วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทองร่วง 150 รูปพรรณขายออกบาทละ 18,900 บ.

EyWwB5WU57MYnKOuFHNsQFJ0fhJHRiTZ9OgJInHUUikuqWxjvLNA2lทั้งนี้ นักลงทุนขายทองคำทำกำไรเหตุกังวลเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนกำหนดหลังกระทรวงรับติดตั้งกล้องวงจรปิด แรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงอยู่ที่ระดับ 5.9% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี หรือนับเป็นครั้งแรกที่อัตราการว่างงานลดต่ำกว่าระดับ 6% นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2551 และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานจะอยู่ที่ระดับ 6.1%ราคาทองร่วง 150 บาท หลังนักลงทุนขายทองทำกำไร หลังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยก่อนกำหนดสมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาซื้อขายทองคำรอบแรก ประจำวันที่ 4 ต.ค. 57 ราคาทองปรับลดลง 150 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 18,400 บาท ขายออกบาทละ 18,500 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,131.36 ขายออกบาทละ 18,900 บาททองคำตลาดนิวยอร์ก สหรัฐฯ ปิดวานนี้ (3 ต.ค.) ร่วง22.20 ดอลลาร์ หรือ-1.83 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,192.90 ดอลลาร์/ออนซ์

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: ทองร่วง 150 รูปพรรณขายออกบาทละ 18,900 บ.

ใครว่าเหลวไหล !! สื่อผู้ดีเกาะติด ตามล่าหาผี เด็กหญิงตาดำ

EyWwB5WU57MYnKOuFHNsCtRwE4z7yyLbaDskEANTGUC7cEVNeG9tlcโดยลี บริคลีย์ ตั้งทฤษฎีที่น่าจะเป็นไปได้เกี่ยวกับเด็กหญิงตาดำ ไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ เด็กหญิงตาดำ มีความเกี่ยวข้องกับชนเผ่าเซลติกรับติดตั้งกล้องวงจรปิด ในคอร์นโนวิล ซึ่งเชื่อถือในพิธีบูชายัญด้วยเลือด ส่วนความน่าจะเป็นอีกเรื่อง อาจเนื่องมาจาก คนที่บอกว่าเห็นผีเด็กหญิงตาดำนั้น อาจเป็นภาพหลอนหมู่ ประมาณว่า เกิดจากมีบางเรื่อง บางอย่างที่ผู้คนจำนวนมากสนใจในเรื่องเดียวกันก็เป็นได้ตามรายงานของลี บริคลีย์ บอกว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายให้ข้อมูลว่า พื้นที่รกร้างในแคนน็อก เชส เมืองสตาฟฟอร์ดเชียร์ ถือเป็นเขตพื้นที่ของยูเอฟโอ, ตำนานแมวผีตัวใหญ่, สัตว์ประหลาดประเภทบิ๊กฟุต รวมทั้งเป็นบ้านของมนุษย์ต่างดาว รวมทั้งเด็กหญิงตาดำปิ๊ดปี๋เหมือนถ่านอย่างไรก็ตาม เมื่อคนตามล่าหาผีทั้งสอง ลี บริคลีย์ จับมือกับไมค์ ล็อคลีย์ ลงพื้นที่จริง แน่นอนว่า เขาทั้งคู่ต้องเจอบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือก แต่ก็ไม่ได้เจอกับเด็กหญิงตาดำที่ต้องการตามล่าแต่อย่างใด

ชาวอังกฤษฮือฮาไม่เลิก หลัง นสพ.ลงข่าวผีเด็กหญิง ตาดำ โผล่มาหลอกหลอนผู้คน ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านผีเมืองผู้ดี จับมือนักข่าว ลงพื้นที่ ‘ตามล่าหาผี’ ทันที หวังพิสูจน์ความจริงเมื่อวันที่ 3 ต.ค. สื่อหัวสีในแดนผู้ดี อย่าง นสพ.เดอะ มิร์เรอร์ ยังคงเกาะติดข่าว เด็กหญิงตาดำ โผล่มาหลอกหลอนผู้คนในแคนน็อก เชส เมืองสตาฟฟอร์ดเชียร์ ในประเทศอังกฤษ ว่า กำลังสร้างความฮือฮาอย่างไม่น่าเชื่อ จนถึงขั้นมีผู้คนลงมือปฏิบัติการ ‘ตามล่าหาผี’ ลงพื้นที่เพื่อค้นหาความจริง เด็กหญิงตาดำคนนี้ เป็นผีหรือคนกันแน่จากการสอบถามคนในพื้นที่ ปรากฏว่า มีคนเคยเห็นเด็กหญิงตาดำผู้ลึกลับครั้งสุดท้ายตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว แต่แล้วจู่ๆ ไม่กี่วันก่อน ข่าวเด็กหญิงตาดำ โผล่ออกมาหลอกผู้คนในแคนน็อก เชส ให้ขนหัวลุกเล่น ถึง 2 ครั้ง กำลังได้รับความสนใจจากชาวโลกลี บริคลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผี หรืออาจเรียกว่า เป็นคนตามล่าหาผี ถึงขั้นลงพื้นที่แคนน็อก เชส เพื่อตามหาเด็กหญิงตาดำ อายุไม่น่าจะเกิน 10 ขวบ ที่กำลังสร้างความหวาดผวาให้แก่คนในพื้นที่ โดยมี ไมค์ ล็อคลีย์ นักข่าวเบอร์มิงแฮม เมล์ ขอร่วมไปพิสูจน์ความจริงด้วย

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: ใครว่าเหลวไหล !! สื่อผู้ดีเกาะติด ตามล่าหาผี เด็กหญิงตาดำ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ม็อบนศ.ฮ่องกงตกลงเจรจาคณะผู้บริหาร

844576ถ้อยแถลงของเอชเคเอฟเอสมีขึ้นไม่นาน หลังเหลียงแถลงก่อนกำหนดเส้นตายลาออกภายในเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีตามเวลา ท้องถิ่น ยืนยันจะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยให้เหตุผลเพื่อเดินหน้านโยบายปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าการคนต่อไปใน ปี 2560 และเสนอให้มีการเจรจายุติวิกฤติการเมืองครั้งนี้ โดยคณะผู้บริหารจะส่งแลมเป็นตัวแทนหารือ อย่างไรก็ตาม เหลียงไม่ได้เผยว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่กล่าวเพียง "เร็วที่สุด"

ขณะที่กลุ่ม อ็อคคิวพาย เซ็นทรัล หนึ่งในกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ร่วมการชุมนุมครั้งนี้ ซึ่งยื้ดเยื้อมานานเกือบ 2 สัปดาห์ ออกแถลงการณ์แสดงความหวังให้การเจรจาเป็นจุดเปลี่ยนให้กับภาวะทางตันทางการ เมืองในฮ่องกง กระนั้นการที่เหลียงคือต้นตอของปัญหาทั้งหมด การลาออกของเหลียงคือการแก้ไขสถานการณ์อย่างถูกจุดที่ต้นเหตุแม้สถานการณ์จะบรรเทาความตึงเครียดลงหลังทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการเจรจาcctv แต่หนังสือพิมพ์ "พีเพิลส์ เดลี" หนึ่งในสื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลปักกิ่ง ตีพิมพ์บทความลงในฉบับวันศุกร์ ยืนยันจีนไม่มีทางปรับเปลี่ยนนโยบายเลือกตั้งฮ่องกงในอีก 3 ปีข้างหน้าแน่นอน โดยผู้มีสิทธิ์ลงสมัครไม่เกิน 3 คน ต้องมาจากการคัดเลือกโดยคณะกรรมาธิการพิเศษของพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่าสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกง ( เอชเคเอฟเอส ) ออกแถลงการณ์ตอบรับข้อเสนอจากคณะผู้บริหารฮ่องกง เรื่องการเจรจากับนางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อไป และยกระดับความรุนแรงของมาตรการกดดันขึ้นอีก จนกว่านายเหลียง ชุน หยิง จะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสูงสุด เนื่องจากเหลียงหมดความชอบธรรมไปนานแล้ว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ม็อบนศ.ฮ่องกงตกลงเจรจาคณะผู้บริหาร

สหรัฐผ่อนคว่ำบาตรอาวุธเวียดนาม

844579ทั้งนี้ ทางการสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธแห่เวียดนาม เมื่อปี 2527 เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น รัฐบาลวอชิงตันระงับการจำหน่ายและส่งมอบอาวุธให้กับทางการฮานอย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเวียดนาม เมื่อปี 2518สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันcctv ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่าน.ส. เจน ซากี โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธต่อเวียดนาม อย่างไรก็ตาม การยกเลิกมีผลครอบคลุมเฉพาะยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือเท่านั้น เพื่อเสริมศักยภาพให้กับกองทัพเรือเวียดนามในการปกป้องน่านน้ำในทะเลจีนใต้

ซากีกล่าวอย่างหนักแน่น ว่าการตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางการปักกิ่ง เนื่องจากเป็นการยกเลิกเพียงบางส่วน และพิจารณาจากความก้าวหน้าของรัฐบาลฮานอย ในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศเป็นหลัก ซึ่งนายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แจ้งโดยตรงแก่นายฝ่าม บิ่งห์ มิงห์ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามและรมว.กระทรวงการต่างประเทศ นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อปลายเดือนที่แล้ว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สหรัฐผ่อนคว่ำบาตรอาวุธเวียดนาม

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สำนักข่าวทางการรัสเซีย อิตาร์-ทาสส์ กลับไปใช้ชื่อเดิมคือ ทาสส์

843535สำนักข่าวทางการรัสเซียนี้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2447 ในรัชสมัยของพระเจ้าซาร์องค์สุดท้าย ชื่อถูกเปลี่ยนใหม่ในช่วงการปฏิวัติรัสเซียในปี 2460 เป็น สำนักงานโทรเลขแห่งสหภาพโซเวียต หรือ ทาสส์ (Telegraph Agency of the Soviet Union : TASS) และหลังการล่มสลายของอาณาจักรสหภาพโซเวียตในปี 2534 ชื่อถูกเปลี่ยนอีกครั้งเป็น สำนักงานข้อมูลโทรเลขแห่งรัสเซีย หรือ อิตาร์-ทาสส์ (Information Telegraph Agency of Russia-TASS)สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า สำนักข่าว อิตาร์-ทาสส์ ของทางการรัสเซีย ที่เป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่หลังการแยกสลายของสหภาพโซเวียตในปี พ.ศ. 2534 ได้กลับไปใช้ชื่อเดิมคือบริษัทกล้องcctv ทาสส์ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธ ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้บางฝ่ายมองว่า เป็นอีกสัญญาณของรัสเซียในการหวนคืนสู่ยุคโซเวียต จากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตก เหนือปัญหายูเครน แต่อีกฝ่ายชี้ว่า อาจเป็นเพียงแค่การยอมรับว่า การเปลี่ยนไปใช้ชื่อ อิตาร์-ทาสส์ ไม่ได้ผลดีเท่าชื่อเดิม

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สำนักข่าวทางการรัสเซีย อิตาร์-ทาสส์ กลับไปใช้ชื่อเดิมคือ ทาสส์

ม็อบฮ่องกงยกระดับชุมนุมกดดันผู้ว่าฯลาออก

843594ขณะที่นายเบนนี ไท่ หนึ่งในแกนนำกลุ่มอ็อคคิวพาย เซ็นทรัล ซึ่งเป็นหัวเรือหลักของการชุมนุมครั้งใหญ่ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ แล้ว ยืนยันประชาชนไม่ต้องการท้าทายอำนาจรัฐบาลจีน หรือเปลี่ยนแปลงสถานะของปักกิ่งที่มีต่อฮ่องกง เพียงแต่ปรารถนาให้จีนรับฟังและยินยอมต่อข้อเรียกร้องเท่านั้น คือการอนุญาตให้ชาวฮ่องกงมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าการใน อีก 3 ปีข้างหน้าได้อย่างเสรี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เมื่้อวันที่ 2 ต.ค. ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงทยอยเคลื่อนพลไปปักหลัก ชุมนุมบริเวณสวนสาธารณะทามาร์ ใกล้สำนักงานคณะผู้บริหาร เพื่อกดดันให้นายเหลียง ชุน หยิง ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเกาะฮ่องกงภายในเส้นตายที่กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นคำขาด คือก่อนเที่ยงคืนของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นบริษัทกล้องcctv ขณะที่ทางการระดมกำลังตำรวจอารักขาสถานที่ ด้วยการตั้งรั้วกั้นเป็นชั้นอย่างแน่นหนา

นายโจชัว หว่อง อายุ 17 ปี แกนนำกลุ่มสกอลาริซึม ปลุกระดมนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากให้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวครั้งนี้ กล่าวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่ได้รับการตอบสนองที่สมเหตุสมผลและน่าพอใจ จากเหลียง มาตรการกดดันลักษณะนี้จึงถือเป็นขั้นเด็ดขาด โดยหากยังไม่ได้รับการตอบสนอง ทางกลุ่มเตรียมมาตรการรองรับเอาไว้แล้ว คือการปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญทุกแห่งบนเกาะฮ่องกงเพื่อเพิ่มแรงกดดัน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ม็อบฮ่องกงยกระดับชุมนุมกดดันผู้ว่าฯลาออก

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

สรยุทธพล่านแจงเงินบริจาค

842201นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาระหว่างตำรวจชุด EOD ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ระบุชัดเจนว่า ยังไม่ได้รับสิ่งของแต่อย่างใดใจความว่า “เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ EOD 3 จว.ใต้ ไม่ทราบว่าได้อุปกรณ์เซฟตี้จากเงินบริจาคจากประชาชนจำนวน 25 ล้านบาทกันหรือยังครับ คือมันหมดปีงบประมาณ เปลี่ยนผบช. แล้วเรื่องก็ตั้งแต่เสียพี่แชนแล้ว เรื่องมันไปตันตรงใหนเห็นตอนแรกสำรวจกันหมดแล้ววัดขนาดกันแล้วแล้วบางคนสิ้น เดือนนี้ก็ย้ายออกจาก 3 จว.ใต้กันหลายท่านวันนี้จะวานให้พี่นักข่าวเล่นข่าวนี้ครับเรื่องนี้เงียบ ไม่ได้”

ทั้งนี้มีผู้ตั้งข้อ สังเกตและคำนวณให้ดูคร่าวๆในโลกออนไลน์ว่า “ถ้ากองทุนนี้ตั้งให้ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิด จำนวนนายตำรวจหน่วย EOD 233นาย ถ้าคิดราคาประมาณ 50,000 บาทต่อชุดก็อยู่ที่ 11,650,000 อาจมีบวก-ลบ มีชุดสำรองอีกนิดหน่อยแต่ยังไงคงไม่เกิน 12,000,000 บาท ซึ่งก็ยังอยู่ในงบว่าแต่ทำไมส่งมอบของช้าหรือขาดเหลือยังไงกัน” คนที่เป็นสื่อกลางต้องชัดเจนทำอะไรโปร่งใส ตรวจสอบได้ รายการควรชี้แจงละเอียดและชัดเจนกว่านี้ เพราะต้องเข้าใจว่าเงินหลายทางมากและหลายล้าน อย่าอ้างว่าเงินจำนวนเยอะเกินไป พฤติกรรมน่าสงสัยแทนที่จะออกมาชี้แจงถึงข้อติดขัดและความคืบหน้าของโครงการ แต่กลับบอกว่าจะฟ้องร้อง อย่างนี้หลายฝ่ายอาจจะมองว่าไม่มีความบริสุทธิ์ใจในการดำเนินกองทุน ทางเว็บไซต์เรื่องเล่าเช้านี้หรือทางช่อง ก็ไม่มีบอกอะไรเลย ทั้งที่ควรมีบอกถึงสถานะกองทุนฯเหล่านั้น อันนี้รวมถึงกองทุนอื่นๆที่เคยทำไว้ด้วย ส่วนที่รายการบอกว่า เอกชนไม่สามารถจัดซื้อยุทธภัณฑ์ได้เองคือต้องให้หน่วยงานราชการสั่งแล้ว เอกชนสนับสนุนงบนั่นแหละเพราะชุดก็ถือเป็นยุทธภัณฑ์ไหมคะ”

หลัง "เดลินิวส์ออนไลน์" นำเสนอข่าว"ทหารใต้ทวงเงินบริจาครายการทีวีดัง"เมื่อวันที่ 29ก.ย.ที่ผ่านมาโดยเนื้อหาเป็นการเปิดเผยถึงความคับข้องใจของเจ้าหน้าที่ที่ ปฏิบัติหน้าที่ใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นายหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอดซึ่งเห็นและรับ รู้ถึงการดำเนินการในเรื่องการรับเงินบริจาคสมทบทุนช่วยเหลืออุปกรณ์ชุดเก็บ กู้ระเบิดให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรายการโทรทัศน์ หนึ่งทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าใจดีถึงความปราถนาดีของรายการดังกล่าว ว่ามีน้ำใจที่อยากจะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จริงๆจึงเปิดโครงการช่วย เหลือเพื่อรับบริจาคเงินดังกล่าวขึ้น

โดย กรณีนี้มี "เจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่ง"เป็นผู้ติดต่อและร้องเรียนมายัง "เดลินิวส์ออนไลน์" จึงมีการตรวจสอบข้อมูลหลายด้านพบว่ากล้องวงจรปิดcctv มีอย่างน้อย 2รายการโทรทัศน์ที่ดำเนินการเรื่องนี้ กระทั่งในเว็บไซต์พันทิปมีการสืบเสาะค้นหาและต่อยอดในประเด็นดังกล่าว (http://pantip.com/topic/32644136) และมีผู้นำข้อมูลของรายการ"คนค้นฅน"เผย แพร่ทางช่องโมเดิร์นไนน์มาแจกแจงอย่างละเอียดพร้อมหลักฐานประกอบในเรื่องการ ระดมทุนซื้อ "รองเท้ากู้ชีวิต" โดยมีสโลแกนว่า "รองเท้า1 คู่ รักษาชีวิตเจ้าหน้าที่ EOD ได้ 1 นาย EOD 1 นาย รักษาชีวิตคนไทยได้นับแสนคน" ทั้งนี้มีพิธีส่งมอบรองเท้าต้านกับระเบิดไว้ชัดเจน

ขณะ ที่อีกรายการหนึ่งที่ถูกตั้งข้อสงสัยเช่นกัน “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรายการชื่อ “ฝ้าย” เมื่อเย็นวันที่ 29ก.ย.ที่ผ่านมาแต่ได้รับคำตอบว่า“ขณะนี้ให้คำ ตอบไม่ได้เพราะทีมงานที่สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวได้อยู่ประเทศเกาหลี ให้ทิ้งเบอร์โทร.ไว้และจะประสานเรื่องนี้ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและแจ้งให้ ทราบในวันรุ่งขึ้นก่อนเที่ยง”

ล่าสุดเช้าวันที่ 30 ก.ย.นายสรยุทธ สุทัศนจินดา พิธีกรรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้”ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ออกมาแจกแจงเรื่องดังกล่าวสรุปว่า “เงินบริจาคดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือตำรวจในพื้นที่3จังหวัดชายแดนและพื้นที่ สงขลาบางส่วนสืบเนื่องจากเหตุการณ์สูญเสียพล.ต.ท.แชน วรงคไพสิฐ ในพื้นที่ จ.นราธิวาสซึ่งขณะนี้ทางมูลนิธิครอบครัวข่าวเป็นผู้ดูแลล่าสุดมียอดเงินทั้ง สิ้น17 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯได้ทำงานร่วมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่3จังหวัดชายแดน ภาคใต้ซึ่งเป็นตำรวจรวมถึงระดับผู้ปฏิบัติงานโดยจะจัดหาเฉพาะสิ่งที่เจ้า หน้าที่ต้องการ"

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สรยุทธพล่านแจงเงินบริจาค