว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ม็อบนศ.ฮ่องกงตกลงเจรจาคณะผู้บริหาร

สหรัฐผ่อนคว่ำบาตรอาวุธเวียดนาม

844579ทั้งนี้ ทางการสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธแห่เวียดนาม เมื่อปี 2527 เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น รัฐบาลวอชิงตันระงับการจำหน่ายและส่งมอบอาวุธให้กับทางการฮานอย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเวียดนาม เมื่อปี 2518สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันcctv ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่าน.ส. เจน ซากี โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธต่อเวียดนาม อย่างไรก็ตาม การยกเลิกมีผลครอบคลุมเฉพาะยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือเท่านั้น เพื่อเสริมศักยภาพให้กับกองทัพเรือเวียดนามในการปกป้องน่านน้ำในทะเลจีนใต้

ซากีกล่าวอย่างหนักแน่น ว่าการตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางการปักกิ่ง เนื่องจากเป็นการยกเลิกเพียงบางส่วน และพิจารณาจากความก้าวหน้าของรัฐบาลฮานอย ในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศเป็นหลัก ซึ่งนายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แจ้งโดยตรงแก่นายฝ่าม บิ่งห์ มิงห์ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามและรมว.กระทรวงการต่างประเทศ นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อปลายเดือนที่แล้ว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สหรัฐผ่อนคว่ำบาตรอาวุธเวียดนาม

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

รวบแล้วผู้ต้องสงสัยเผาหอควบคุมการบินชิคาโก

839459เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ย. จากกรณีเพลิงไหม้ศูนย์ควบคุมการบินของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ ( เอฟเอเอ ) ประจำรัฐอิลลินอยส์ ในเมืองออโรรา ใกล้เมืองชิคาโก เป็นเหตุให้บริการเที่ยวบินของสนามบินหลักในเมืองชิคาโก คือสนามบินนานาชาติโอแฮร์ และสนามบินนานาชาติมิดเวย์ ต้องระงับรวมกันกว่า 1,700 เที่ยว และล่าช้านานกว่า 4 ชั่วโมงนั้น ล่าสุดสถานการณ์เริ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้วขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ จับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน คือนายไบรอัน โฮวาร์ด อายุ 36 ปี ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ ว่าเป็นคนสุดท้ายที่เข้า-ออกอาคารราว 40 นาทีก่อนเกิดเหตุ ซึ่งต้องกับช่วงรุ่งสางของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ โฮวาร์ดประจำอยู่ศูนย์ควบคุมการบินที่เกิดเหตุในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ช่างมา นานกว่า 8 ปี ก่อนถูกย้ายไปปฏิบัติงานที่เกาะฮาวายแทน หลังผู้บริหารได้รับร้องเรียนเรื่องพฤติกรรม บวกกับข้อความในเฟซบุ๊คที่สื่อว่าเตรียมก่อเหตุร้าย ซึ่งเพื่อนของโฮวาร์ดส่งต่อให้เจ้าหน้าที่การจับกุมของเจ้าหน้าที่cctv อาศัยการตามรอยเลือดและสิ่งของที่คาดว่าเป็นของโฮวาร์ดซึ่งถูกทิ้งเอาไว้ราย ทาง ก่อนพบตัวผู้ต้องสงสัยมีร่องรอยของการใช้มีดพยายามทำร้ายตัวเองเพื่อฆ่าตัว ตาย จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อน ซึ่งหากศาลพิพากษาว่าผิดจริง โฮวาร์ดอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับเป็นเงินอีก 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 8.07 ล้านล้านบาท )ด้านเอฟเอเอเผยอยู่ระหว่าง ตรวจสอบสถานที่เพื่อประเมินความเสียหาย ซึ่งยังคงใช้งานไม่ได้ ทางหน่วยงานจึงขอให้ศูนย์ควบคุมการบินในเมืองมินนิอาโปลิส อินเดียนาโปลิส และคลีฟแลนด์ ดูแลการจราจรในน่านฟ้าของเมืองชิคาโกแทนชั่วคราว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: รวบแล้วผู้ต้องสงสัยเผาหอควบคุมการบินชิคาโก

สหรัฐถล่มโรงกลั่นน้ำมันไอเอสในซีเรีย

837244สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่าพล.ร.ต.จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ( เพนตากอน ) แถลงเรื่องการขยายขอบเขตปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย เพื่อทำลายฐานที่มั่นและท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มรัฐอิสลาม ( ไอเอส ) ว่าเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐและพันธมิตรกลุ่มอาหรับสามารถทำลายโรงกลั่น น้ำมันของกลุ่มไอเอสได้ 12 แห่งทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกทำลายตั้งอยู่ทางตะวันออกของซีเรียทั้งหมด แม้เป็นโรงกลั่นขนาดเล็ก แต่น้ำมันจากโรงงานเหล่านั้นถูกส่งไปจำหน่ายในตลาดมืด และสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มไอเอสถึงวันละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 64.6 ล้านบาท )นับตั้งแต่เริ่มภารกิจโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นครั้งcctv แรกเมื่อวันจันทร์ สหรัฐและพันธมิตร 5 ประเทศที่เข้าร่วม ได้แก่ จอร์แดน บาห์เรน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) สามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างน้อย 20 จุด จากการส่งเครื่องบินเข้าไปโจมตี 64 ครั้งขณะเดียวกัน เครื่องบินรบของสหรัฐอีกส่วนหนึ่งยังปฏิบัติการโจมตีทำลายเป้าหมายในอิรัก เพิ่มเติมด้วย แม้จะได้รับความสนับสนุนจากหลายประเทศ แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียออกมาตั้งข้อสังเกตคล้ายคลึงกัน ว่าแน่นอนที่กลุ่มไอเอสต้องได้รับการกวาดล้างโดยเร็ว แต่ปฏิบัติการทุกอย่างจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เสียก่อน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สหรัฐถล่มโรงกลั่นน้ำมันไอเอสในซีเรีย

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

ภรรยาร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ"คสช.-ผบ.ตร."จับชายชุดดำ

news_img_604227_1 ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โพสต์เฟซบุ๊คถึงกรณีที่ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมชายชุดดำว่า  จากการแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายชายชุดดำปี 2553 ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ที่ติดตามคดีให้ หลังจากหมดหวังไปแล้ว ขอขอบคุณ ค.ส.ช. และท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่กรุณาติดตามคดี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมาคนถามมากถึงความรู้สึกว่า ดีใจไหม ดิฉันไม่มีอะไรจะดีใจและเสียใจแล้ว เพราะสามีดิฉันไม่มีวันฟื้นคืนชีวิต มีแต่หน้าที่ในโลกที่ต้องทำต่อไปจนกว่าจะหมดเวลา เจตนาที่ติดตามคดีนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของสังคม เพื่อชีวิตที่บริสุทธิ์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไม่ต้องตายเหมือน สามีดิฉัน ไม่ต้องมีครอบครัวใครนั่งร้องไห้ตายทั้งเป็นเหมือนดิฉัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความยุติธรรมนานเพียงใดก็รอได้

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

กล้องไอพี cctv  ติดตั้งกล้องวงจรปิด

Source: ภรรยาร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ"คสช.-ผบ.ตร."จับชายชุดดำ

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ข้อแตกต่างระหว่างกล้องวงจรปิดกับกล้องไอพี

ข้อแตกต่างระหว่าง กล้องวงจรปิด Closed-circuit television และ Ip address Television set


 ในปัจจุบันมีกล้อวจงจรปิดอยู่สองแบบ คือ Closed-circuit television และ Ip address Video camera ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีข้อแตกต่างกันอย่างแน่นอนทั้งระบบการทำงานต่าง ๆ รวมถึงราคาด้วย ซึ่งจะแนะนำโดยคร่าว ๆ ดังนี้


Ip address Video camera  นั้นมีความสามารถที่รวมความสามารถของกล้องวงจรปิดและระบบ คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ครวมไว้ด้วยกัน คือ ในตัวกล้องจะมีความสามารถบันทึกได้ในตัวมีฟังก์ชั่นต่าง ๆ คือ Graphic Digesting  Comression , Pressure , Online video media Examination Network Perform ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่แตกต่างจาก Closed-circuit television และยังสามารถอัพเกรด   เฟริมแวร์ ได้ซึ่งลักษณะคล้าย ๆกับคอมพิวเตอร์ที่จะมีรหัส Ip address ของแต่ละเครื่อง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์คโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ซึ่งสะดวกในการใช้งาน ซึ่งสามารถเชื่อต่อได้ทั้งสายแลน และ wireless ซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้โดยสะดวกและง่ายดายกับการทำงานในปัจจุบันแต่ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะมีราคาแพง


 กล้องวงจรปิด Closed-circuit television นั้นต้องมีองค์ประกอบที่เชื่อมต่อกันหลายอย่าง ทั้งตัวกล้อง สายสัญญาณ ตัวบันทึกข้อมูล และ การเชื่อมต่อต่าง ๆ และต้องอาศัยโปรแกรมในการตั้งค่าต่าง ๆ หากดูหลาย ๆ จอแลผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนต่าง ๆ ยังต้องใช้ผ่นแอปพลิเคชั่นในการรองรับการใช้งาน แต่ที่ได้รับความนิยมเพราะมีราคาถูกกว่า


ด้วยการใช้งานในแบบเดียวกัน แต่ ความสามารถแตกต่างกัน นั่นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของระบบกล้องวงจรปิดอย่างแท้จริง และแม้ในปัจจุบันเริ่มจะใช้ Ip address Video camera กันบ้างแล้วแต่ก็เป็นตามหน่วยงานราชการ เอกชน หรือ โครงการหมู่บ้านใหญ่ ๆ ส่วนบ้านเรือนทั่ว ๆ ไปนั้นยังนิยมใช้ Closed-circuit television เพราะหาผู้ให้บริการที่ชำนาญได้ง่ายกว่า ราคาถูกกว่า และ การติดตั้งง่ายสะดวกนั่นเอง

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รุ่นเล็กคลานตามมา.. LG เปิดตัวอีก Smartphone รุ่นใหม่ ตระกูลเดิม “G3 A”

14661811659-c9b1aecfd8-o-1หลังจากที่ LG ได้ปล่อยสมาร์ทโฟนในตระกูล G3 แล้วกล้องวงจรปิดได้เสียงตอบรับที่ดีตามมา LG ก็เริ่มรุกต่อ ด้วยการเปิดตัว G3 A รุ่นล่างของ G3 ที่ปรับคุณสมบัติลงเพียงเล็กน้อย

โดยรุ่นนี้จะใช้ซีพียู Snapdragon 800 2.6 GHz และมีจอที่เล็กลงเล็กน้อยเป็น 5.2 นิ้ว ความละเอียด full HD แรม 2 GB หน่วยความจำภายใน 32 GB แต่ยังใช้กล้องขนาด 13 ล้านพิกเซล ตัวเดียวกันกับ G3 มาพร้อมกับ Android KitKat  โดยจะวางขายในประเทศเกาหลีผ่าน SK telecom แต่ยังไม่มีแผนที่จะวางขายนอกประเทศแต่อย่างใด

นอกจากรุ่น G3 A ในตระกูล G3 ที่เปิดตัวไปแล้วก็มีทั้ง G3 และ G3 Beat และยังมี G3 Stylus ที่เริ่มมีข่าวออกมา ก็ต้องดูว่าทาง LG จะเปิดตัวเครื่องใหม่อีกเมื่อใด

Source: รุ่นเล็กคลานตามมา.. LG เปิดตัวอีก Smartphone รุ่นใหม่ ตระกูลเดิม “G3 A”

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มาสเตอร์โพล เผย 'แกนนำชุมชน' หนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ

EyWwB5WU57MYnKOuFBohJ7GoCLvZ9WbYUGYszjXtp9mCENCP2GyIeB



"มาสเตอร์โพล" เผย แกนนำชุมชนพอใจ ผลงาน คสช. พร้อมหนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ มากสุด

วันที่ 10 ส.ค. มาสเตอร์โพล ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ กล้องวงจรปิด เรื่อง "ฐานสนับสนุนของแกนนำชุมชนต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ หัวหน้า คสช. และการทำงานของ คสช." พบว่า แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 80.2 ติดตามรับชมรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ในขณะที่ร้อยละ 19.8 ไม่ได้ติดตามชม และที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.3 ระบุปัญหาแตกแยกทางการเมืองของคนในชุมชนมีค่อนข้างน้อยถึงไม่มีปัญหาเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 9.7 ระบุมีปัญหาค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

ด้านการเมือง ผลสำรวจพบว่า ความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อการปฏิบัติงานของ คสช. อันดับแรก ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในกลุ่มนักการเมืองและข้าราชการ ได้ 8.58 คะแนน อันดับ 2 ได้แก่ การใช้อำนาจ คสช. ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้ 8.57 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ การยอมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของ คสช. ได้ 8.49 คะแนน อันดับ 4 ได้แก่ การบริหารประเทศโดย คสช. ได้ 8.27 คะแนน อันดับ 5 ได้แก่ การเตรียมการปฏิรูปประเทศ ได้ 8.20 คะแนน และรองลงไปคือ การกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสิงคโปร์และกัมพูชา การลดความกดดันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การลงนามความร่วมมือของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง กับจีนและเกาหลี และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการประชาชนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น
ด้านเศรษฐกิจ พบว่า อันดับแรก ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านอาชีพ รายได้และความเป็นอยู่ได้ 8.16 คะแนน อันดับ 2 ได้แก่ การแก้ปัญหาเรื่อง ข้าว ได้ 8.10 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่การรักษาวินัยการเงินการคลัง ได้ 8.07 คะแนน อันดับ 4 ได้แก่ การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้ 8.06 คะแนน อันดับ 5 ได้แก่ การวางแผนการลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้ 7.95 คะแนน และรองๆ ลงไป ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมการส่งออกและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่าง ประเทศ ความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวม การกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการลงทุนกับประเทศจีน การลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร และ การแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น
เมื่อสอบถามถึงความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของ คสช. ด้านสังคม เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า อันดับแรกได้แก่ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ 9.54 คะแนน รองลงมาอันดับ 2 ได้แก่ การเตรียมการจัดกิจกรรมในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ได้ 9.31 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ การเข้มงวดจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด การพนัน การบุกรุกป่าไม้ ได้ 9.06 คะแนน อันดับ 4 ได้แก่ การปราบปรามจับกุมอาวุธสงคราม ได้ 8.99 คะแนน อันดับ 5 ได้แก่ การส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชาติ ได้ 8.75 คะแนน และรองๆ ลงไปได้แก่ การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การตั้งศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ และการส่งเสริมค่านิยมหลัก 12 ประการ เช่น มีวินัย มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นต้น
โดยที่น่าพิจารณา คือ คะแนนความพึงพอใจโดยภาพรวมของแกนนำชุมชนต่อการทำงานที่ผ่านมาของ คสช. พบว่า ด้านสังคม ได้ 8.55 คะแนน ด้านการเมือง ได้ 8.18 คะแนน และด้านเศรษฐกิจได้ 7.91 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน และที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนของแกนนำชุมชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 สนับสนุนค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด
อนึ่ง ผลการสำรวจดังกล่าวมาจากความคิดเห็นของแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 601 ชุมชน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 2-9 ส.ค. 2557

ข่าว:sanook.com


Source: มาสเตอร์โพล เผย 'แกนนำชุมชน' หนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แฮกเครื่องบินผ่าน Wi-Fi บนเครื่อง

thumb640x360_8313506902อะไรที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวประมวลผลหรือควบคุมการทำงานก็มีโอกาสที่จะถูกแฮกได้

หนึ่ง กล้องวงจรปิด ในยานพาหนะที่คนไม่อยากให้โดนแฮกก็คือเครื่องบิน แต่ล่าสุดที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ชื่อว่า Ruben Santamarta สามารถค้นพบวิธีแฮกเครื่องบินผ่านบริการ Wi-Fi และระบบให้ความบันเทิงบนเครื่อง

วิธี การของ Santamarta จะช่วยให้แฮกเกอร์แทรกซึมเข้าสู่ระบบอิเลคทรอนิกส์สำหรับควบคุมอากาศยานและ การสื่อสาร (avionics systems) นั่นหมายความว่าพวกเหล่าร้ายมีโอกาสที่จะรบกวนระบบนำทาง, การสื่อสาร และระบบรักษาความปลอดภัย

Santamarta ได้ทำการทดสอบแนวคิดและวิธีการของเขาในสภาพแวดล้อมปิดในโรงงานแห่งนึงของ IOActive ที่เมืองมาดริด โดยใช้เครื่องบิน Aviation 700 ที่มีระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่พัฒนาโดยบริษัท Cobham ซึ่งเค้าก็ประสบความสำเร็จในการแฮกเข้าสู่ระบบของเครื่องบิน แต่ทาง Cobham ก็ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าวิธีนี้จะใช้กับสถานการณ์จริงได้ผลรึเปล่าเพราะระบบ ของเครื่องที่ขายจริงจะอนุญาตให้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาต มีสิทธิ์เข้าถึงได้เท่านั้น

ถ้า ใครสนใจอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม Santamarta ก็จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ในงาน BlackHat 2014 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ค่ะ การเผยแพร่นี้ก็เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขและวิธีป้องกัน ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดค่ะ

ที่มา dailygizmo.tv



Source: แฮกเครื่องบินผ่าน Wi-Fi บนเครื่อง

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทหารเรียกเตือน! โชเฟอร์รถตู้ซิ่งไม่หลบรถพยาบาล

3จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพรถตู้โดยสาร สายวังน้ำเย็น-คลองหาด ไม่ยอมหลบทางให้รถฉุกเฉินของโรงพยาบาล นอกจากนี้ เมื่อติดไฟแดงยังขับตามไปปาดหน้าอีก ซึ่งผู้ที่ได้ชมภาพดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าคนขับตู้โดยสาร ไร้น้ำใจ พร้อมฝากร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลจัดการนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. พ.อ.ชวการ คมคาย เสนาธิการจังหวัดทหารบกสระแก้ว ได้เรียกคนขับรถตู้และหัวหน้าวินรถตู้สายวังน้ำเย็น-คลองหาด ให้เข้ารายงานตัวแล้ว พร้อมทำการตักเตือนและให้งดวิ่งรถไว้ก่อน

Source: ทหารเรียกเตือน! โชเฟอร์รถตู้ซิ่งไม่หลบรถพยาบาล

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

news03-1เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นายศร (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ซึ่งพาลูกสาววัย 12 ปี เข้ามาร้องทุกข์ด้วย โดยระบุว่าลูกสาวถูกพระลูกวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมกับข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร จนเกิดกระทบกระทั่งกับผู้เป็นพ่อ เมื่อทราบความจากลูกและบุกไปเอาเรื่องถึงในวัด

จากการสอบถาม นายศร ให้การว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทกล้องวงจรปิด ตนสังเกตเห็นว่าลูกสาว ด.ญ.ขวัญ (นามสมมติ) มีการซึมเศร้าและไม่ร่าเริงอย่างผิดปกติ จึงได้เค้นสอบถามกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น จนยอมเล่าให้ฟังว่า หลวงตาที่เป็นพระลูกวัดในหมู่บ้าน อายุประมาณ 65 ปี ทำการข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง แลกกับขนมและเงินจำนวหนึ่ง พร้อมกับขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

นายศร ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อตนทราบเรื่องว่าลูกสาวถูกข่มขืน จึงได้เดินทางไปสอบถามถึงที่กุฏิวัด แต่ปรากฏว่าหลวงตารูปดังกล่าวได้ปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ตนรู้สึกโมโหจัดจึงกำหมัดชกใส่หน้าหลวงตาไป ก่อนจะมีลูกศิษย์วัดเข้ามาห้าม

ต่อมาหลวงตารูปดังกล่าวจึงได้ส่งผู้ใหญ่บ้านมาเจรจากับตน ยืนยันว่าหลวงตาไม่ได้ข่มขืนลูกสาวตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมกับเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้เรื่องดังกล่าวจบลงแต่โดยดี ตนจึงไม่ยินยอมรับเงินและเดินทางมาแจ้งความเอาเพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยทราบว่าพระรูปนี้มีประวัติลวนลามสีกาบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.ขวัญ ไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราและนำมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี พร้อมกับเตรียมสอบปากคำ ด.ญ.ขวัญ กับผู้ปกครองอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

อ้างอิงจาก:sanook.com

Source: พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คดีพลทหารถูกรุมทำร้ายดับในค่ายทหาร

news08-1

"อยากให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกชายและครอบครัว และให้ผู้ก่อเหตุมาขอขมาศพลูกชาย ตนและภรรยาไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก" นายประจวบ กล่าว

นายประจวบกล่าวอีกว่า พลทหารชนะชนเป็นลูกชายคนเดียว และเป็นความหวังเดียวของครอบครัว แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ตนและภรรยายังทำใจไม่ได้ เพราะอีกเพียง 3 เดือน ลูกก็จะปลดกระจำการแล้ว และลูกยังเคยบอกไว้ว่าอยากทำงานรับใช้ชาติ ที่ผ่านมาลูกเคยไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว หลังปลดประจำการก็ตั้งใจว่าจะไปสอบเข้ารับราชการทหาร แต่กลับมาเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก่อน จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายเรื่องความกระจ่างในคดี และช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ ที่ควรจะได้รับด้วย

"แต่ถ้ายังไม่ได้รับความกระจ่างเรื่องคดี กล้องวงจรปิด หรือยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะยังไม่เผาศพลูกชาย จากเดิมได้กำหนดจะฌาปนกิจในวันที่ 27 ก.ค. นี้ อาจจะเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด" นายประจวบ กล่าว - สำนักข่าวไทย

26 ก.ค. - พ่อแม่พล ทหารชาวบุรีรัมย์ที่ถูกทหารรุ่นพี่รุมทำร้ายเสียชีวิตในค่ายที่ จ.ชลบุรี ร้องขอความเป็นธรรมให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งอยากให้ต้นสังกัดช่วยเหลือด้านสวัสดิการ เพราะลูกชายเป็นความหวังเดียวของครอบครัว เผยหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะยังไม่เผาศพลูกชาย

นายประจวบ เหลื่อมพิมาย อายุ 47 ปี และนางสมหวัง เหลื่อมพิมาย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.13 บ.โนนดินแดง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พ่อแม่ของพลทหารชนะชน เหลื่อมพิมาย อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพลทหารกองประจำการสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกพลทหารรุ่นพี่ในค่ายเดียวกันรุมทำร้ายจนเสียชีวิตบนเรือนนอน ภายในค่ายทหาร

นายประจวบเล่าว่า จากคำบอกเล่าของเพื่อนพลทหารด้วยกันทราบว่าวันเกิดเหตุคือ วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการจัดงานเลี้ยง ส่งพลทหารรุ่นพี่ที่จะปลดประจำการในวันที่ 1 ส.ค. และมีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันในงานเลี้ยง หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันขึ้นไปนอนตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พลทหารรุ่นพี่ได้ขึ้นไปรุมทำร้ายพลทหารชนะชนบนเรือนนอนขณะกำลังนอนหลับ โดยที่ลูกชายไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ขัดขืนหรือปกป้องตัวเอง จนทำให้เสียชีวิต มีร่องรอยฟกช้ำตามใบหน้าและร่างกาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนและภรรยายังทำใจไม่ได้ จึงอยากให้ต้นสังกัดออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และอยากทราบความกระจ่างเรื่องคดี

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

 

Source: คดีพลทหารถูกรุมทำร้ายดับในค่ายทหาร

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านเจ็บแค้นคนบาปพังศาลปู่โล่ เผาพริกเผาเกลือจุดธูปสาปแช่ง

9ชาวลับแลรุมสาปแช่งคนบาป บุกพังศาลองค์ปู่โล่จนเสียหาย ชาวบ้านร่วมกันจุดธูปขอขมาและเร่งหาตัวคนทำผิด

(25 ก.ค.) นายสมศักดิ์ หอมเพียร กำนันตำบลป่าเซ่า พร้อมชาวบ้านต่างพากันมาดูความเสียหายของศาลปู่โล่ที่ กล้องcctv ถูกคนบาปไม่ทราบจำนวนบุกเข้าทำลายจนได้รับความเสียหาย รูปปั้นขององค์ปู่โล่บริเวณใบหน้าเป็นรอยยุบจนเป็นรูโบ๋ นอกจากนี้ของไหว้ที่ชาวบ้านนำมาสักการะต่างกระจัดกระจายเกลื่อนศาล สร้างความเสียใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก บางคนถึงร้องไห้เมื่อภาพดังกล่าว

ด้าน นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ศาลปู่โล่หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากคือ องค์ปู่โล เป็นบรรพบุรุษของความอุดมสมบูรณ์ ศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องการทำเกษตรกรรม ทำนาให้น้ำท่ามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นองค์ที่ถูกปั้นและสร้างเป็นศาลให้ชาวบ้านมาสักการะมานาน แต่วันนี้มาถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนร้ายถือเป็นการทำร้ายจิตใจชาวบ้านเป็น อย่างมาก

รายงานข่าวแจ้ง ว่า การกระทำของคนร้ายกลุ่มนี้สร้างความเจ็บแค้นให้กับชาวบ้านหลายคน มีการทำพิธีกรรมสาปแช่ง เผาพริกเผาเกลือขอให้คนร้ายพบกับความฉิบหายวายวอด มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน พร้อมกับเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ศาลปู่โล่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งตั้งอยู่ข้างถนนทางเข้าสู่บึงกะโล่ แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของ จังหวัดอุตรดิตถ์

Source: ชาวบ้านเจ็บแค้นคนบาปพังศาลปู่โล่ เผาพริกเผาเกลือจุดธูปสาปแช่ง

เจ้าหน้าที่ปภ.ซิ่งชนเด็ก ดับคาทางม้าลายหน้าโรงเรียน

dewfeweผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น เกิดเหตุรถปิกอัพชนเด็กนักเรียนเสียชีวิตบนถนนสายปราณบุรี-รพช. หน้าโรงเรียนบ้านหนองกา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุพบร่างเด็กนักเรียนชาย อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้นป.4 ของโรงเรียนดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน สวมชุดนักเรียน กล้องวงจรปิด ตามร่างกายพบบาดแผลหลายแห่ง

ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานสีฟ้าของเด็กนักเรียนตกอยู่ในป่าหญ้าริมข้างทาง สภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยถูกชนแล้วกระเด็นมาข้างทาง ห่างออกไป พบรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน บล 7550 ราชบุรี จอดอยู่ โดยบริเวณด้านไฟหน้าซ้ายและบังโคลนมีร่องรอยชนและมีคราบเลือดติดอยู่ มีนายณรงค์ ใกล้ชิด เป็นคนขับ ยืนรอเจ้าหน้าที่

จากการสอบถามพยาน ทราบว่าเด็กชายเอ ได้ขี่จักรยานออกมาจากบ้านเพื่อจะมาโรงเรียน ขณะมาถึงหน้าโรงเรียน ซึ่งมีทางม้าลาย เด็กชายเอขี่รถจักรยานข้ามทางม้าลาย จู่ๆ ก็มีรถปิกอัพวิ่งข้ามเลนมาชนเข้าอย่างจัง จนร่างเด็กนักเรียนกระเด็นไปคนละทิศละทางกับรถจักรยาน

สอบสวนนายณรงค์ คนขับรถยนต์ ทราบว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ออกจากเวรกำลังขับรถไปซื้อของที่ตลาดปราณบุรี เพื่อกลับไปขาย เมื่อมาใกล้หน้าโรงเรียน ตนขับมาด้วยความเร็ว สังเกตเห็นรถยนต์ที่กำลังจอดรับส่งนักเรียนอยู่หน้าโรงเรียนเปิดสัญญาณไฟ เพื่อจะเลี้ยวเข้าโรงเรียน ตนจึงได้ขับแซงขวาขึ้นไป ก็เห็นเด็กนักเรียนกำลังขี่รถจักรยาน อยู่บนทางม้าลาย แต่ไม่ทันระวังจึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง

เหตุการณ์ครั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เขตหน้าโรงเรียนผู้ใช้รถจะต้อง ขับช้าๆและระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อนโรงเรียนเข้าจะมีนักเรียนมาโรงเรียนเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเด็กก็ใช้ทางม้าลายเป็นทางข้ามอยู่เป็นประจำ

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

Source: เจ้าหน้าที่ปภ.ซิ่งชนเด็ก ดับคาทางม้าลายหน้าโรงเรียน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

“จรัมพร” เสนอตั้ง รอง ผบช.ภ.7 สอบเหตุ นรต.สลิงร่มขาด

557000008682201ที่ปรึกษา (สบ10) เผยคดี นรต. สลิงร่มขาดมีความคืบหน้า แต่เห็นควรว่าต้องมีการสอบเพิ่ม เสนอตั้งคณะพนักงานสอบสวน มี รอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้า

วันนี้ (24 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีนักเรียนนายร้อยตำรวจเสียชีวิตในการฝึกกระโดดร่ม เนื่องจากร่มไม่กาง เพราะสายสลิงขาด ว่า เบื้องต้นในทางคดี พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทำการสอบสวนมีความคืบหน้าระดับหนึ่ง แต่ตนได้อ่านสำนวนแล้ว ขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมอีก เนื่องจากคดีนี้จำเป็นต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน คือ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด หรือ ทีเอไอ ที่รับซ่อมบำรุงเครื่องบินให้กองบินตำรวจ บริษัท สไปก้า ที่รับจ้างจากทีเอไอในการผลิตสลิง และกองบินตำรวจ ที่ต้องตรวจรับหลังการซ่อมบำรุง โดยต้องสอบสวนทั้งในฐานะนิติบุคคล และตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอันเป็นเหตุให้สายสลิงขาดนำมาสู่อุบัติเหตุดัง กล่าว ต้องสอบผู้ทำ ผลิตสลิง เจ้าหน้าที่ผู้ผลิตของสไปก้า เจ้าหน้าที่ส่วนติดตั้งของทีเอไอ และตำรวจกองบินตำรวจที่ตรวจรับ รวมถึงช่างอากาศยานของเครื่องบินกาซ่าดังกล่าวที่เกี่ยวข้อง

“คดีนี้ต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องการติดตั้งสลิง ทั้งส่วนผลิต ส่วนที่ดัดแปลงสลิงก่อนติดตั้งเนื่องจากขนาดไม่พอดี ส่วนที่ติดตั้งสลิง และส่วนของการตรวจรับ การตรวจสอบสลิงก่อนทำการฝึก อาจต้องเชิญ พล.ต.ต.พรวิสุทธิ์ งามปัญญา ผู้บังคับการกองบินในฐานะหัวหน้าหน่วยมาสอบสวนด้วย” ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าว

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวด้วยว่า ล่าสุด ตนเสนอ ตร. ผ่านกองคดีอาญา ให้มีการแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดี ในระดับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.เพชรบุรี ทำคดี เพราะต้องสอบสวนหลายส่วน โดยได้เสนอตั้งพล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม เยียวยาครอบครัวนักเรียนนายร้อยตำรวจที่สูญเสียทั้งทางอาญา และทางแพ่งอย่างเหมาะสม ล่าสุด ตนได้พบผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองนายและบอกถึงความคืบหน้าการสอบสวนให้ ทราบแล้ว

อ้างอิงจาก:manager.co.th

Source: “จรัมพร” เสนอตั้ง รอง ผบช.ภ.7 สอบเหตุ นรต.สลิงร่มขาด

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

news07-1

ความคืบหน้ากรณีพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่จอดเอาไว้บริเวณถนนดวงพิทักษ์ ย่านคลองเตย พบเข็มฉีดยาปักคาอยู่ที่แขน เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (18 ก.ค.) เบื้องต้นน่าจะเกิดจากอาการเสพยาเกินขนาด

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์เอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น325 ไอ สี บรอนส์เทา หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 7838 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดเครื่องเอาไว้ริมถนนดวงพิทักษ์ จากการตรวจสอบพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านในทั้ง 4 ด้าน เจ้าหน้าที่จึงได้งัดเพื่อเปิดประตู

เมื่อตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว พบศพผู้ชายแต่งกายดี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่นั่งฝั่งคนขับ พบเข็มฉีดยาปักคาเอาไว้ที่แขนซ้าย อีกทั้งยังมีร่องรอยของเข็มฉีดยาอีกหลายตามแขนและขาหนีบ นอกจากนี้ยังพบเข็มฉีดยาใช้แล้วอยู่ภายในรถด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อในภายหลังคือ นายพลภัทร มหรัตนวิโรจน์ อายุ 32 ปี

ต่อมา นายสรศักดิ์ มหรัตนวิโรจน์ อายุ 36 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การว่า ผู้เสียชีวิตเป็นน้องชาย ช่วยธุรกิจผลิตและส่งออกอลูมิเนียมทุกชนิดของครอบครัว แต่ภายหลังพบว่าติดยาเสพติด ทางครอบครัวจึงพาไปเข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพลภัทร มีนัดกับแพทย์ที่สถานบำบัด หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากเสพยาเสพติดเกินขนาด ส่วนเป็นยาเสพติดหรือสารประเภทใดกำลังรอผลจากทางนิติเวช ร.พ.จุฬาลงกรณ์ คาดว่าน่าเสียชีวิตมา 2 วัน เนื่องจากมีพยานพบเห็นรถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 2 วัน ก่อนจะพบศพผู้เสียชีวิต ขณะที่ทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจเหตุการเสียชีวิต จึงมารับศพเพื่อดำเนินการพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

Source: ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

'ปลัดคมนาคม' มอบนโยบายบอร์ดรถไฟ สั่งทำแผนฟื้นฟูเรียกเชื่อมั่นกลับ

EyWwB5WU57MYnKOuFZlJUeCziXec0xgljFjcIDILHf7Y3og2NdiY4G



ปลัดคมนาคม มอบนโยบายบอร์ดรถไฟชุดใหม่ เร่งทำแผนฟื้นฟูทุกมิติ เรียกเชื่อมั่นกลับ หลังเกิดเหตุกับ ด.ญ.วัย 13 จี้แจงข้อมูล คตร.เดินหน้ารถไฟทางคู่-จัดหารถจักร แก้ปมรั่วไหลรายได้ที่ดิน ด้าน ปธ.บอร์ด ลั่นปรับปรุงความสะอาด-บริการ...

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ CCTVปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้กับคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด ร.ฟ.ท. ชุดใหม่ก่อนจะมีการประชุมนัดแรก โดยระบุว่า จากนโยบาย คสช. ที่ต้องการให้ฟื้นฟู ร.ฟ.ท.ในทุกมิติ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน องค์กรการเงิน ซึ่งจะต้องเร่งทำแผนฟื้นฟูใหม่ เพื่อให้พร้อมนำเสนอต่อ คสช.ภายใน 15 วัน หลัง คสช.มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมา

นอกจากนี้ ต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนและเร่งสร้างขวัญกำลังใจพนักงาน โดยมาตรการในการทำงานที่มีอยู่แล้วจะต้องเข้มงวดมากขึ้น และจากเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงอายุ 13 ปี จะต้องมีกระบวนการสอบสวนอย่างจริงจัง หาว่าบกพร่องตรงจุดไหนเพื่อนำไปสู่กระบวนการแก้ไข

ส่วนการ เร่งรัดโครงการต่างๆ ตามแผนลงทุนวงเงิน 1.7 แสนล้านบาท ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2553-2557 นั้น พบว่าถึงวันนี้ ทำได้เพียงรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง และซื้อหัวรถจักร 20 คันเท่านั้น โครงการอื่นๆ ไม่มีความคืบหน้า ทั้งรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ซื้อหัวรถจักร 50 คัน และปรับปรุงหัวจักร 56 คัน ซึ่งล่าสุด คสช.ให้ปรับเป็นซื้อ เพราะคุ้มค่ากว่า รวมถึงการจัดหาแคร่ 308 คัน และโบกี้โดยสาร 115 คัน ซึ่งกรณีที่ คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตั้งข้อสังเกตในแต่ละโครงการนั้น ร.ฟ.ท.ต้องเร่งชี้แจงให้ข้อมูลเพื่อให้โครงการเดินหน้า เนื่องจากการจัดหารถจักรและรถไฟทางคู่ รวมถึงการจัดหาระบบอาณัติสัญญาณ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของ ร.ฟ.ท.ในการให้บริการที่มีคุณภาพ

สำหรับ การแก้ปัญหารั่วไหล โดยเฉพาะรายได้จากทรัพย์สินที่ดินทั่วประเทศ จะต้องมีการติดตามสัญญาที่ค้างชำระ หรือสัญญาที่ไม่เคยมีการปรับค่าเช่าให้เหมาะสมหรือที่ดินที่ไม่เคยมีการจัด เก็บค่าเช่า เพื่อหารายได้มาพัฒนาบริการ และใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์ที่สุด โดยไม่ต้องสร้างโครงการใหม่ๆ

ขณะที่ปัญหาด้านบุคลากร ต้องสำรวจความต้องการพนักงานในแต่ละส่วนงานและเสนอไว้ในแผนฟื้นฟู รวมถึงสร้างตัวชี้วัดการทำงาน เพื่อให้การบริหารในแต่ละหน่วยธุรกิจ มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาภาพลักษณ์องค์กร ในเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ทั้งบนขบวนรถ สถานี ตู้เสบียง ห้องน้ำ และการแก้ปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อไม่ให้โครงการสะดุด ล่าช้าเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บอร์ด ร.ฟ.ท.ชุดใหม่ ได้มีผู้แทนจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านโลจิสติกส์ ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และผู้แทนจาก สนข.ที่ประสานกับกระทรวงคมนาคมได้  จึงฝากประธานบอร์ดคนใหม่ช่วยพัฒนาพนักงานในทุกระดับ สร้างขวัญกำลังใจ สร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อปรับปรุงฟื้นฟูการรถไฟฯ ให้เป็นไปตามที่ คสช.และกระทรวงคมนาคมคาดหวัง

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ด ร.ฟ.ท. กล่าวว่า การทำงานจะสำเร็จได้บอร์ดต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายบริหารและพนักงานทุก คน ซึ่งที่ผ่านมาเห็นว่า มีการละเลยและหย่อนยานไม่ปฎิบัติตามระเบียบที่มี ส่วนปัญหาเร่งด่วนนั้นจะต้องปรับปรุงเรื่องความละอาด และด้านการบริการ ซึ่งจากที่ได้ลงสำรวจแล้วเห็นว่ามีปัญหาจริง.

อ้างอิงจาก:thairath.co.th


Source: 'ปลัดคมนาคม' มอบนโยบายบอร์ดรถไฟ สั่งทำแผนฟื้นฟูเรียกเชื่อมั่นกลับ

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

'สุขุม' คาดทหารตบเท้านั่ง 'สภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป' เกินครึ่ง



"สุขุม นวลสกุล" คาดสภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป มีทหารเกินครึ่ง ด้าน "วินธัย" ปัดข่าวลือทหารนั่ง 80 คน ชี้ต้องรอธรรมนูญชั่วคราวประกาศใช้ก่อน...


EyWwB5WU57MYnKOuFZlKJ9yZ7u4CwSpRORnqWuiigWFPP1uRd9ACy6

วันที่ 14 ก.ค. นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกระแสการคัดเลือกสภานิติบัญญัติ (สนช.) และสภาปฏิรูปสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า เชื่อว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่แต่งตั้งสัดส่วนของทหารเข้ามาทำหน้าที่ในสภา สนช. เกินครึ่งหนึ่งของจำนวน 200 คน ตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ กล้องวงจรปิดในขณะที่ทราบว่าเป็นที่จับตาของสื่อมวลชน แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีสัดส่วนของทหารประมาณ 70-80 คน เพื่อให้อาจสั่งการด้านนโยบายได้ เพราะมีการถอดบทเรียนจากที่ผ่านมา ในอำนาจสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปี 2549 ที่ไม่สามารถควบคุมอำนาจใน สนช.ได้ แต่ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว

นายคมสัน กล่าวต่อว่า ที่มาของ สนช. ควรเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นพิเศษ เพราะต้องเข้ามาพิจารณากลั่นกรองกฎหมายเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ต้องมีนักเทคนิคด้านต่างๆ เช่น วิศวกร จัดสรรสิ่งแวดล้อม แรงงาน เกษตร และภาคธุรกิจ ให้มีความเหมาะสม ส่วนกระแสข่าวที่จะให้อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่มีความเป็นกลาง เข้ามาทำหน้าที่ใน สนช. นายคมสันต์ มองว่า เป็นเรื่องดี เพราะมีหลายคนที่มีความเหมาะสม

ทางด้าน นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงที่มาของ สนช. และ สปช. ว่า ขณะนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า คสช.เป็นผู้คัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติเอง มีจำนวนสองร้อยคน และไม่ห้ามข้าราชการประจำเป็น โดยน่าจะคัดเลือกบุคคลที่ คสช.ไว้วางใจ อาจเป็นทหารเกินครึ่ง เพราะจุดประสงค์ให้มาสนับสนุน คสช.เต็มที่ แต่อาจมีคนนอกเป็นไม้ประดับมาบ้าง แต่ที่มาของสภาปฏิรูปการเมือง จะคัดเลือกจากส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพ 11 กลุ่ม ที่สำคัญให้เสนอมาจังหวัดละ 5 คน และเลือกให้เหลือ 76 คน ซึ่ง คสช.ก็เป็นผู้คัดเลือกเองอีก โดยการตั้งกฎเกณฑ์ให้มีการเสนอจาก 11 กลุ่ม เพื่อทำให้ดูมีหลากกลาย ท้ายสุดเสนอมากกว่าจำนวนจริง แต่ให้เหลือแค่ 250 คน ซึ่งในท้ายสุดก็ดูว่าจะเอาใคร เป็นคนเลือกสุดท้าย

นายสุขุม กล่าวต่อว่า คสช.พยายามวางกรอบให้เหมือนมีการเสนอจากทุกๆ ฝ่าย แต่เสนอเข้ามาเพื่อดูว่า คนไหนสมควรไว้วางใจให้เป็น คนที่ได้เป็น เพราะ คมช.เห็นว่าสนองนโยบาย คสช.ได้ เหมือนกับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พูดไว้ ถ้าไม่เด็ดขาด ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จุดประสงค์นี้ทำให้เข้าใจว่า คสช.ทำไมต้องอย่างนั้น ไม่ใช่มาตั้งคนคอยคัดค้าน หรือถ่วงดุล อาจไม่ถึงขั้นสภารีโมต ซึ่ง  คสช. มั่นใจว่า ทั้ง สนช.และ สปช.ไม่มาสร้างปัญหาและสนับสนุน คสช. รับผิดชอบแก้ปัญหาบ้านเมืองในเวลาจำกัด ทำให้ทุกอย่างนิ่ง จนมีรัฐธรรมนูญประกาศปลายปี 2558 เรียบร้อย

ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. เปิดเผยถึงเรื่องมีนายทหารกว่า 80 คน จะมาดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เป็นเพียงข่าวลือ เพราะขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการสรรหาบุคคลที่มาดำรงตำแหน่ง สนช. ต้องรอให้มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวเสียก่อน

ส่วน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสัดส่วนข้าราชการในสภาปฏิรูปว่า ส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้อง ต้องรอผู้บังคับบัญชาเป็นผู้คัดเลือก.

อ้างอิงจาก:thairath.co.th


Source: 'สุขุม' คาดทหารตบเท้านั่ง 'สภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป' เกินครึ่ง

หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

news03-1

วันที่ 14 กรกฎาคม ร.ต.ท.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งจากห้องวิทยุสน.คลองตัน ว่ามีชายเมาสุราอาละวาดคลุ้มคลั่ง ภายในรอยัลคอนโดมีเนี ยม ซอยพัฒนาการ 30 แขวงและเขตสวนหลวง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ท.สุพิณส์ สุขตะโก รองสว.ป.สน.คลองตัน ร.ต.ท.สถาพร โสตถิยิ้ม รองสวป.สน.คลองตัน ร.ต.ต.จงกล สุวรรณจันทร์กล้องcctv รองสว.ป.สน.คลองตัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 23 ชั้น ประกอบกิจการเป็นห้องพักและสำนักงานให้เช่าบริเวณด้านหน้าพบรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ย5381 กทม. โดยมี นายฮาซัน บีลัน อายุ 24 ปี ชาว จ.ยะลา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล สภาพมึนเมาพูดจาวกวน อยู่ภายในรถพร้อมกับ น.ส.ดีฟูซา ซานดาโรว่า (Dilfuza Shandjalilova) อายุ 24 ปี ชาวอุซเบกิสสถาน พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง

น.ส.ดีฟูซา อยู่ในสภาพหวาดกลัวทันทีที่พบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เล่าว่าถูก นายฮาซัน ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายฮาซัน ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาถึงที่ สน.คลองตัน ก็มีอาการคลุ้มคลั่งอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยคำพูดหยาบคาย อาทิ "มึงรู้ไหมกูลูกใคร?" เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องคุมขัง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถพบขวดเหล้า 1 ขวด วางอยู่บริเวณใต้ที่นั่งด้านซ้ายและบริเวณที่นั่งฝั่งคนขับพบบุหรี่ 1 ซอง รวมทั้งกระโปรงหลังรถ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนยาวบีบีกันซุกซ้อนอยู่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวน น.ส.ดีฟูซา เล่าว่า ได้รู้จัก นายฮาซันและเคยคบหาดูใจกันมา ระหว่างที่คบกันนั้น นายฮาซันได้ทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด จึงได้บอกเลิกรากันไป แต่นายฮาซันไม่ยอมตามงอนง้อเรื่อยมา จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเดินทางมาที่คอนโดดังกล่าวเป็นที่ทำงาน นายฮาซันได้มาดักรอตนพร้อมกับฉุดกระฉากตน พร้อมขอเจรจาให้กลับมาคบกัน แต่ตนไม่ยอมจึงได้ขู่ทำร้ายตน ซึ่งขณะนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมากจึงได้แจ้งตำรวจมาควบคุมตัวไป

ต่อมาได้มี นายวิสุทธิ์ ลิ้มวัฒนา อายุ 54 ปี เจ้าของบริษัทดิจิตอล นิวเวิล์ด จำกัด ได้เดินทางมาที่ สน.คลองตัน พร้อมกับแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่าถูกรถของ นายฮาซัน ชนท้ายรถของตน เป็นรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแฮคคอร์ด สีฟ้า หมายเลขทะเบียน พห 8604 กทม. ได้รับความเสียหายที่บริเวณท้ายรถ

นายวิสุทธิ์ เล่าว่า เมื่อช่วง 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ขณะที่ตนขับรถออกมาเพื่อจะไปธุระ จนกระทั่งรถของตนมาถึงช่วงระหว่างซอยพัฒนาการ 32 รถคันดังกล่าวก็ได้พุ่งชนตนอย่างจัง หลังเกิดเหตุนายฮาซันก็ได้ลงมาเจรจาขอยอมความโดยเสนอเงินให้จำนวน 5,000 บาท แต่ตนไม่เอาเพราะจะเรียกประกัน นายฮาซันจึงได้รีบขึ้นรถและขับรถหลบหนีไปจึงได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.คลองตัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าขณะที่ น.ส.ดีฟูซา กำลังลงบันทึกประจำวันอยู่นั้น นายฮาซันได้อาละวาดส่งเสียงดัง ทุบตีทำร้ายร่างกายตนเอง โดยการเอาหัวโขกกับรั้วเหล็กและกำแพง พร้อมกับทำลายข้าวของที่อยู่ในห้องขัง อาทิ ทุบโถส้วม ปีนป่ายลูกกรงเพื่อดึงกล้องวงจรปิดและทำลายทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เจรจาเพื่อขอให้สงบสติอารมณ์ แต่นายฮาซันไม่ยอมได้ขว้างปาสิ่งก้อนอิฐใส่และด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ถ้อยคำหยาบคาย

พร้อมกล่าวว่าหากใครสามารถเดินเรื่องให้ออกจากห้องขังได้จะให้เงิน 100,000 บาท ผู้สื่อข่าวได้บอกให้นายฮาซันสงบสติอารมณ์กับถูกนายฮาซันต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมกับขว้างปาสิ่งของ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าไปในห้องควบคุมขังพร้อมกับใส่กุญแจมือและแยก ขังไว้

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายฮาซัน เป็นบุคคลไม่มีสถานภาพทางทะเบียน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งจะตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาดก่อความเดือดร้อนรำคาญ , ชนแล้วหนี, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่, ทำให้เสียทรัพย์, พกพาสิ่งเทียงอาวุธปืน ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

แหล่งข่าว:sanook.com

Source: หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ก็ไม่รู้สินะ “คสช.”จัดการระบอบทักษิณ หรือตัดตอนไม่ให้ถึงกันแน่?

557000008117801ทำไปทำมาดูเหมือนว่า “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)” ภายใต้การนำทัพของ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้ทรงอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านนี้เมืองนี้กำลังติดใจกับภารกิจ “คืนความสุขภาคบันเทิง” เข้าให้เสียแล้ว

เพราะล่าสุดเพิ่งประกาศจัดงานมหรสพกันอีกแล้วครับพี่น้อง โดยงานนี้ใช้ชื่อว่า “มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ค.57 บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวทางการขับเคลื่อนการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์และคืนความสุขให้คนในชาติ

ถามว่า สาระหลักของงานนี้คืออะไร

ตอบแบบไม่ต้องคิดว่าเลยว่า คือกล้องวงจรปิดความบันเทิง เพราะภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้ การออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก การแสดงดนตรีจากกรมประชาสัมพันธ์ วงดนตรีออร์เคสตราผสมพลเรือนตำรวจทหาร วงดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ การแสดงที่สื่อถึงความเป็นมาของชาติไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยจากทุกภาค การแสดงคนตรีจากเหล่าศิลปินจากค่ายแกรมมี่ อาร์เอส เวิร์คพอยท์ นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมฉายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร และการสวดขอพรเพื่อความสงบสุขของทุกศาสนาด้วย

ให้ตายเถอะ คสช.!!

หลายคนอุทานด้วยความปลื้มปริ่ม พร้อมสงสัยว่า กิจกรรมทำนองนี้มันจะคืนความสุขที่แท้จริงให้ประชาชนจริงหรือ แล้วก็พาลถามต่อไปอีกด้วยว่า เอ....แล้วงานนี้ใช้งบประมาณสักกี่มาน้อย

และด้วยความเคารพ คงต้องบอกว่า ความจริงไม่ใช่กรณีนี้เท่านั้น ที่สังคมกำลังตั้งคำถามกับ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแต่สังคมกำลังตั้งคำถามกับการทำงานของ คสช.ในทุกกรณีหลังให้เวลานับจากการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 มาได้พอสมควร หรือพูดง่ายๆ คือ เมื่อผ่านช่วงเวลาของ “ฮันนีมูนพีเรียด” ไปแล้ว คสช.ได้สร้างผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา คสช.ทำเรื่องต่างๆ เอาไว้มากมายจนแทบจะไล่เรียงไม่ไหว ซึ่งหลายคนก็ยกนิ้วให้ด้วยความชื่นชม โดยสามารถแบ่งภารกิจได้ 2 กลุ่มคือ หนึ่ง-กลุ่มปัญหาพื้นฐานที่ข้องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งสร้างความเอือมระอาและเป็นปัญหาหมักหมมมาเป็นเวลานาน และสอง-กลุ่มปัญหาระดับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ กลุ่มเคลื่อนไหวหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปฏิรูปประเทศในทุกองคาพยพ

กลุ่มแรกก็ไล่ตั้งแต่การเข้ามาจัดระเบียบรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ การควบคุมและแก้ปัญหามาเฟียวินมอเตอร์ไซต์ การปราบพนันฟุตบอล การแก้ปัญหาการจำหน่ายสลายกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา การจัดระเบียบแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ การจัดการกับปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย การกวาดล้างและจับกุมอาวุธสงคราม ฯลฯ

ขณะที่กลุ่มที่สองก็ประกอบไปด้วยการจับกุมอาวุธสงครามเพื่อระงับความ รุนแรงทางการเมือง การเรียกบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งมารายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติ การออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบัน การโยกย้ายข้าราชการในระบอบทักษิณ การเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูการทำงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ การจัดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปพลังงาน เป็นต้น

แต่ปัญหาของ คสช.ที่กำลังคืนความสุขให้สังคมไทยในเวลานี้ก็คือ ทำไปทำมาทุกกลุ่มปัญหาที่ คสช.เข้ามาจับดูเหมือนจะหยุดลงตรงกลางทางเสียเกือบทั้งหมดหรือจะว่าทั้งหมด ก็คงจะได้ เพราะยังไม่เห็นเรื่องไหนที่สามารถ “จับปลาตัวใหญ่” มาลงโทษให้เห็นได้สักที เห็นแต่ “ปลาซิวปลาสร้อย” ทั้งๆ ที่ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็มีข้อมูลและหลักฐานที่น่าจะเพียงพอให้สาวไปถึงตัวผู้บงการขนาดใหญ่ได้ไม่ยากเย็นนัก

ยกตัวอย่างกรณีโครงการรับจำนำข้าว เวลานี้ก็ได้ไปตรวจสต๊อก ไปตรวจสอบคุณภาพของข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนรับรู้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ที่ประชาชนอยากเห็นก็คือการลากคออ้ายอีที่โกงมาลงโทษ โดยที่มิได้หยุดและตัดตอนอยู่ที่โรงสี หากแต่ต้องไปให้ถึงตัวการใหญ่

คสช.ไม่รู้หรือว่า ใครคือมาเฟียใหญ่ที่แสวงหาผลประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าว

แน่นอน เสียเปี๋ยงเป็นแค่เพียงผู้ร่วมกระบวนการเท่านั้น เพราะ “ปลาใหญ่” ของมหกรรมการโกงที่แท้จริงคือ “เจ๊ ด.” และบรรดานักการเมืองในสังกัดที่ร่วมกันงาบ

ทั้งนี้ ตราบใดที่ไม่สามารถจับปลาใหญ่ได้ ความหลาบจำก็ยังไม่บังเกิด การคืนความสุขที่แท้จริงให้กับประเทศไทยก็จะไม่บรรลุผล เพราะอ้ายอีเหล่านี้นี่แหละที่สร้างความพินาศฉิบหายให้กับบ้านนี้เมืองนี้

หรือกรณี พล.ท.มนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อนรัก ตท.10 ของนักโทษชายหนีคดีทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลทหารออกหมายจับในคดีครอบครองอาวุธสงคราม คสช.ไม่ทราบจริงๆ หรือว่า ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง ใครคือคนที่สั่งการ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่บิ๊กหยอยจะดำเนินการเป็นการส่วนตัวกับพวกพ้องกระจิ๊บก ระจ้อยไม่กี่คน

เช่นเดียวกับกรณีการปฏิรูปพลังงานและบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่ คสช.กำลังทำให้ประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดินสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตั้ง “ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” คนของพรรคประชาธิปัตย์และลุงกำนันแห่ง กปปส.มานั่งเป็นประธานบอร์ด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรมทั้งแผ่นดินด้วยคำถามขั้นพื้นฐานว่า แล้วคนไทยจะมีโอกาสได้ใช้น้ำมันหรือพลังงานใน ราคาที่สมเหตุสมผลกับเขาบ้างหรือไม่

ไม่เพียงแต่เรื่องใหญ่ๆ เท่านั้น หากแต่ลุ่มปัญหาพื้นฐานที่ข้องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ถ้าจะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนจะหยุดลงอยู่แค่ “ปลาตัวเล็ก” เหมือนกัน เพราะมิได้เห็นว่าจะขยายผลไปสู่ “ปลาตัวใหญ่” เลยแม้แต่น้อย

กรณีการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา สุดท้าย คสช.ก็ไม่สามารถทำให้ขายได้ในราคา 80 บาทเหมือนกันทั่วประเทศ แต่มีบางจุดเท่านั้นที่ขายได้ในราคานี้ ถามว่า แล้ว คสช.ไม่รู้หรือว่า ใครคือผู้ที่ทำให้ไม่สามารถขายได้ในราคานี้ได้ ซึ่ง คสช.ก็ไม่สามารถอ้างได้ถึงเรื่องสัญญาที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำกับยี่ ปั๊ว เพราะเวลานี้ คสช.คือองค์รัฏฐาธิปัตย์ที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศ คสช.คือกฎหมายของประเทศ จะออกประกาศอะไรหรือล้มล้างอะไรก็ได้ในบ้านนี้เมืองนี้

หรือกรณีวินมอเตอร์ไซค์ บ่อน โต๊ะบอล มือปืน แท็กซี่สุวรรณภูมิ ไม้เถื่อน แรงงานเถื่อน ฯลฯ ถามจริงๆ คสช.ไม่รู้หรือว่า ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะ “คนมีสี”

ด้วยความเคารพและกริ่งเกรง สิ่งที่ คสช.ทำในเวลานี้ กำลังทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะการที่ คสช.ห้ามแม้กระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์หรือการโจมตีฝ่ายการเมืองตรงกันข้าม ย่อมทำให้สังคมโดยรวมไม่เข้าใจว่า อะไรคือปัญหาที่แท้จริงของประเทศ

เพราะ คสช.บอกเพียงแค่ว่า เหตุที่ต้องทำรัฐประหารก็เพราะเพื่อป้องกันการจลาจล การใช้ความรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ทั้งๆ ที่ต้นตอของปัญหาทั้งหลายทั้งปวงคือ “ระบอบทักษิณ”

คสช.ไม่เคยบอกว่า ระบอบทักษิณทำอะไรกับบ้านเมืองบ้าง

คสช.ไม่เคยบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีปัญหากับชาติบ้านเมืองที่ตรงไหน

หรือว่า ระบอบทักษิณไม่ใช่ปัญหาของประเทศไทยในทัศนะของ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เป็นประธาน คสช.จริงๆ

เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการถอดยศ ไม่มีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง ไม่มีหมายจับ และไม่มีคำตอบจากผู้มีอำนาจว่าทำไมจึงไม่มีอะไรกระทบระบอบบักเหลี่ยม ทุกอย่างเป็นไปเหมือนเดิม

แถมล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์รูปพ่อลงในอินสตาแกรมของตนเอง โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ยืนถ่ายรูปคู่ข้างป้ายสีดำและได้ทำมือชื่อไปที่ตัวหนังสือภาษอังกฤษคำว่า "wait" ซึ่งมีแปลว่า"รอ"

นอกจากนั้น น.ส.แพทองธาร ยังได้โพสต์ข้อความใต้ภาพอีกว่า "I′m in no rush" ซึ่งแปลว่า "ฉันไม่รีบ" ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ พร้อมทั้งคำถามว่าภาพนี้สื่อความหมายอย่างไร หรือ มีนัยยะอะไรแอบแฝงหรือไม่

รอยยิ้มของ นช.ทักษิณขณะกำลังยืนชี้ไปที่คำว่า wait และการโพสต์คำว่า “I′m in no rush” ซึ่ง แสดงความมั่นใจเต็มที่มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า พวกเขามิได้เดือดเนื้อร้อนใจกับการรัฐประหาร เพราะมั่นใจว่าในอีกไม่ช้าก็จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง และระบอบทักษิณก็จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

....ก็ไม่รู้สินะ

Source: ก็ไม่รู้สินะ “คสช.”จัดการระบอบทักษิณ หรือตัดตอนไม่ให้ถึงกันแน่?