นางจินตนา ขัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการสำรวจราคาสินค้า และวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร และอาหารสำเร็จรูปในเทศกาล กินเจ ว่า ในวันที่ 23 -24 ก.ย. 57 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์จะเชิญสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มาหารือสถานการณ์ราคาสินค้าในปลายปีและปี 58 เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เช่น จีน ยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่นไม่ยังอยู่ในภาวะที่ไม่ดีมากนัก“ตอนนี้รมว.พาณิชย์ต้องการให้ประชาชนมีความสุขในการซื้อสินค้าที่ไม่แพง มากนัก ซึ่งแนวโน้มที่จะให้มีการตรึงราคาเป็นไปได้สูงจากเศรษฐกิจโลกไม่ดีนัก ขณะเดียวกันก็ได้สั่งให้กรมการค้าภายในติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม อย่างใกล้ชิดด้วย โดยการหารือนั้นในวันที่ 23 ก.ย. จะเป็นผู้บริหารจากหอการค้าไทยฯ และ วันที่ 24 จะเป็นผู้บริหารจะส.อ.ท. โดยทั้งสององค์กรถือเป็นหน่วยงานกลางที่จะประสานงานกับผู้ประกอบการได้”
ทั้งนี้หลังจากที่มีหารือกับสภาหอฯและส.อ.ท. แล้ว รมว.พาณิชย์ก็จะมีการนัดหารือกับบริษัทตัวแทนของอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มรถยนต์, เครื่องดื่ม, วัสดุก่อสร้าง, อาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่จะเป็นตัวช่วยผลักดันให้สินค้า ในภาพรวมขึ้นราคา เพราะนอกจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีแล้วพบว่าราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับที่ไม่สูง ขณะที่การปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งให้เท่ากับภาคครัวเรือนนั้นคงไม่ส่งผล กระทบต่อราคาสินค้ามากนัก
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยติดตั้งกล้องวงจรปิด กล่าวถึงกรณีที่รมว.พาณิชย์เชิญสภาหอฯ หารือสถานการณ์ราคาสินค้าว่า สถานการณ์ราคาสินค้าน่าจะอยู่ในระดับทรงตัวได้อีก 5-6 เดือนหรือปลายไตรมาสที่ 1 ของปี 58 เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบ่งบอกว่าจะเป็นปัจจัยให้ราคาสินค้า อุปโภคบริโภคในภาพรวมปรับขึ้นราคาหรือมีต้นทุนสูง ดังนั้นถือเป็นโชคดีของรัฐบาลที่ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาเรื่องนี้มากนัก
สำหรับในส่วนของสินค้าประเภทอาหารก็ยังพบว่าราคาทรงๆเช่นกันจากวัตถุดิบ ราคาสินค้ายังอยู่ในระดับต่ำประกอบกับราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในไทยไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรจึงไม่กระทบต่อต้นทุนการขนส่งแต่หากเกิน 30 บาทต่อลิตรเมื่อไหร่ก็จะกระทบต่อราคาสินค้าเช่นกัน
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
Source: ตรึงราคาสินค้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น